เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ อาสาสมัครสุขภาพภาคประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน เปิดเผยว่า ชุมชนชายแดนไทยพม่าด้าน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด โดยมีชาวบ้านที่ป่วย สุ่มตรวจด้วยชุดตรวจ ATK แล้วพบการติดเชื้อเกิน 100 ราย แต่จังหวัดกลับยังไม่นับตัวเลขเป็นผู้ติดเชื้อ โดยระบุว่าผู้ที่ยังไม่ผ่านการตรวจยืนยันจากโรงพยาบาล จะไม่ถูกนับรวมเป็นผู้ป่วยของจังหวัด  ซึ่งตนเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่ชาวบ้านจากหมู่บ้านห่างไกลจะเดินทางลงไปตรวจถึงโรงพยาบาลที่อำเภอโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ถนนลูกรังมีสภาพเละ และบางหมู่บ้านต้องล่องเรือและต่อรถไปอีก

อาสาสมัครสุขภาพระบุว่า ที่หมู่บ้านสบเมย ต.แม่สามแลบ ชาวบ้านจำนวนมากมีอาการไม่สบาย และมีไข้ โดยเมือเร็วๆ นี้ มีกรณีที่คณะครูเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่แล้วไม่สบาย เมื่อออกจากหมู่บ้านมาตรวจที่โรงพยาบาลประจำอำเภอจึงพบว่าติดเชื้อโควิด แต่สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านเวลานี้ไม่สบาย เมื่อมีการสุ่มตรวจด้วยชุดตรวจ ATK พบว่ามีผลเป็นบวกมากกว่า  100 ราย แต่จะให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดำเนินการไปเองเพียงลำพังนั้น คงเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีการดำเนินการและหนุนเสริมจากจังหวัด ซึ่งตอนนี้ยังขาดการตรวจหาเชื้อที่หมู่บ้านสบเมยและหมู่บ้านพะลาอึ ทั้งหมด ซึ่งยังไม่รวมหย่อมบ้านใกล้เคียง เช่น ปู่ทา โกงอคี บุญเลอ และท่าเรือที่บ้านแม่สามแลบ

“อย่างน้อย 3 ชุมชน คือ บ้านห้วยมะโอ บ้านสบเมย บ้านพะละอึ เขต ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย เพียงแต่ต้องรอผลตรวจ RT-PCR ยืนยัน ทางจังหวัดจึงยังไม่ได้มีการนับ เป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัด มีเพียงไทม์ไลน์ของคณะครูที่ได้ตรวจยืนยันผลแล้วเท่านั้น ตอนนี้พวกเขาเหมือนถูกปล่อยลอยแพ กักตัวในชุมชน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค บุคลากรด่านหน้า ที่ต้องทำงานกันอย่างหนักต่อไป จำเป็นที่ต้องมีการตรวจเชิงรุก เพื่อแยกผู้ที่ติดเชื้อออกจากชุมชนและครอบครัว เวลานี้ขาดชุดตรวจ ATK ไม่มี อีกทั้งยังขาดหน้ากากอนามัย ยารักษาอาการ เวลานี้มีบางคนทราบข่าวก็ทยอยส่งหน้ากากอนามัยและยาฟ้าทะลายโจรมาให้ ชาวบ้านมีเฉพาะยาเบื้องต้นซึ่งไม่เพียงพอ ต่างคนต่างก็ดูแลกันไปตามยถากรรมในครอบครัว กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก บางบ้านติดทั้งครอบครัว เด็กเล็กเพียง 2 ขวบไม่สบาย งอแงไม่กินนม แม่ก็ติดเชื้อไม่สบายเช่นกันแต่ก็ต้องดูแลกันไป” อาสาสมัครกล่าว

นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ชุมชนใน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ประกาศปิดชุมชน lock down แทบทั้งหมด ห้ามบุคคลเข้า-ออก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด สิ่งที่ควรทำ คือระดมบุคลากรเข้าไปตรวจหาเชื้อในชุมชนให้เร็วที่สุด เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกให้ชัดเจน  หากชุดเครื่องมือขาดก็ควรระดมจากส่วนกลาง เพราะกรณีนี้ถือว่าเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ที่แพร่กระจายในวงกว้าง ทั้งที่เป็นชุมชนชนบทไม่ใช่โรงงาน ตลอดจนการทำความเข้าใจกับชุมชนถึงข้อปฏิบัติและป้องกันตามหลักสาธารณสุข ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต.แม่สามแลบ ได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปส่งให้ครอบครัวที่มีผู้ติดเชื้อ แต่จริงๆ แล้วผลกระทบเกิดกับทั้งชุมชนเนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกไปนอกพื้นที่ได้ ไม่สามารถซื้อหาอาหารจากภายนอกได้

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.