ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(19 ม.ค.) ชมรมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ บ้านพุระกำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อติดตามผลกระทบจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหนองตาดั้ง หรือเขื่อนพุระกำ ของกรมชลประทาน ที่จะปิดกั้นบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำภาชี ที่อยู่ในเขตมรดกโลก กลุ่มป่าแก่งกระจาน ส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่ป่า 2,097 ไร่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีซ้อนทับกับป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และท่วมชุมชนกะเหรี่ยง(ปกาเกอะญอ) อีกว่า 400 กว่าไร่ ทำให้ต้องมีการอพยพโยกย้ายชุมชน

นายสมบัติ วริทธิกรกุล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ชาวบ้านมีความกังวลอย่างมากต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนพุระกำ เนื่องจากหมู่บ้านพุระกำทั้งหมู่บ้าน และหมู่บ้านหนองตาดั้งบางส่วน จะต้องถูกอพยพโยกย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ส่งผลกระทบกับชาวบ้านกะเหรี่ยงมากกว่า 100 ครัวเรือน ที่ทำกินอีกว่า 400 ไร่ ต้องจมอยู่ใต้น้ำ โดยชาวบ้านไม่มีใครต้องการถูกอพยพ เพราะที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในปัจจุบันมีความมั่นคง มีพื้นที่ทำการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ มีเศรษฐกิจชุมชนที่เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

“ชาวบ้านเคยไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานต่าง ๆ หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้คำตอบ และอยากรู้ว่าโครงการอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ชาวบ้านยืนยันว่าไม่อยากถูกอพยพ หวังว่ารัฐบาลจะเห็นใจและยกเลิกโครงการนี้” นายสมบัติ กล่าว

นายเปเล่ กัวฟู ชาวบ้านพุระกำ กล่าวว่า กว่า 30 ปี ที่ชาวบ้านถูกอพยพจากพื้นที่ใจแผ่นดิน และลำห้วยต่างๆ ในผืนป่าแก่งกระจาน ญาติพี่น้องบางคนไปอยู่ที่บางกลอย บางส่วนตัดสินใจมาอยู่ที่พุระกำ เริ่มต้นวิถีชีวิตใหม่อย่าลำบาก จนวันนี้เรามีที่ดินทำกินที่มั่นคง มีที่ดินที่รัฐจัดสรรให้ทำการเกษตรปลูกผักทำสวน มีผลผลิตส่งขายมีรายได้อย่างมั่นคง การจะให้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นครั้งที่สอง คงจะเป็นเรื่องยาก ขณะที่ดินใหม่ที่กรมชลประทานเตรียมไว้ให้นั้น เป็นที่ดินทำเหมืองแร่เก่า สภาพดินเป็นหินไม่มีหน้าดินเหลืออยู่และยังไกลแหล่งน้ำจึงไม่สามารถทำเกษตรได้

“ตั้งแต่มาอยู่ที่พุระกำ ชาวบ้านเลิกเข้าป่าล่าสัตว์ ไม่บุกรุกป่า เปลี่ยนมาปลูกต้นไม้ไว้ใช้เอง พยายามเป็นคนดีของรัฐมาโดยตลอด  ทำงานร่วมกับป่าไม้ ช่วยดับไฟป่า ทำแนวกันไฟ เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่าง มีโครงการหลวง ทอผ้า ปลูกป่า เราให้ความร่วมมือทุกครั้ง เราปรับตัวกับการทำเกษตร ปลูกผักส่งขาย รายได้มั่นคง เรามีชีวิตดีขึ้นแล้ว เราก็ไม่ต้องการไปเริ่มต้นใหม่” นายเปเล่ กล่าว

นายเปเล่ กล่าวอีกว่า พ่อของตนเกิดที่ใจแผ่นดิน แม่เกิดที่ลำห้วยต้นน้ำภาชีในป่า ถูกอพยพลงมาครั้งหนึ่งแล้ว ชาวบ้านทุกคนเข้าใจดีว่ารัฐจะใช้กฎหมายย้ายเราอีกครั้ง แต่ถ้ารัฐใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ตนคงเลือกกลับเข้าป่าไปอยู่ที่ใจแผ่นดิน แผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราเคยอยู่จะดีกว่าต้องถูกบังคับไปอยู่ที่จัดสรรใหม่ ซึ่งไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนที่พุระกำ

นายวุฒิ บุญเลิศ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมเขตงานตะนาวศรี กล่าวว่า ชาวบ้านถูกอพยพโยกย้ายออกจากใจแผ่นดินช่วงเดียวกับชาวกะเหรี่ยงบางกลอย ทางการได้จัดสรรที่ดินให้ครบทุกครอบครัว ผืนดินแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ จึงมีการปรับตัวมาทำการเกษตรทำไร่ปลูกผัก ลดการเข้าไปใช้ทรัพยากรในป่า มีเศรษฐกิจชุมชนที่มั่นคง อีกทั้งมีโครงการหลวงและโครงการพัฒนาของรัฐเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านมากมาย โดยชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงเป็นพื้นที่ตัวอย่างที่คนอยู่กับป่าและช่วยดูแลป่าได้เป็นอย่างดี ซึ่งการให้ความร่วมมือกับรัฐทุกด้านก็หวังเพื่อช่วยเป็นเกราะปกป้องชุมชนให้มีที่ทำกินหรือถูกโยกย้ายไปที่อื่น

ด้านนายชุมพล เกตุแก้ว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี กล่าวว่า โครงการเขื่อนพุระกำอยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน แต่กระบวนการดำเนินการโครงการเขื่อนพุระกำนั้น ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เนื่องจากเป็นเป็นแผนการจัดการแหล่งน้ำตามนโยบายรัฐบาล มีกรมชลประทานเป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งหากรัฐบาลอนุมัติโครงการ กรมชลประทานจะต้องทำเรื่องขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้าง เมื่อเสร็จสิ้นจะต้องคืนพื้นที่ให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และเป็นผู้จัดหาที่อยู่ที่ทำกินแห่งใหม่นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ให้ชาวบ้าน

นายชุมพล กล่าวต่อว่า หากโครงการเขื่อนพุระกำเกิดขึ้นได้จริง คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือชาวบ้าน ที่ต้องถูกอพยพโยกย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะถูกย้ายไปที่ใด เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของกรมชลประทาน แต่จะไม่กระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามากนัก เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน แต่อาจเกิดปัญหาที่จะตามมาอย่างแน่นอนคือ หากพื้นที่ใหม่ที่อพยพไปไม่สามารถทำมาหากินหรือทำเกษตรให้มีชีวิตที่มั่นคงเหมือนอย่างที่พุระกำได้ ชาวบ้านอาจตัดสินใจกลับเข้าไปในป่าหรือในพื้นที่ใกล้ชุมชนเดิม ซึ่งเท่ากับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะต้องสูญเสียพื้นที่ให้กับอ่างเก็บน้ำและชาวบ้านที่กลับมา กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา เหมือนที่เกิดกับชุมชนบางกลอยที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

On Key

Related Posts

ชาวบ้านริมโขงสุดปลื้ม “ครูตี๋”รับรางวัล Goldman Environmental Prize เผยร่วมต่อสู้คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขงมาด้วยกัน นักวิชาการรัฐดูตัวอย่างการรักษาธรรมชาติของคนเล็กคนน้อย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำโขง อRead More →