ภาพ-เรื่องโดย บัณฑิตา อย่างดี ศูนย์สร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา

การประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ พีมูฟ) ครั้งทื่ 2/2565 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2565 โดยใช้ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VTC) ใน 3 ห้องประชุม ได้แก่ ห้องประชุมมูลนิธิป่ารอยต่อ และห้องประชุม อาคารสำนักงาน ก.พ.ร. (เดิม) รวมทั้งมีการเชื่อมโยงระบบ Zoom  โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)หรือพีมูฟ

ที่ประชุมมีการติดตามการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จำนวน 15 กรณีปัญหา โดยผลการประชุมมีความคืบหน้า ดังนี้ (1) กรณีโฉนดชุมชน ซึ่งมีการยกระดับให้เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดที่ดินตามมาตรา 10 (4) ของ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จะจัดทำระเบียบให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ ให้มีการประชุมคณะทำงาน ซึ่งมี นายอนุชา นาคาสัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 31 พ.ค. 65 โดยจะมีการตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่โฉนดชุมชน 196 ชุมชน ซึ่ง ขปส. ได้เสนอให้มีการประกาศรับรองเป็นพื้นที่นำร่องในการจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน รวมถึงตรวจสอบพื้นที่โฉนดชุมชนทั้งหมด จำนวน 486 ชุมชน และจะมีการทำหนังสือแจ้งเวียนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันว่ายังมีการดำเนินงานโฉนดชุมชน ไม่ได้ยกเลิกโฉนดชุมชน

(2) กรณีธนาคารที่ดิน ให้มีการต่ออายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (บจธ.) เป็นระยะเวลา 3 ปี จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินการกระจายการถือครองที่ดิน และให้ปรับโครงสร้างการบริหารให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น  (3) กรณีคดีคนจนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ซึ่งจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดี มีการกำหนดเวลาออกกฎหมายภายในรัฐบาลนี้  (4) กรณีการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่ง รฟท. จะใช้มติคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 43 มาเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยในที่ดินของ รฟท. ทั่วประเทศ ชุมชนสามารถเช่าที่ดินได้เพิ่มเติม จากเดิมมีจำนวน 61 ชุมชน ให้มีการนำรายชื่อชุมชนทั่วประเทศเข้าบอร์ดการรถไฟ และจะมีการชะลอบังคับคดีในระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 35 จังหวัด 345 ชุมชน 26,153 ครัวเรือน

(5) กรณีชุมชนที่อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาที่ดินให้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ทะเบียนบ้าน และปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้ ให้กระทรวงทรัพยากร ฯ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ เร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน (6) ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เร่งรัดการประชุม เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม โดยจัดประชุมทุก 2 เดือน และรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

(7) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย ดังนี้  (7.1) กรณีชาติพันธุ์ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง โดยมี นายอนุชา นาคาสัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  (7.2) กรณี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 รวมถึงร่างกฎหมายลำดับรอง ซึ่ง ขปส. เสนอให้ทบทวนกฎหมาย 3 ฉบับ ดังกล่าว และชะลอการนำร่างกฎหมายลำดับรองเข้า ครม. จนกว่าการศึกษาทบทวนจะแล้วเสร็จ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ ดังกล่าว และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงร่างกฎหมายลำดับรอง โดยมี นายอนุชา นาคาสัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  (7.3) กรณีรัฐสวัสดิการ ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ เพื่อศึกษาและออกแบบการขับเคลื่อนทางนโยบาย ได้แก่ คณะอนุกรรมการรัฐสวัสดิการ ด้านเงินอุดหนุนเด็กและเยาวชน ที่อยู่อาศัย ระบบบำนาญประชาชน สวัสดิการคนพิการ และสวัสดิการสตรี และคณะอนุกรรมการรัฐสวัสดิการ ด้านการศึกษา สุขภาพ งานและรายได้ ประกันสังคม และสิทธิทางสังคม

นอกจากนั้น กรณีการจัดการภัยพิบัติ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ขปส. เพื่อพิจารณากรอบแนวทางการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นในการจัดการภัยพิบัติ

นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าวว่า ผลการประชุมมีความคืบหน้าไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นการรับปาก และสั่งการให้หน่วยงานราชการดำเนินการต่อ โดยให้ประชุม ทุก 2 เดือน เรื่องโฉนดชุมชนมีการยืนยันว่าให้ดำเนินการต่ออย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ยกเลิก เรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีคนจนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากฎหมายนโยบายรัฐ วางกรอบเวลา 90 วัน หากสามารถทำได้จะมีคนจนได้รับประโยชน์ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพีมูฟ ซึ่งพีมูฟต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าจะเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างไร จนกว่ารัฐบาลจะครบวาระ หรือยุบสภา บรรยากาศการประชุมไม่มีการถกเถียงเรื่องข้อมูล เนื่องจากมีการปรับข้อมูลให้ตรงกันก่อนแล้ว

“ส่วนเรื่องคดีความจากการชุมนุมติดตามให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพีมูฟ ข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 15 คน ซึ่งผมถูกดำเนินคดีด้วย ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน เขาบอกว่ายกเลิกการออกหมายเรียกและยกเลิกคดีไม่ได้ ต้องปล่อยไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่สามารถก้าวล่วง พรก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือสกัดกั้นการชุมนุม มีการเลือกดำเนินคดีกับบางกลุ่ม กลุ่มที่เชียร์รัฐบาล ไม่ด่า ไม่ท้วงติง ไม่ถูกดำเนินคดี” นายจำนงค์ กล่าว

————–

On Key

Related Posts

ชาวบ้านริมโขงสุดปลื้ม “ครูตี๋”รับรางวัล Goldman Environmental Prize เผยร่วมต่อสู้คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขงมาด้วยกัน นักวิชาการรัฐดูตัวอย่างการรักษาธรรมชาติของคนเล็กคนน้อย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำโขง อRead More →