ชัยชนะเล็กๆของ “ครูตี๋”และแม่น้ำโขง

ภาสกร จำลองราช -เรื่อง
ปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์- ภาพ

กว่า 20 ปีที่ครูตี๋-นิวัฒน์ ร้อยแก้ว และกลุ่มรักษ์เชียงของ ได้ริเริ่มขบวนอนุรักษ์และปกป้องแม่น้ำโขง เส้นเลือดสำคัญของดินแดนอุษาคเนย์และจีนตอนใต้ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการคัดค้านโครงการระเบิดแก่งตลอดลำน้ำโขงซึ่งทางการจีนต้องการเปิดเส้นทางให้เรือพาณิชย์ขนาดใหญ่แล่นไปถึงหลวงพระบาง

—————

วันนี้ผลของการต่อสู้มายาวนานได้เริ่มผลิดอกออกผลจากกลุ่มอนุรักษ์เล็กๆกลายเป็นสถานบันองค์ความรู้โฮงเฮียนแม่น้ำโขงซึ่งมีทั้งเด็ก เยาวชน ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป แม้กระทั่งพระสงฆ์ พากันมาศึกษาเรียนรู้ ขณะที่มูลนิธิ Goldman Environmental Foundation ได้มอบรางวัล Goldman Environmental Prize ประจำปี 2022 ให้กับ “ครูตี๋” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดค้านการระเบิดแก่งครั้งนี้ จนทำให้รัฐบาลไทยออกมติคณะรัฐมนตรียกเลิกโครงการความร่วมมือดังกล่าว

            

ราวปี 2543 ประเทศจีนประกาศแผนความร่วมมือกับประเทศไทยในชื่อ “โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดนเรือพาณิชย์”เพื่อเปิดช่องทางให้เรือสินค้าขนาด 500 ตันล่องผ่านแม่น้ำโขง ซึ่งต้องระเบิดเกาะแก่งตลอดลำน้ำจากจีนตอนใต้ไปยังนครหลวงพระบาง ประเทศลาว ระยะทางกว่า 886 กิโลเมตร และผ่านประเทศไทยช่วงจังหวัดเชียงราย 97 กิโลเมตร

             โครงการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงดำเนินการจากจีนตอนใต้ผ่านชายแดนลาวและพม่า จนกระทั่งถึงชายแดนไทยที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปรากฏว่าได้รับการคัดค้านจากกลุ่มรักษ์เชียงของอย่างแข็งขัน โดยให้เหตุผลว่าหินหรือแก่งในแม่น้ำโขงเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศเพราะเป็นเหมือนเขื่อนธรรมชาติที่ช่วยชะลอความเร็วของน้ำในฤดูน้ำหลาก ที่สำคัญคือเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่หลบภัยของปลา

             การลุกขึ้นมาต่อต้านการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงของคนกลุ่มเล็กๆได้จุดประกายให้สังคมไทยได้ตื่นรู้ถึงความสำคัญของเกาะแก่งว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่หินโสโครกที่ระเกะระกะอยู่ในลำน้ำตามคำกล่าวอ้างของนักพัฒนาโครงการ

           

หากมองไปในประวัติศาสตร์เพราะหินในแม่น้ำโขงเหล่านี้คือป้อมปราการที่ทำให้จีนไม่สามารถล่องเรือขยายอาณานิคมลงใต้ได้เท่าที่ควรและต้องใช้วิธีเดินเรือสมุทรแทน ทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้สถาปนาความเป็นอิสระของตัวเองไว้ได้

             กลุ่มรักษ์เชียงของได้เป็นแกนกลางในการเคลื่อนไหวคัดค้านการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ได้ทำวิจัยท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการอ้างอิงซึ่งมีกลุ่มนักวิชาการช่วยสนับสนุน มีการลงชุมชนเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ชาวบ้านรับทราบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานระดับนโยบาย เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา และได้กลายเป็นประเด็นข่าวที่สื่อมวลชนลงพื้นที่เจาะลึกและนำเสนอสู่สาธารณชน ในที่สุดโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงจึงถูกชะลอในปี 2548

             การรวบรวมข้อมูลเพื่อคัดค้านโครงการระเบิดแก่ง ทำให้ครูตี๋และกลุ่มรักษ์เชียงของรับรู้ว่า ไม่ใช่มีแต่โครงการระเบิดหินกลางลำน้ำโขงเท่านั้นที่กำลังคุกคามแม่น้ำโขง ในตอนนั้นทางการจีนได้สร้างเขื่อนแห่งแรกกั้นแม่น้ำโขงตอนบนไว้แล้ว และเขื่อนต่างๆได้ทยอยเสร็จ รวมแล้ว 8 แห่ง ซึ่งในตอนนั้นชาวบ้านท้ายน้ำไม่เคยรับรู้ข้อมูลนี้มาก่อนเลย

             ชาวบ้านได้สังเกตเห็นความแปรเปลี่ยนของแม่น้ำโขงอยู่เป็นระยะๆ ที่น้ำขึ้นน้ำลงผิดฤดูกาล ในยามหน้าฝนที่น้ำโขงเคยท่วมและไหลอ่อไปยังลำน้ำสาขาทำให้เกิดพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นแหล่งหากินและวางไข่ของปลา ปริมาณนั้นเช่นนั้นกลับหายไป เช่นเดียวกับฤดูแล้งที่สองฟากฝั่งโขงเป็นแหล่งเกษตรกรรมประจำปีของชาวบ้านซึ่งมีตะกอนดินที่พัดมากับน้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์ กลับปรากฏว่าวันดีคืนดีมีปริมาณน้ำท่วมภายในชั่วข้ามคืน ขณะที่นกต่างๆที่เคย

ในปลายปี 2559 คณะรัฐมนตรีไทยได้มีมติเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ.2558-2568 อีกครั้งเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ตามข้อเสนอของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งมตินี้ถูกกลบฝังอยู่ในมติคณะรัฐมนตรีมากมาย และประชาชนทั่วไปไม่รู้ แต่สำหรับคนริมแม่น้ำโขงที่เคยคัดค้านการระเบิดแก่งย่อมทราบดีว่านี่คือการเปิดทางให้จีนระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

การต่อสู้ระลอกใหม่ของครูตี๋และกลุ่มรักษ์เชียงของในการคัดค้านการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นไปอย่างลุ่มลึกและกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเนื้อหาที่มีเครือข่ายนักวิชาการเข้ามาสนับสนุน และรูปแบบการรณรงค์ที่มีประชาชนในหมู่บ้านต่างๆริมแม่น้ำโขงมารวมพลังแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการระเบิดแก่ง รวมทั้งคนรักแม่น้ำโขงจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ

             การร่วมกันคัดค้านเป็นไปอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะในเวทีรับฟังความเห็นที่ โดยทุกๆเวทีประชาชนส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยกับการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ขณะเดียวกันยังได้มีการนำเสนอข้อมูลและร้องเรียนไปยังหน่วยงานระดับนโยบายของประเทศหลายแห่ง นอกจากนี้ยังได้มีการเฝ้าระวังไม่ให้บริษัทเอกชนจีนที่รับสัมปทานได้เข้ามาสำรวจแม่น้ำโขง โดยได้มีการลอยเรือติดป้ายประท้วงจนเป็นข่าวโด่งดัง ในที่สุดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 คณะรัฐมนตรีไทยจึงมีมติยกเลิกโครงการนี้

             ทุกวันนี้เกาะแก่งในแม่น้ำโขงตั้งแต่อำเภอเชียงแสนยังคงเป็นระบบนิเวศที่สำคัญของสายเลือดใหญ่แห่งอุษาคเนย์ ภาพความงดงามของคอนผีหลงและเกาะดอนต่างๆซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำยังคงมีให้เห็น ท่ามกลางความผันผวนของสายน้ำที่เกิดจากเขื่อนจนทำให้แม่น้ำโขงตกอยู่ในสภาพป่วยหนัก

             ขณะเดียวกันแม่น้ำโขงได้กลายเป็นสมรภูมิในการแผ่อิทธิพลระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ครูตี๋และกลุ่มรักษ์เชียงของต้องประคับประคองตัวเพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเอนเอียงไปทางใด

             “คุณจะเป็นสหรัฐฯ จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือประเทศไหนก็ตาม ถ้าเห็นว่าแม่น้ำโขงจำเป็นต้องอนุรักษ์รักษาและฟื้นฟู คุณคือพันธมิตรของเรา”ครูตี๋ให้สัมภาษณ์สะท้อนจุดยืนของชุมชนริมแม่น้ำโขงไว้อย่างชัดเจน

——————

หมายเหตุ-อ่านฉบับภาษาอังกฤษใน https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/2317282/a-win-for-kru-ti-and-the-mekong-river

On Key

Related Posts

ผู้นำกะเหรี่ยงระบุนักบินรัสเซียช่วยทหารพม่ารบ เผยเหตุปะทะใหญ่ชายแดนอำเภอพบพระ “กษิต”จวกรัฐบาลบกพร่อง เสนอชายแดนเป็น no-fly zone ชาวบ้านถูกยิงรถโอด ไร้คนรับผิดชอบความเสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 พล.ต. เนอดา โบ เมียะ ผูRead More →

ทหารพม่า-กะเหรี่ยงปะทะกันเดือดต่อเนื่อง เครื่องบินรบล้ำไทย-ยิงทะลุแดนถูกรถกระบะ กองทัพอากาศส่ง F16 ลาดตระเวน เผยเหตุแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 สื่อมวลชนท้องถิ่น PhoRead More →