ธุรกิจสีเทา“คิงส์โรมันส์” กับคำถามถึงรัฐบาลไทย-ลาว

ภาสกร จำลองราช
padsakorn@Gmail.com

แรงงานไทยยังคงทยอยเดินทางกลับจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ หรือ คาสิโนของคิงส์โรมันส์ ภาคเหนือของ สปป.ลาว แม้คนเหล่านี้ไม่ถือว่าถูกหลอกไปซ่ะทีเดียวเพราะเป็นการเดินทางไปโดยสมัครใจ แต่คำโฆษณาในการสมัครงานและงานที่ปฏิบัติจริงเมื่อถึงบริษัทที่เปิดรับทำงานแล้ว กลับกลายเป็นคนละเรื่องกัน จากที่ชักชวนไปทำงานเป็นพนักงานในคาสิโน กลับกลายเป็นนักต้มตุ๋นมีหน้าที่หลอกลวงนักลงทุนทางออนไลน์

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆถูกนำมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง กรณีที่คนไทยถูกหลอกไปทำงานที่นี่ บางส่วนหลบหนีกลับมาเอง บางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากทางการไทย-ลาว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 แรงงานไทยอีกราว 20 คน ได้เดินทางกลับข้ามด่านชายแดนไทย-ลาวที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

กว่า 10 ปีที่อาณาจักรคิงส์โรมันส์เติบโตทางการกายภาพ นอกจากคาสิโนที่เป็นรายได้หลักแล้ว ยังมีธุรกิจต่อเนื่องอีกหลายประเภท

ขณะที่สนามบินบ่อแก้วในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 75% ถูกนำมาเปรียบเทียบกับสนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ของไทยซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันเพียงแค่มีแม่น้ำโขงกั้นพรมแดน

เป็นการพัฒนาที่ดูจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของทางการลาวโดยไม่สนใจทุนที่มาว่ามีสีอะไร ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตว่าอาณาเขตที่เป็นเสมือนดินแดนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแห่งนี้จะเป็นไปทางใด

การแปลงที่ดินและอธิปไตยให้เป็นเม็ดเงินจะมีความยั่งยืนแค่ไหน

ปัจจุบันชุมชนท้องถิ่นริมแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ต่างรับรู้อิทธิพลของแหล่งอบายมุขแห่งนี้ ทั้งๆที่เป็นธุรกิจที่ขัดต่อวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาด เรื่องการค้าสัตว์ป่า จนกระทั่งล่าสุดคือเรื่องการค้ามนุษย์

แม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาให้น้ำหนักในการคานอำนาจจีนและอาณาจักรคิงส์โรมันส์แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯจับตามองเป็นพิเศษ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 นายท็อดด์ โรบินสัน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ลงพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและตั้งคำถามมากมายถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในฝั่งลาวพื้นที่นี้ (อ่านรายละเอียดเพิ่ม https://transbordernews.in.th/home/?p=31687 )

ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์หญิงสาวชาวไทยรายหนึ่งที่ถูกหลอกไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยเธอเล่าว่าตัดสินใจข้ามไปทำงานในคิงส์โรมันส์หลังจากถูกชักชวนจากญาติให้เข้าไปเป็นพนักงานในคาสิโนของคิงส์โรมันส์โดยคาดว่าจะได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท

หญิงสาวพร้อมเพื่อนๆใช้เส้นทางธรรมชาตินั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝังลาวโดยมีชายฉกรรจ์ชาวจีนมารอรับและพาพวกเธอไปที่อาคารหลังหนึ่งใกล้คาสิโน แต่ปรากฏว่างานที่พวกเขาให้พวกเธอทำกลับไม่ใช่พนักงานในบ่อน แต่เป็นสกิมมิ่งที่ต้องสร้างอินสตาร์แกรมและเฟสบุคปลอมเพื่อใช้ตีสนิทกับเหยื่อทางออนไลน์ ก่อนที่จะหลอกให้ลงทุน เมื่อเหยื่อติดเบ็ดแล้วก็ปิดบริษัทหนี หลายคนต้องสูญเสียเงินนับล้านบาท

หญิงสาวถูกบังคับให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง เจ้าของบริษัทที่เป็นคนจีนได้ให้ลูกน้องควบคุมอยู่ตลอด นักลงทุนที่ตกเป็นเหยื่อมีทั้งคนไทย จีนและฝรั่ง หากพนักงานไม่ยอมทำงานก็จะถูกขายต่อให้กับบริษัทอื่นเป็นทอดๆและบั้นปลายของหญิงสาวคือธุรกิจการค้าประเวณี

นอกหญิงสาวและเพื่อนๆกลุ่มนี้แล้ว เธอบอกว่ายังมีคนไทยและคนลาวอีกหลายร้อยคนที่ถูกหลอกให้เข้าไปทำงานในลักษณะเดียวกัน แม้พยายามขอกลับออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ บางคนยอมเสียเงินจ้างคนท้องถิ่นพาหนี บางส่วนแจ้งไปยังสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่กระบวนการเป็นไปอย่างชักช้านอกจากเป็นข่าว

การค้ามนุษย์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในนั้น แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเสมือนเป็นเขตปกครองตนเอง

เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำตั้งขึ้นเมื่อปี 2007 โดยเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจากจีนที่มีชื่อว่ากลุ่มดอกงิ้วคำหรือคิงส์โรมันส์ ซึ่งมีจ้าวเหว่ย เป็นหัวเรือใหญ่ โดยได้รับสัมปทานพื้นที่ 3,000 เฮกตาร์ นาน 99 ปีบริเวณสามเหลี่ยมทองคำในฝั่งลาวเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้า โรงแรม คาสิโน สนามบิน ฯลฯ

“จ้าวเหว่ยไม่เพียงแต่กลายเป็นนักลงทุนต่างชาติที่รัฐบาลลาวเชื่อถือที่สุด แต่เขต(เศรษฐกิจพิเศษ)ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลลาวนิยมมาเยือนอย่างเป็นทางการ”ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุไว้ในงานวิจัย “การแปลงอธิปไตยให้เป็นสินค้า เขตเศรษฐกิจพิเศษจีนกับการสร้างอารยะในชายแดนลาว”ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือทุนนิยมจีนในอุษาคเนย์ที่มี ศ.ยศ สันตสมบัติ เป็นบรรณาธิการ

“เจ้าเหว่ยมาจากเมืองฮาร์บิน ในจังหวัดเฮยหลงเจียง ภาคเหนือที่หนาวเบย็นของมณฑลตงเป่ย เขาสร้างชื่อเสียงจากควาสำเร็จในธุรกิจคาสิโนในเมืองลา เมืองหลวงของเขตเศรษฐกิจพิเศษหมายเลข 4 ในภาคตะวันออกของรัฐฉาน ประเทศพม่าซึ่งอยู่ติดกับต้าลู่ เมืองชายแดนในมณฑลยูนาน แต่เนื่องจากธุรกิจการพนันของเขามักดึงดูดข้าราชการจีนจำนวนมากข้ามพรมแดนมาเล่นการพนันในเมืองลา ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา รัฐจีนจึงทำทุกทางเพื่อกดดันให้คาสิโนต้องปิด ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วง จ้าวเหว่ยและครองครัวจึงต้องย้ายมาสร้างคาสิโนที่เมืองต้นผึ้งในลาวซึ่งที่ดินราคาถูกและรัฐบาลลาวมีความยืดหยุ่นกว่า”

เมื่อ 10 กว่าปีก่อนผมเคยเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมที่ชาวบ้านเมืองต้นผึ้งร่วมกันบวชป่าและบวชน้ำเพราะไม่ต้องการให้พื้นที่ป่าและหมู่บ้านของพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของสัมปทาน ตอนนั้นพวกเขารู้สึกโกรธมากเมื่อรับรู้ว่ารัฐบาลกลางของลาวกำลังจะยกพื้นที่ของพวกเขาให้กับนายทุนจีน แม้ชาวบ้านจะร่วมกันลงชื่อทักท้วงไปยังผู้มีอำนาจของรัฐบาลกลางของลาว แต่สุดท้ายชาวบ้านต่างพ่ายแพ้ ทั้งป่า ที่ดินทำกิน ชุมชน และวัดเก่าแก่ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรคิงส์โรมันส์

จริงๆแล้วรัฐบาลไทยในยุคที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เคยคิดเสนอให้พื้นที่สองฝั่งโขงย่านนี้เป็นเมืองมรดกโลก เพราะในอดีตบริเวณนี้คืออาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองในพุทธศาสนาชื่อสุวรรณโคมคำ โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย แต่น่าเสียดายที่ข้อเสนอนี้ถูกฝังกลบด้วยเม็ดเงินจากนักลงทุนจีน

ทุนของคิงส์โรมันส์ถูกมองว่าเป็นทุนสีเทาเพราะเจ้าเหว่ยถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาลสหรัฐฯเนื่องจากมีข้อมูลว่าพัวพันยาเสพติด ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ที่ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสำคัญในลำเลียงยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า

“พวกเขาจะทำอะไรกันก็ได้ ส่วนพวกเรานอกจากเสียที่นาและบ้านเรือนจนไม่รู้จะทำมาหากินอะไรแล้ว ยังถูกห้ามนั่นนี่มากมาย มันเหมือนไม่ใช่แผ่นดินของเราแล้ว”ชาวลาวคนหนึ่งเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่ผมข้ามไปเที่ยวดอนซาวซึ่งตอนนี้ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินให้กับชาวจีน

“ตึกที่พวกเราถูกบังคับให้ทำงานนั้นอยู่ใกล้ๆอาคารคาสิโน ในตึกหลังอื่นๆก็มีบริษัทแบบเดียวกันอีกมาก ทางการลาวเขาไม่เคยเข้ามายุ่ง เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนลาวเองก็อยากออกมา แต่ไม่มีใครช่วยพวกเขา และหากร้องเรียนมากๆอาจถูกเอาไปขายต่อ” เหยื่อสาวชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานเล่าให้ผมฟัง

ทุกวันนี้รัฐบาลไทยยังไม่เคยแสดงทรรศนะใดๆเกี่ยวกับอาณาจักรสีเทาในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ แม้มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนไทย

ครั้งหนึ่งอาณาจักรคาสิโนของจ้าวเหว่ยเคยถูกกดดันให้ออกจากชายแดนพม่า-จีนเพราะสร้างผลร้ายให้กับประชาชนจีนและต้องมาย้ายมาอยู่ชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ ผลก็คือความเลวร้ายต่างๆได้เคลื่อนย้ายมาเบียดเบียนดินแดนที่เคยสุขสงบด้วยบวรพุทธศาสนาแห่งนี้

วันนี้จึงมีคำถามถึงรัฐบาลไทยว่าได้เข้ามาดูแลปกป้องประชาชนของตัวเองแค่ไหน เหมือนกับที่จีนเคยปกป้องประชาชนของเขาโดยการผลักดันให้ทุนคาสิโนอันชั่วร้ายออกจากพื้นที่หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ควรตั้งคำถามกับรัฐบาลลาวอย่างตรงไปตรงมาว่าจะเข้ามาดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้อย่างไร หรือจะปล่อยให้พื้นที่นี้เป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของจ้าวเหว่ยไปอีก 90 ปี

(อ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/2324073/criminal-gangs-tarnish-golden-triangle)

On Key

Related Posts

ผู้นำกะเหรี่ยงระบุนักบินรัสเซียช่วยทหารพม่ารบ เผยเหตุปะทะใหญ่ชายแดนอำเภอพบพระ “กษิต”จวกรัฐบาลบกพร่อง เสนอชายแดนเป็น no-fly zone ชาวบ้านถูกยิงรถโอด ไร้คนรับผิดชอบความเสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 พล.ต. เนอดา โบ เมียะ ผูRead More →

ทหารพม่า-กะเหรี่ยงปะทะกันเดือดต่อเนื่อง เครื่องบินรบล้ำไทย-ยิงทะลุแดนถูกรถกระบะ กองทัพอากาศส่ง F16 ลาดตระเวน เผยเหตุแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 สื่อมวลชนท้องถิ่น PhoRead More →