สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

KNUประกาศต้าน-ร่วมปราบแหล่งอาชญากรรมผิดกฎหมายชเวโก๊กโก่-KK Park เผยคนไทยถูกหลอกปีละ 3.8 หมื่นล้าน “ศ.ปิ่นแก้ว”ชี้เจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว แนะรัฐบาลไทยเร่งแก้ไขก่อนสายไป

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการบริหารกลางแห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อกังวลระหว่างประเทศเกี่ยวกับกิจกรรมการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการพนันคาสิโนที่ผิดกฎหมายตามชายแดนรัฐกะเหรี่ยง โดยระบุว่า 1. การเกิดขึ้นของกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์และการพนันคาสิโนที่ผิดกฎหมายมีรากฐานมาจากระบบที่ไม่ดีและ การคอร์รัปชันที่ดำเนินการโดยรัฐบาลที่สืบทอดต่อกันมาของพม่า (เมียนมาร์) และเป็นเพราะขาดความรับผิดชอบและหลักนิติธรรมของรัฐบาลที่สืบทอดต่อกันมา

KNU ระบุว่า SAC หรือรัฐบาลทหารพม่าได้รับประโยชน์โดยตรงจากธุรกิจที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ และกำลังปกป้องและสนับสนุนพวกเขาจากด้านหลัง สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆ ไม่เพียงแต่สำหรับชาวกะเหรี่ยงในรัฐกะเหรี่ยงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย และนำมาซึ่งความไม่มั่นคงในภูมิภาค คุกคามความมั่นคงทางการเงินทั่วโลกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

“ KNU ต่อต้านธุรกิจที่ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง และยินดีที่จะต่อสู้กับกลโกงออนไลน์และธุรกิจการพนันคาสิโนที่ผิดกฎหมาย KNU พร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อขจัดกิจกรรมการหลอกลวงออนไลน์และธุรกิจการพนันคาสิโนที่ผิดกฎหมาย”

ขณะที่ ศ.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า แหล่งคาสิโนมาจากทุนจีนของจ้าวเหว่ย และทุนเหล่านี้เป็นทุนที่มีมานานหลายทศวรรษ ซึ่งวนเวียนทำมาหากินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งที่ชเวโก๊กโก่มีหนึ่งในผู้ร่วมหุ้นคือ นายเฉอจื้อเจียงซึ่งถูกจับและส่งตัวให้ทางการจีน เขาเคยทำธุรกิจแบบนี้อยู่ในฟิลิปปินส์มาก่อนตั้งแต่ปี 2555 ก่อนโดนทางการจีนร่วมกับตำรวจฟิลิปปินส์กวาดล้าง แล้วก็ย้ายมาพื้นที่กัมพูชาและทำธุรกิจคาสิโนใหญ่โตมมโหฬารที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สีหนุวิว ตั้งแต่ปี 2558 และโดนทางการจีนร่วมกับเจ้าที่ตำรวจกัมพูชาเข้าไปกวาดล้างอีกครั้ง นายเฉอจื้อเจียงเข้าไปลงทุนที่กัมพูชาได้สร้างความร่ำรวยให้กัมพูชาจนรัฐบาลกัมพูชาให้สัญชาติกับเขา อย่างไรก็ตามเมื่อสีหนุวิวถูกกวาดล้าง เขาก็หาแหล่งใหม่และมาเจอพื้นที่เขตริมแม่น้ำเมย จึงเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ขึ้น และ KK Parkก็เป็นอีกกลุ่มทุนหนึ่ง

“แหล่งอาชญากรรมนี้มีเหยื่ออยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าสเกลปัญหาไม่ใช่แค่ระดับท้องถิ่นหรือระดับชายแดนแต่เป็นสเกลอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลก การเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบแก๊งคอลเซนเตอร์ ทำให้สเกลของเงินที่หมุนเวียนมันใหญ่กว่าคาสิโนและพนันออนไลน์ นี้เป็นข้อมูลจากทางตำรวจเอง เฉพาะในไทยประมาณปีละ 38,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมที่อื่น เฉพาะในไทยมีผู้เสียหายที่โดนหลอกจำนวนหลัก 1,000 แต่ว่าสามารถหลอกเอาเงินในหลักหมื่นล้านเป็นเรื่องที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง” ศ.ปิ่นแก้ว กล่าว

ศ.ปิ่นแก้วกล่าวว่า ชะเวโก๊กก่ก กับ KK Park ไม่ได้เป็นพื้นที่ปิด ขณะเดียวกันได้ผลประโยชน์การเชื่อมต่อเศรษฐกิจกับพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมาก ไม่ใช่แค่สาธารณูปโภคอย่างเดียว ตึกขนาดใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นมา เอาวัตถุดิบมาจากไหน ก็มาจากฝั่งไทย ไม่รวมถึงเครือข่ายเส้นสาย ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไทยจำนวนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย เมื่อเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลายเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย 100% คำถามใหญ่อยู่ที่ว่าการเคลื่อนย้ายคนทำได้อย่างไร โดยที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้เลยหรือ ที่สำคัญเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินนั้นไปอย่างไร

“คำถามใหญ่ของรัฐไทยคือมองพื้นที่ตรงนี้อย่างไร ดิฉันคุยกับบรรดานักธุรกิจในเขตแม่สอด solution หนึ่งที่นักการเมืองไทยพยายามทำมาโดยตลอดคือทำให้แม่สอดเป็นเมืองพนัน แข่งกับชเวโก๊กโก่ซึ่งมันจะพากันลงเหว คาสิโนไม่ใช่เป็นธุรกิจของทศวรรษปัจจุบันอีกแล้ว มันไม่ทำเงิน และเมืองที่ตั้งขึ้นมาจะกลายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ Number two ข้อเสนอของดิฉันคือเรียกกันว่าเมืองแฝดเขตเศรษฐกิจพิเศษคู่ ระหว่าง ตากและเมียวดี แต่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย จนชเวโก๊กโก่กลายเป็นพื้นที่ธุรกิจสีเทาไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง รัฐไทยโดยเฉพาะทหารไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพชาติพันธุ์ สามารถทำอะไรได้มากกว่าการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงได้หรือไม่” ศ.ปิ่นแก้ว กล่าว

(อ่านรายละเอียดสัมภาษณ์ ศ.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ได้ที่ https://transbordernews.in.th/home/?p=37222 )

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →

นักวิชาการหลายสถาบันเห็นพ้องทบทวนโครงการผันน้ำยวม ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุนนับแสนล้าน-ปริมาณน้ำไม่พอ-อีไอเอไม่คลอบคลุม ชาวบ้านผู้รับผลกระทบวอนให้ลงดูพื้นที่จริง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 9.00 น. ที่ห้องประRead More →