Search

เหมืองแร่ต้นน้ำกก-น้ำสาย
กับผลกระทบข้ามแดน



จุฑามาศ ราชประสิทธิ์


พ.ศ. 2551 มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)ซึ่งทำงานบนพื้นที่สูงบริเวณรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเชียงรายประกอบด้วย อบต.เทอดไท เทศบาลตำบลแม่คำ  เทศบาลตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน รวมทั้งชุมชนที่อยู่บริเวณริมถนนจากชายแดนไทยพม่าบริเวณบ้านม้งเก้าหลัง กระทั่งถึงปากทางป่าซาง พหลโยธิน ทางขึ้นดอยแม่สลองสายเก่า ทางหลวงหมายเลข 1 ต่างแสดงเจตจำนงค์ในการยุติการขนส่งถ่านหินจากบริเวณชายแดนไทย-พม่าเข้าถนนพหลโยธินสู่ตอนในของประเทศไทย



ข้อเท็จจริงในครั้งนั้นคือได้มีการค้นพบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ถ่านหินแอนทราไซด์ที่มีคุณภาพดี บริเวณเมืองกก ต้นน้ำแม่กก ที่อยู่ห่างจากชายแดนไทยพม่า 70 กิโลเมตร ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา มีการวางแผนสัมปทานโดยบริษัทในประเทศไทยเพื่อทำเหมืองถ่านหินและจัดตั้งโรงไฟฟ้ามายกก (My Kok power plant) บริเวณขอบเหมือง ซึ่งจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ราว 400 เมกะวัตต์

การสัมปทานถ่านหินครั้งนั้นจะส่งเข้าจังหวัดเชียงรายผ่านบ้านแม่โจ๊กและผ่านบ้านม้งเก้าหลังสู่เส้นทางหลวงจังหวัด 1234 เข้าถนนพหลโยธิน ที่ปากทางป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย สิ่งที่เป็นความท้าทายในครั้งนั้นคือการตัดถนนผ่านเขตป่าสงวนแห่งชาติบริเวณบ้านแม่โจ๊กถึงบ้านม้งเก้าหลังราว 4กิโลเมตรเพื่อใช้เป็นถนนสำหรับการขนส่งถ่านหิน

ในปีนั้นคณะรัฐมนตรีโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในการทำถนนผ่านเขตป่าสงวนแห่งชาติมีมติให้เริ่มดำเนินการทันที แต่กลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าเป็นการปฎิบัติการที่ไม่สมควรอย่างยิ่งเนื่องจากการทำถนนในเขตป่าสงวนแห่งชาติไม่ควรดำเนินการได้โดยง่าย และการขนส่งถ่านหินผ่านถนนเส้นทางนี้ซึ่งมีชุมชนอาศัยอยู่ตามทางเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวไม่เหมาะสมอย่างยิ่งจากฝุ่นควัน รถบรรทุกนับร้อยที่วิ่งผ่านบนเส้นทาง
การรณรงค์คัดค้านภายใต้การจัดตั้ง”คณะทำงานเพื่อการยุติการขนส่งถ่านหินจังหวัดเชียงราย”จึงเกิดขึ้นโดยมีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นสถาบันวิชาการที่ให้การสนับสนุน ทางวิชาการพร้อมกับมูลนิธินโยบายสุขภาวะ ฯ เป็นต้น ทำให้ได้ยุติการขนส่งถ่านหินผ่านเส้นทางนี้ในที่สุด

อีกไม่กี่ปีต่อมาได้มีโครงการขุดถ่านหินบริเวณเมืองกก เขตรัฐฉาน โดยบริษัทสัมปทานถ่านหินได้ขุดถ่านหินขายส่งประเทศจีนและนำเข้ามาในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกันเมื่อราวปี 2561 มีข้อมูลระบุว่าพบแร่ทองคำอยู่ในเขตพื้นที่ย่านนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความไม่รู้จักพอในสังคมทุนนิยม

ฤดูแล้ง 2566 ทีมงาน พชภ.ได้เดินทางข้ามไปยังพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สิ่งที่เห็นเชิงประจักษ์คือแม่น้ำสาย ที่ไหลผ่านชุมชนเล็กชุมชนน้อยของพื้นที่นั้นมีสีขุ่นข้นด้วยโคลนที่ผสมมากับน้ำ ในบางจุดมีแม่น้ำอีกสายหนึ่งไหลมาบรรจบกันเป็นลำน้ำที่ใสมาก

เมื่อถามคนในพื้นที่ว่าทำไมน้ำจึงมีสีที่แตกต่างกันลักษณะนี้ คำตอบคือน้ำใสนั้นจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำประปาให้กับหน่วยงานและบริษัทต่างๆที่อยู่ในท่าขี้เหล็ก ส่วนสายน้ำขุ่นเป็นของประชาชน ฤดูแล้ง 2567

กลางกันยายน 2567 สถานการณ์อุทกภัยพิบัติ จากน้ำแม่กก ที่หลากท่วมตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมือง อำเภอเวียงชัย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย น้ำที่พัดพาดินโคลนอย่างมหาศาลมาทิ้งไว้ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้น แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของน้ำแม่กกซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในรัฐฉานประเทศเมียนมาร์ กล่าวคือ การเปิดพื้นที่เพื่อขุดแร่ทั้งถ่านหิน และทองคำเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลทำให้ดินโคลนไหลลงมายังตอนล่างของแม่น้ำ ดินสไลด์ในบางเมืองของต้นน้ำแม่กก การเปิดพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว การเคลื่อนย้ายประชากรของพื้นที่ จากเดิมเป็นชนชาติพันธุ์ชาวไทยใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้ำแม่กกมาหลายชั่วอายุคน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาใหม่ ไม่มีความผูกพันใดใดกับพื้นที่ ไม่มีแม้แต่ความรู้รักในระบบนิเวศน์วิทยาวัฒนธรรมท้องถิ่น

กุมภาพันธ์ 2568 จากสถานการณ์อุทกภัยพิบัติในปี 2567 ทำให้เกิดการทำงานเพื่อเตือนภัยน้ำท่วมในแม่น้ำกกของ พชภ. ได้เข้าพื้นที่เพื่อทำงานกับชุมชนริมน้ำแม่กก ตั้งแต่บ้านร่มไทย ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งถึงบ้านโป่งนาคำ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นระยะทาง 80 กม. พบว่าน้ำขุ่นมาก มีข้อมูลจากพื้นที่ในการเก็บน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปา ยืนยันว่า น้ำกกในปีนี้ขุ่นกว่าเดือนนี้ในปีที่แล้ว 8 เท่า

แม่น้ำกก เป็นแม่น้ำที่ชาวเชียงรายใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การผลิตน้ำประปา การเกษตร การท่องเที่ยว ในวันนี้ลำน้ำกกสีขุ่นข้นจากการประกอบการเหมืองแร่ทองคำ และถ่านหินเขตต้นน้ำ

ภัยพิบัติจากน้ำท่วมโคลนถล่มเมืองเชียงรายและแม่สาย เป็นตัวอย่างรูปธรรมของผลกระทบข้ามแดนที่ประชาชนในฝั่งไทยต้องแบกรับ

การที่ชายแดนไทยต้องเปลี่ยนเพื่อนบ้านใหม่และไม่รักถิ่นฐานเหมือนในอดีต ทำให้เกิดโครงการสารพัดโดยเฉพาะเหมืองต่างๆทำให้ส่งผลกระทบข้ามแดนที่หนักขึ้นทุกวัน

กรณีความเดือดร้อนของประชาชนท้ายน้ำกกและน้ำสายในวันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ท้าทายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา