เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีที่กองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายได้บุกโจมตีฐานทหารลาว 4 แห่ง บริเวณชายแดนเมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยล่าสุดสถานการณ์ยังคงตึงเครียดและยังคงคุกรุ่น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ยังคงมีเสียงปืนดังขึ้นจากฝั่งลาว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ดอยผาตั้ง อ.เวียงแก่น ซึ่งสามารถมองเห็นฐานทหารลาวที่ถูกโจมตีในระยะไกลโดยพบว่า ยังคงมีทหารลาวจำนวนไม่น้อยอยู่ในจุดเตรียมพร้อมที่เรียกว่าบ้าน 3 หลังซึ่งอยู่ด้านล่างบริเวณตีนดอย และบริเวณดังกล่าวมีถนนลาดยางจากเมืองปากทาตัดขึ้นเลียบไหล่เขาขนานเส้นเขตแดนมายังยอดดอยและผ่านฐานทหารลาวที่ถูกโจมตี แต่ทางการลาวยังค่อนข้างระมัดระวังในการใช้ถนนเส้นนี้ลำเลียงกำลังเสริมขึ้นมาได้เพราะหวั่นว่าจะถูกทหารกองกำลังไม่ทราบฝ่ายซุ่มโจมตีเหมือนเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา
แหล่งข่าวแจ้งว่า ทางแขวงบ่อแก้วได้ออกหนังสือด่วนแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้จำกัดการเดินทางด้วย ยานพาหนะทุกรายการที่เดินทางจากเมืองห้วยทรายไปยังเมืองปากทา ให้วิ่งวันละ 1 รอบ ให้วิ่งได้ในช่วง 11.00 – 13.00 น. และรถจากปากทาที่จะไปเมืองผาอุดม และผาแดงให้หยุดการเดินทางงดการสัญจรไปมา หากฝ่าฝืนจะมีการตรวจยึดยานพาหนะโดยไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกองกำลังของเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ปะทะ บริเวณบ้านหาดสะ จึงถึงปากทา และห้ามรถทุกชนิดวิ่งอย่างเด็ดขาด
แหล่งข่าวกล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ลาวได้จับกุมผู้ร่วมกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายรวมทั้งหมด 7 คน และได้นำขึ้นเครื่องส่งไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ในทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารลาวที่ติดอยู่ที่ฐานในช่วยปะทะได้นำลงมาและสับเปลี่ยนกำลังแล้วในตอนนี้
“ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าการปะทะครั้งนี้เป็นเรื่องการขัดแย้งผลประโยชน์กันของขบวนการค้ายาเสพติด ที่ต้องการตอบโต้ทหารลาว โดยทหารลาวบางคนที่เสียชีวิตถูกหมายหัวไว้แล้ว จึงหนีจากเมืองห้วยทราย มาหลบอยู่ในฐานทหารแห่งนี้ แต่แก๊งค้ายาเสพติดก็ตามมาสังหาร เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนและเป็นปัญหาภายในของทางการลาว แถมยังเป็นเรื่องระหว่างทหารลาวฝ่ายเหนือกับทหารลาวฝ่ายใต้ด้วย”แหล่งข่าวด้านความมั่นคง กล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตยาเสพติดของกลุ่มว้า ได้จัดส่งจากชายแดนไทย-พม่า ผ่านสามเหลี่ยมทองคำโดยมีกลุ่มมาเฟียจีนเทาร่วมสนับสนุนการฟอกเงินและขนย้ายโดยใช้เส้นทางแม่น้ำโขง ซึ่งนอกจากเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว ยังส่งออกขายทั่วโลก ซึ่งกลุ่มทหารว้าได้สนับสนุนทั้งด้านเงินและอาวุธให้กลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มในการขนย้ายยาเสพติด รวมทั้งมีการจ่ายเงินให้สินบนจำนวนมาก
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับประเด็นในเรื่องลาวฝ่ายขวานั้น ตัดประเด็นนี้ทิ้งไปได้เลย เพราะแม้พื้นที่บริเวณนี้จะเคยเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกองกำลังม้งที่มีนายพลวังเปาเป็นผู้นำ ต่อต้านรัฐบาลลาว แต่อุดมการณ์เหล่านั้นแทบไม่เหลือแล้ว คนส่วนใหญ่ที่เคยเคลื่อนไหวต่างก็อายุมากและเสียชีวิตกันมาเกือบหมด ดังนั้นจึงเหลือเพียงความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติด
ด้านชาวบ้านบนดอยผาตั้งรายหนึ่งกล่าวว่า ปัจจุบันพวกตนที่เคยเลี้ยงวัวอยู่ตามป่าสันเขาชายแดนไทย ต้องต้อนวัวกลับมาเลี้ยงในหมู่บ้านเพราะหวั่นเกรงในความไม่ปลอดภัยภายหลังจาการสู้รบของทหารลาวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย
ขณะที่แม่ค้าขายของบริเวณจุดชุมวิวดอยผาตั้งกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในฝั่งลาว ยังพอมีนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง แต่เมื่อภายหลังสถานการณ์แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เพราะต่างกลัวในความปลอดภัย ทำให้หลายร้านค้าเริ่มทยอยปิดตัว
นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น กล่าวว่า จากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ติดต่อสอบถามทางเมืองปากทาถึงเหตุการยิงปืนในวันที่ 12 พฤษภาคม ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการทดสอบการยิง และความแม่นยำของอาวุธ ของทหารลาว
ขณะที่หนังสือพิมพ์บ่อแก้ว รายงานเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ได้มีการประชุมร่วมคณะกรรมการความร่วมมือชายแดน ลาว-ไทย ณ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ในวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ฝ่ายลาวนำโดย พ.อ.อุ่นคำ สีแหวนวงสัก รักษาการหัวหน้ากรมทหารชายแดน กรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว ส่วนฝ่ายไทยนำโดย พล.ท.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองทัพไทย โดยระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม ทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันลงพื้นที่ชายแดน ลาว-ไทย ทั้งที่แขวงไซยะบุรี และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กับ จังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายดำเนินการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน อย่างน้อยปีละ 1ครั้ง ในกรณีเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่วมกันในการเดินทางไปตรวจพื้นที่ดังกล่าวโดยเร่งด่วน ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันในการตรวจพื้นที่ร่วม และได้รับฟังการบรรยายสภาพพื้นที่ด่านปางมอม ด่านชายแดนลาว-ไทย และการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของสองประเทศพร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการออกข่าวเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของกลไกความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยและกลไกการร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามชายแดนลาว-ไทย ทั้งในระดับศูนย์กลางและท้องถิ่น
“การลงตรวจพื้นที่ชายแดนครั้งนี้ แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการตรวจตราในสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด แต่ทั้งสองฝ่ายยืนยันปฏิบัติตาม ข้อ 5 ข้อ 6 มาตรา 4 ของข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนลาว-ไทย ฉบับใหม่โดยไม่อนุญาตให้บุคคล กลุ่มคนที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ลาว-ไทย มาใช้พื้นที่ภายใต้เขตอธิปไตยของตน หรือเคลื่อนไหวเพื่อโจมตี และทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง หากมีบุคคล กลุ่มคนที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ลาว-ไทย มาเคลื่อนไหว หรือตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องให้ฝ่ายนั้นแก้ไขโดยเร่งด่วน บนพื้นฐานตามหลักการ ภายใต้กรอบกฎหมายของแต่ละฝ่าย และกฎหมายระหว่างประเทศ การตรวจพื้นที่ร่วมตามแนวชายแดน ลาว-ไทย ประจำปี 2568 ของคณะกรรมการร่วมฯ ในครั้งนี้ไม่มีผลทางด้านกฎหมายเกี่ยวข้องกับการสำรวจและปักหลักเขตแดนลาว-ไทย”หนังสือพิมพ์บอแก้วรายงานผลการประชุม
