เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายมนตรี ชัยกิจวัฒนะ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมงจังหวัดเชียงราย กรมประมง เปิดเผยว่า ผลแลปการส่งปลาชุดที่ 2 ในแม่น้ำกกที่มีปลาแข้และปลาชนิดอื่นจะออกประมาณวันที่ 28-29 พฤษภาคมนี้ เป็นการตรวจโลหะหนักในเนื้อปลาที่เก็บจากแม่น้ำกกตั้งแต่บริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จาก ต.แม่ยาว ดอยฮาง ฝายเชียงราย จนถึง อ.เชียงแสน โดยได้ส่งทั้งแลปภายในของกรมประมงเอง และเซ็นทรัลแลปที่เป็นแลปภายนอกเพื่อยืนยันผลการตรวจทั้งสองแลปเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในผลที่ออกมา
นายมนตรีกล่าวว่า การตรวจชุดแรกผลของแลปไวรัสออกมาแล้วไม่พบเชื้อไวรัสในเนื้อปลา ส่วนปลาแม่น้ำโขงกำลังอยู่ในการรวบรวม โดยปลาแข้ที่ได้จากแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ มีทั้งแบบมีชีวิตและไม่มีชีวิตฟรีซไว้เพื่อรอส่งตรวจเป็นชุดที่ 3 ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานเครือข่ายเก็บตัวอย่างตามจุดต่าง ๆ ซึ่งปลาธรรมชาติจะมีการอาศัยในน้ำและลักษณะการหากินหลายแบบ ทั้ง กินพืช กินเนื้อ ปลาที่อาศัยอยู่หน้าดิน อยู่ผิวน้ำ ที่ต้องหาตัวอย่างเพื่อส่งตรวจให้ครบ
หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมงกล่าวว่า ปลาหน้าดินจะมีโอกาสการสะสมสารเคมีได้มากกว่า ปลาที่อาศัยบนผิวน้ำส่วนใหญ่ และยังขึ้นกับปัจจัยเรื่องความขุ่นและกระแสน้ำ การไหลแรงอยู่ในแก่งหินก็อาจเกิดการกระทบกระแทกทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือถ้าปลามีการระคายเคืองอาจถูกผิวหนังกับแก่งหิน อาจทำให้เป็นเหตุให้ปลาแข้ที่มักอาศัยอยู่หน้าดินและแก่งหินติดเชื้อพวกโปรโตซัวและแบททีเรียได้ง่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าปลาน้ำกกและปลาน้ำโขงสามารถกินได้หรือไม่ และในทางการประมงให้คำแนะนำอย่างไรในสถานการณ์ขณะนี้ นายมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากผลการตรวจปรสิต และแบทีเรีย หากจำเป็นต้องกินก็ต้องทำให้สุกร้อยเปอร์เซ็น แต่อาจต้องทำความเข้าใจว่าเชื้อแบททีเรียบางชนิดความร้อนทำลายไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง หากมีทางเลือกอื่น ส่วนเรื่องสารเคมีในเนื้อปลายังอยู่ในระดับไม่อันตรายในการบริโภคจึงสามารถบริโภคได้ แต่ต้องระวังในเรื่องการสะสม
“คำแนะนำทางวิชาการคงว่าไปตามสิ่งที่ตรวจพบ เหมือนเนื้อหมูที่มีพวกปรสิต จึงมีคำแนะนำว่าต้องสุก และพืชที่มีการใช้สารเคมีจึงให้มีการล้างให้สะอาดกำจัดสารเคมี และหลีกเลี่ยงพืชที่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะมีการสะสม” นายมนตรีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตลาดขายปลาหนังแม่น้ำโขงขณะนี้พ่อแค้แม่ค้าขายปลาต่างบ่นว่าขายปลาได้ยากขึ้น แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนยังนิยมรับประทาน โดยเน้นไปทางเมนูทำสุกร้อยเปอร์เซ็น เว้นการทำลาบ หรือปิ้งย่าง เพราะอาจไม่สุก และชาวประมงได้ตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้มีปลาแม่น้ำโขงที่อพยพขึ้นแม่น้ำอิง ที่เป็นน้ำสาขาแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงราย เพิ่มมากขึ้นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งเข้าใจว่าเป็นการอพยพหนีจากแม่น้ำโขงเข้าไป
ขณะที่ รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ อาจารย์คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ได้รับปลาในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง จากชาวบ้านและเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันส่งตัวอย่าง ปลาแข้ 2 ตัว และปลาหมู 1 ตัว ที่พบมีตุ่มพองมาตรวจ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผลตรวจสภาพภายนอกพบว่า มีตุ่มพองที่หนวดใต้คาง บริเวณเหงือก ครีบอักเสบเป็นจั้มสีแดง เป็นตุ่มเนื้อที่อักเสบเรื้อรัง แสดงว่าเซลล์เนื้อเยื่อผิดปกติ เนื่องจากตุ่มพองที่พบในตัวปลา ลักษณะเนื้อเยื่อที่เป็นตุ่ม เป็นเนื้อเยื่อที่บอบบาง จึงต้องตรวจดูว่าผิดปกติอย่างไร เพราะเป็นเซลล์ก้อนเนื้อที่อักเสบมานาน
“เซลล์ก้อนเนื้อที่อักเสบจะสะสมมาจากผิวหนังที่คัน เมื่อไม่สามารถขับออกมาได้ เลยกลายเป็นตุ่มอักเสบ จึงเป็นไปได้ ถ้ามีความผิดปกติของแหล่งที่อยู่อาศัย อยู่ในสภาพแวดล้อม เช่นมีกรดมากเกินไป หรือมีสารเคมีแล้วได้รับร่างกายมากขึ้น ทำให้เป็นอันตรายกับปลาได้” รศ.ดร.อภินันท์ กล่าว
นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในลุ่มน้ำกกช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาพบว่าช่วงหน้าแล้งปกติน้ำจะใส มีคนเล่นน้ำมาก พอระยะหลังพบน้ำเริ่มขุ่นผิดปกติ จำนวนปลาที่พบน้อยลงอย่างมาก จนกระทั่งมีการพบปลามีตุ่มพอง จึงส่งมาตรวจ ซึ่งปลาแข้ เป็นปลากินพืชที่มาสะสมในร่างกาย พอมีอาการออกข้างนอกที่ผิวหนัง แสดงว่าอวัยวะภายในที่มีปัญหาแล้ว จึงต้องส่งตรวจว่าเกี่ยวข้องกับสารพิษที่พบในแม่น้ำกกหรือไม่ เพราะมีการตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานกว่า 10 เท่า จึงเป็นไปได้ว่าจะเป็นสาเหตุของอาการตุ่มพองหรือไม่
“ปลาแข้เป็นปลากินเนื้อ เชื่อว่ากินปลาตัวอื่นที่มีสารสะสม อาจมีผลทวีคูณได้ และในปลาหมูก็มีอาการช้ำ เมื่อผ่าดูสภาพตับ ภายนอกผิดปกติ จึงต้องไปดูที่เนื้อเยื่อ ต้องดูปริมาณสารเคมีที่สงสัยว่าไปอยู่ในเนื้อเยื่อหรือไม่ ผมได้ส่งตรวจสารเคมีในเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ ใช้เวลา 2-3 วันจึงทราบผล” รศ.ดร.อภินันท์ กล่าว
รศ.อภินันท์กล่าวว่า ตัวปลาที่พบมีตุ่มพอง มาจากเซลล์เนื้อเยื่อปกติ จึงต้องส่งตรวจให้แน่ชัดว่ามีสารพิษหรือสารตะกั่วสะสม แล้วส่งผลให้เกิดอาการเหล่านี้หรือไม่ เพราะไม่เคยพบปลาในแม่น้ำกก หรือแม่น้ำโขงมีลักษณะตุ่มพองจำนวนมากแบบนี้มาก่อน
“ปลามีเหงือก เป็นอวัยวะที่บอบบางที่สุด มีคุณสมบัติยอมให้แร่ธาตุซึมผ่านไปได้ การหายใจของปลาคือการเอาออกซิเจนจากน้ำ พวกสารหนูจึงซึมผ่านเนื้อเยื่อได้ รวมถึงปลาอื่นที่กินอาหารหรือพืชที่กินสารพวกนี้เข้าไป ก็จะสะสมในร่างกาย ถ้าปลาแข้ ปลาหมูที่กินกุ้งเป็นอาหาร กุ้งมีเหงือกก็จะซึมซับสารหนู เราก็ต้องตรวจเพื่อยืนยันกับสิ่งมีชีวิตในน้ำ เพื่อยืนยันว่ามีสารเคมีพวกนี้หรือไม่” รศ.ดร.อภินันท์ กล่าว
