Search

นักวิชาการพม่าเชื่อเหมืองแร่ต้นแม่น้ำกก-สาย มีจีนหนุนหลัง เผยส่งทีมสำรวจเหมืองแรร์เอิร์ทในคะฉิ่นพบสุดเลวร้าย-กัมมันตรังสีปนเปื้อนยากกำจัด “รศ.ดุลยภาค” ชี้แร่หายากเป็น 1 ในยุทธศาสตร์ของจีน แนะรัฐปรับนโยบายตั้งรับเป็นรุก-สร้างแนวกันชนใหม่-ยุทธศาสตร์ขึ้นเหนือ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นายวินเมียวตู (Win Myo Tu) นักวิชาการชาวพม่าจากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชาวพม่า ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ” ปัญหาการทำเหมืองแรร์เอิร์ทในพม่าที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงผลกระทบข้ามแดนมายังประเทศไทย ว่าเหมืองแรร์เอิร์ทในรัฐฉานที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนทั้งหมดนี้เป็นเหมืองเถื่อน เพราะไม่ได้รับประทานบัตรจากรัฐบาล และเชื่อว่าเป็นการอนุญาตโดยนายทหารพม่าซึ่งได้ค่าคอมมิชชั่นเพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยซึ่งพื้นที่เหล่านี้คอรัปชั่นสูงมากและซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมพม่ากล่าวว่า กลุ่มใดก็ตามที่ลงทุนทำเหมืองแร่อยู่ตรงนั้นก็จะมีจีนหนุนหลัง เพราะจีนนำเข้าแร่เหล่านี้ ไม่ว่าจะทำเหมืองแร่อะไรก็ตามทั้งทองคำ แมงกานีส หรือแรร์เอิร์ท และย่อมส่งผลกระทบเพราะแม่น้ำจากรัฐฉานไหลข้ามพรมแดนสู่ไทยและแม่น้ำโขง

“การที่จีนขุดเอาแร่แรร์เอิร์ทจากรัฐคะฉิ่น คือการฉวยโอกาส ใช้ประโยชน์จากการที่ไร้ซึ่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมในพม่า มีการตรวจพบสารโลหะหนักต่างๆ ปนเปื้อนมากมายในแม่น้ำในรัฐคะฉิ่น และพบกัมมันตรังสีด้วย เรามีทีมไปสำรวจ เหมืองแร่ทอเรียมพบว่ามีกัมมันตรังสีจากการทำแร่ ซึ่งยากมากที่จะกำจัด เราไปสำรวจเขตเหมืองแร่พบสภาพที่เลวร้ายมาก เช่นเดียวกับที่กำลังเกิดที่แม่น้ำโขงและบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หากมีเหมืองแรร์เอิร์ทคือเสี่ยงกัมมันตรังสีแน่นอน ในฤดูฝนเมื่อน้ำหลาก แม่น้ำพัดสารพวกนี้จากเหมืองบนภูเขา ชะล้างมาทั้งหมด แต่พิษเหล่านี้ต้องสะสมหลายๆ ปี จึงจะเห็นผลกระทบ ถึงเวลานั้นการแก้ไขก็จะช้าไปแล้ว สายไปแล้ว” วินเมียวตู กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กองกำลังคะฉิ่น (Kachin Independent Organization- KIO/KIA) ถูกจีนกดดันให้ยุติการสู้รบกับรัฐบาลพม่าโดยขู่ว่าจะไม่ซื้อแรร์เอิร์ท หากไม่ปฎิบัติตาม นักสิ่งแวดล้อมชาวพม่ากล่าวว่า จีนกดดันทุกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งกับกองทัพพม่าและกองกำลัง KIA ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่ากองกำลังคะฉิ่นต้องการมีอิทธิพลในพื้นที่ด่านพรมแดนที่ติดกับจีน สำหรับการนำเข้าและส่งออกในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งเมืองมิตจินาที่เป็นเมืองหลวง แต่จีนกลัวว่าจะกระทบแผนของตนจึงกดดันให้กองกำลังคะฉิ่นหยุดรบ และมีการเจรจาต่อรองเพื่อแร่แรร์เอิทด้วย ซึ่งพม่าไม่ได้คุมพื้นที่ดังกล่าว

“จีนต้องการให้ทุนจีนดำเนินการได้ในการขุดแร่แรร์เอิร์ท ซึ่งพื้นที่เหมืองแร่มีกองกำลังอื่นๆ เช่น กองกำลังภายใต้กองทัพพม่าคือ BGF เมื่อ KIAเข้ามามีอิทธิพล เข้ามายึดและออกการอนุญาตทำเหมืองแร่เอง ได้เปลี่ยนผู้มีอำนาจ และKIA ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่หลายๆ บริษัทจีนต้องจ่ายมากขึ้นจนหายไปเกือบครึ่งเพราะ KIA กำหนดในการทำแหมืองมีมาตรฐานมากกว่าเดิมตอนที่รัฐบาลพม่าคุม”

นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า การทำแร่แรร์เอิร์ทที่รัฐคะฉิ่น ต้องเอาสารเคมีใส่ลงไปในภูเขาและมีน้ำแร่ไหลออกมา และเมื่อเอาน้ำออกจากบ่อ ก็กลายเป็นของเสียที่ไหลลงสู่ลำธารโดยตรงโดยไม่มีระบบบำบัดน้ำเลยเหมือนกับเหมืองแร่ที่กำลังเกิดในรัฐฉาน (ตรงข้าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่) ซึ่งจริงๆ ต้องมีแผน

“แต่นี่คือเหมืองเถื่อน ไม่มีแผนก็จัดการไม่ได้ ผมเห็นมาแล้วที่เหมืองหยกในคะฉิ่น เละเทะแบบนี้เลย กองกำลัง KIA ก็พยายามทำเช็คลิสต์ ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร แต่ถามว่าใครจะมากำกับการปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้ เขาไม่สามารถจัดการสิ่งแวดล้อมได้ และไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย” นักวิชาการผู้นี้ กล่าว

ดร.ดุลภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ท ในรัฐฉาน ติดชายแดนไทย ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ขยายเขตอิทธิพลของจีนลงใต้ โดยในยุคของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง คือ One Belt One Road ที่มีระเบียงเศรษฐกิจแยกออกมา โดยพม่าเป็นเส้นทางโลจิสติกออกทะเล ซึ่งทะลุเข้ามาทางรัฐฉาน และการถือครองแร่แรร์เอิร์ทเป็น Mega-trend ของโลกปัจจุบัน

“แรร์เอิร์ทเป็นแร่อรรถประโยชน์ หลายปีมานี้จีนได้แร่หายากจากคะฉิ่น แต่บริเวณนั้นมีข้อจำกัดทางการเมือง เพราะจุดยืนของกองกำลังอิสรภาพแห่งชาติคะฉิ่น (KIA) ที่รบกับรัฐบาลทหารพม่า จีนจึงลากมาที่รัฐฉาน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับว้าแดง UWSA เข้มข้น การแสวงหาแรร์เอิร์ทซึ่งมีแหล่งอยู่ที่พม่าที่เป็นเหมือนสวนหน้าบ้านของจีนพอดี”รศ.ดุลยภาค กล่าว

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษากล่าวว่า จีนมีนโยบายสองขา คือ ขาหนึ่งมีสัมพันธ์กับอำนาจพม่าที่เนปีดอว์ จีนเข้ามาอยู่ในกระบวนการเจรจาหยุดยิง โดยแนบชิดรัฐบาล พล.อ.มินอ่องหลาย แต่อีกขาหนึ่งจีนก็ไปจัดความสัมพันธ์กับกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งกดดันและช่วยเหลือในทางลับและมีผลประโยชน์พิเศษกับ warlords ของกองกำลังที่แลกเปลี่ยนกับทุนจีน ทั้งกลุ่มโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) ตะอาง TNLA (Ta’ang National Liberation Army) กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA (Shan State Progress Party/Shan State Army)

รศ.ดุลยภาคกล่าวว่า เชื่อว่าจีนรับรู้ถึงการขุดเหมืองแรร์เอิร์ทในรัฐฉาน เพราะธรรมชาติมหาอำนาจเมื่อไปพัวพันในพื้นที่ใดก็ต้องหาข้อมูลและศึกษาทรัพยากรเพื่อการขยายอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ เชื่อว่ามีบริษัทจีนได้ศึกษาสำรวจแร่แรร์เอิร์ทไว้แล้ว เพราะจีนทำเหมืองแรร์เอิร์ทมานานที่รัฐคะฉิ่น

“เราต้องรู้ว่าว้าแดงและจีนแดงมีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่สงครามเย็น พรรคคอมมิวนิสต์พม่ามาปักธงไว้แล้ว ทั้งโกก้าง ว้าเหนือ ว้าใต้ รวมไว้อยู่แล้ว และมาตกที่รัฐฉานใต้ซึ่งจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของจีน ผมคิดว่านักสำรวจจีนมาสำรวจ scan ไวทั้งหมดแล้ว รวมถึงพื้นที่อื่น เช่น ลงใต้ไปภาคตะนาวศรี (ตรงข้าม จ.กาญจนบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ระนอง) และรัฐยะไข่”รศ.ดุลยภาค กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าไทยได้รับผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดนควรทำอย่างไร รส.ดุลยภาคกล่าวว่า หลายฝ่ายต่างมีข้อเสนอ เช่น ใช้กลไกต่างๆ ที่มีใน ASEAN คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้มามีบทบาทมากขึ้น หรือยุทธศาสตร์ปรับสมดุลอำนาจจีน-สหรัฐ เพราะที่ผ่านมานโยบายชายแดนของไทยตั้งรับอย่างเดียว ขณะที่ชายแดนทางภาคเหนือของไทยมีอิทธิพลจีน-ว้า

“เราไม่ได้ออกไปสร้างเซฟโซน ยุทธศาสตร์ชายแดนเหนือของไทยต้องรุกมากขึ้น มองนอกเขตแดน วันนี้ชาติมหาอนาจ ต่างสร้างแนวกันชนใหม่ ขยายเขตอิทธิพล หลายประเทศต่างฟื้นยุทธศาสตร์นี้ เขตอิทธิพลในแนวกันชนที่มีทรัพยากร ลักษณะแบบนี้กำลังขยายเข้ามาที่ชายแดนไทยภาคเหนือ จีนสถาปนาเขตอิทธิพลตรงนี้ซึ่งไม่ทราบว่าทางสหรัฐจะขยับอย่างไรในการคานอิทธิพลจีน แต่ไทยต้องคิดแล้วว่า great power politics”รศ.ดุลยภาพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสนยานุภาพของกองทัพไทยไม่สามารถทำให้กองกำลังว้า UWSA เกรงกลัวบ้างหรือ รศ.ดุลยภาคกล่าวว่า ตราบใดที่เราไม่ได้แสดงสมรรถนะทางการทหารที่ชายแดนภาคเหนือ ก็ไม่สร้างความประหวั่นให้แก่เขา เพราะเราใช้แต่นโยบายตั้งรับ ดูจากการปราบปรามยาเสพติดก็จับกุมเพียงในประเทศ

“หากจะให้ประเทศอื่นเกรงใจ เราก็ต้องอัดยุทธศาสตร์ขึ้นเหนือ power projection ให้พลังขึ้นเหนือไปถ่วงดุล เช่น อำนาจวัฒนธรรม การค้า การลงทุน จะทำให้ว้าและพันธมิตรเกรงใจเรามากขึ้น แต่จะมีแค่แต่ไทยโดดๆ ไม่ได้ ต้องร่วมกับพันธมิตร เช่น กองกำลังสภากอบกู้รัฐฉาน RCSS ของเจ้ายอดศึก เพื่อให้แสนยานุภาพของเราทรงพลังยิ่งขึ้น”รศ.ดุลภาค กล่าว

(อ่านรายละเอียดสัมภาษณ์ รศ.ดุลยภาค https://transbordernews.in.th/home/?p=43552)