สื่อท้องถิ่นของยะไข่ รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 01.00 น.กองทัพพม่าทิ้งระเบิดน้ำหนัก 500 ปอนด์ 2 ลูกที่โรงเรียน ‘ปินยะปาน ขิ่น’ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำเอกชนในหมู่บ้านตะยัตตะปิ่น เมืองเจ้าก์ทอว์ รัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศพม่า ซึ่งขณะนี้อยู่ในเขตควบคุมของกองกำลังอาระกัน (Arakan Army – AA) ส่งผลให้มีนักเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเสียชีวิตทันที 22 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 20 ราย นับเป็นเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ที่พลเรือนถูกสังหารจากการถูกโจมตีทางอากาศ
ทั้งนี้เด็กที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมีอายุระหว่าง 18 – 19 ปี อยู่เกรด 11 – 12 โดยระหว่างที่ทิ้งระเบิด เป็นช่วงเวลายามวิกาล และในพื้นที่ไม่มีเหตุสู้รบ แต่ทางกองทัพพม่าตั้งใจที่จะโจมตีในเขตชุมชน ทำให้อาคารของโรงเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยหมู่บ้านตะยัตตะปิ่นตั้งอยู่บนถนนย่างกุ้ง – ชิตต่วย และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเอกชนและหอพักหลายแห่ง
จากข้อมูลของกองกำลังอาระกัน นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 106 รายจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าในเมืองมรัคอู รัมรี เมืองราทีดอง และเมืองเจ้าก์ทอว์ ในรัฐยะไข่
ขณะที่สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 กองกำลังอาระกันสามารถยึดครอง 14 เมือง จากทั้งหมด 17 เมืองของรัฐยะไข่ไว้ได้ รวมถึงเมืองปะแล็ตวา ในรัฐชินที่อยู่ใกล้เคียง อย่างไรตาม เมืองชิตต่วย ซึ่งเป็นเมืองหลวง เมืองมะหน่อง และเมืองเจ้าก์ผิ่วยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่า แม้ว่ากองกำลัง AA จะยึดครองพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่ในเมืองเจ้าก์ผิ่วและเมืองชิตต่วยไว้ได้ก็ตาม กองกำลัง AA ได้ขยายการปฏิบัติการทางทหารไปยังภูมิภาคและรัฐใกล้เคียง อย่างเขตมะโกย เขตพะโคและเขตอิรวดี แต่เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพพม่าได้เปิดฉากการรุกตอบโต้เพื่อยึดครองดินแดนที่สูญเสียไปในพื้นที่เหล่านั้นคืน
ตามรายงานของ AA การสู้รบที่รุนแรงยังคงดำเนินต่อไปตามชายแดนรัฐยะไข่ที่ติดกับเขตอิรวดีและเขตพะโค รวมถึงบริเวณเทือกเขาโยม่า
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation -SHRF) ได้รายงานว่า กองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศและทางภาคพื้นดินในเมืองจ๊อกเม ระหว่างวันที่ 9 สิงหาคมถึงวันที่ 6 กันยายน 2468 เป็นเหตุให้มีชาวบ้านกว่า 8,600 คน ต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เหตุโจมตีในเมืองจ๊อกเมในห้วงเวลาดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 29 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 66 คน โดยส่วนใหญ่กองทัพพม่าได้โจมตีตามวัด ซึ่งถูกตั้งเป็นศูนย์พักพิงให้กับผู้ลี้ภัยสงคราม โดยผู้ลี้ภัยสงครามในเมืองจ๊อกเมกำลังขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรค ขณะที่กองทัพพม่าเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีทางอากาศทั่วประเทศ
สื่อ Irrawaddy รายงานว่า พลเอกทุนอ่อง ผู้บัญชาการทหารอากาศของพม่า ได้เดินทางไปยังอินโดนีเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารอากาศอาเซียน (ASEAN Air Chiefs Conference – AACC) ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน ณ กรุงจาการ์ตา
ด้านหนังสือพิมพ์ของกองทัพพม่ารายงานว่า พล.อ.ทุนอ่อง ได้จัดการประชุมทวิภาคีกับผู้นำลาว บรูไน และอินโดนีเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการบินทหาร การเดินทางไปประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าที่มุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือนจำนวนมาก
สำนักข่าว SHAN สื่อของชาวไทใหญ่ อ้างตามรายงานขององค์กร ISP Myanmaในปี 2562 – 2563 มีเด็กในพม่าอยู่ในระบบการศึกษาราว 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หลังการทำรัฐประหารในระยะเวลา 4 ปีมานี้ มีนักเรียนอยู่ในระบบเพียง 6 ล้านคนในปีการศึกษา 2568 – 2569 นี้ โดยจำนวนตัวเลขของเด็กในระบบการศึกษาในพม่านั้นลดลงไปทุกปี นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบในพม่า โดยเด็กๆในพม่าขณะนี้ยังตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากสงครามที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ
