เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่จังหวัดเชียงราย คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการเพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกมธ. นส.มณีรัฐ เขมะวงค์ นางสมศรี อุรามา นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ กมธ.
เวลา 10.00 น. คณะกมธ. ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านม้งแปดหลัง ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อดูพื้นที่เหมืองแร่ในฝั่งเมียนมา (พื้นที่ต้นน้ำลำธารของแม่น้ำสาย) ซึ่งเหมืองเหล่านี้สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจนจากหมู่บ้านฝั่งไทย และในระหว่างการลงพื้นที่ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ให้ข้อมูลกคณะกมธ.ว่าขณะนี้แม้ไม่ได้รับผลกระทบด้านการปนเปื้อนในแหล่งน้ำเนื่องจากน้ำจากเหมืองไม่ได้ไหลมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ และไม่มีชาวบ้านไปทำงานที่เหมือง แต่ชุมชนมีความกังวลว่าการทำเหมืองแร่ในพม่าที่ขยายอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 5 ปี จะเกินเส้นเขตแดนไทยหรือไม่เพราะขยายเร็วมาก ซึ่งไม่แน่ชัดว่าหากใช้แผนที่ 1 ต่อ 50,000 อาจพบว่ามีการล้ำเขตแดน ทั้งนี้ขณะที่กมธ.ลงพื้นที่หลายคนต่างได้กลิ่นสารเคมีซึ่งคาดว่ามาจากเหมืองแร่ดังกล่าว

ทั้งนี้เหมืองแห่งนี้เป็นเหมืองทอง และยังมีแร่อื่นๆด้วย โดยมีการเปิดหน้าดินเป็นวงกว้าง
ต่อมาช่วงเวลา 15.30 น. กมธ.ได้เดินทางลงพื้นที่แม่น้ำโขง ที่บ้านสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อสังเกตการณ์และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่อันเกี่ยวกับปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เข้าร่วมโดยพระอภิชาต รติโก เจ้าคณะตำบลบ้านแซว ประชาชนจากหมู่บ้านสบกก เชียงแสนง นส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา และInternational Rivers และองค์กรภาคประชาสังคม เช่น กลุ่มรักษ์เชียงของ

ตัวแทนชาวบ้านสบกก กล่าวว่าบ้านสบกกเมื่อก่อนเคยอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ถูกเอาที่ดินไปทำท่าเรือพาณิชย์กว่า 500 ไร่ บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ปลาจากแม่น้ำโขงมาวางไข่อุดมสมบูรณ์ ท้ายที่สุดชาวบ้านกลับไม่เหลืออะไรสักอย่าง ปัญหาแม่น้ำโขงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราต้องมาเจอกับปัญหาสารพิษจากการทำเหมือง
“น้ำโขงหากร้องไห้ได้มันคงร้องไปแล้ว มีแต่ผมที่เดือดร้อน ร้องไห้แทนแม่น้ำโขง เราเป็นคนหาปลา ทุกวันนี้จะลงแม่น้ำยังกลัวว่าจะโดนสารพิษ ผมทำมาหากินกับแม่น้ำโขงมาตลอดชีวิต ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ อยากให้แก้ปัญหาทันที ชาวบ้านกังวลมาก อยากให้ช่วย”ตัวแทนชาวประมง กล่าว
พระอภิชาต กล่าวว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำ ผลกระบบที่หนักมากที่สุดสำหรับประชาชนตอนนี้ คือน้ำประปา ปกติหมู่บ้านสูบตรงจากน้ำโขง แต่ตอนนี้ต้องใช้น้ำบาดาล ซึ่งก็คุณภาพไม่ดี ประชาชนขาดแคลนน้ำสะอาด เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในตอนนี้ แค่จะเอาน้ำเข้าปากแปรงฟันก็ยังกังวล



