
การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐฉาน ทั้งบริเวณต้นแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างกว้างขวาง โดยแม่น้ำกก แม่น้ำสายและแม่น้ำรวกซึ่งเป็นต้นแม่น้ำโขงได้ตรวจพบสารโลหะหนักในแม่น้ำเกินค่ามาตรฐานมาแล้วกว่าครึ่งปี ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำโขงเป็นพิษไปด้วย
ขณะที่แม่น้ำสาละวินเพิ่งได้รับการเปิดเผยจากนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถึงผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำว่าพบสารหนูเกินมาตรฐานเช่นเดียวกัน
แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินเป็น “แม่”ของแม่น้ำในภูมิภาคนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อตรวจพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำสายหลักทั้งพี่น้อง ย่อมส่งผลกระทบและสะเทือนอย่างใหญ่หลวง
Stimson Center ซึ่งเป็นองค์กรด้านคลังสมองของสหรัฐอเมริกาและติดตามข้อมูลของแม่น้ำโขงมายาวนาน เมื่อแม่น้ำโขงปนเปื้อนสารพิษ องค์กรนี้จึงได้เก็บข้อมูลในเรื่องเหมืองแต่ต้นแม่น้ำซึ่งมีการใช้เทคโนโยยีภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัยโดยเฉพาะการตรวจพบเหมืองแรร์เอิร์ทมากมายทั้งในรัฐฉานและในประเทศลาว
“ช่วงที่ผ่านมา Stimson Center พยายามตรวจดูพื้นที่จากดาวเทียม เห็นว่ามีเหมืองทองคำราวร้อยกว่าแห่งในพม่าและลาว เรายังพบการขยายตัวของเหมืองแร่แรร์เอิร์ท (REEs) ในรัฐฉาน ซึ่งผมเห็นว่าเราควรตรวจแม่น้ำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ที่มีแนวโน้มจะปนเปื้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และเราจะออกรายงานในเร็วๆนี้” ไบรอัน อายเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Stimson Center ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ”ทางออนไลน์จากสหรัฐอเมริกา
“ล่าสุดผมเห็นข่าวของนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เข้าไปตรวจสอบน้ำในแม่น้ำสาละวินแล้ว” ไบรอันแสดงความกังวลถึงผลที่ตรวจพบในแม่น้ำสาละวิน
ขณะที่ “เรแกน”เพื่อนร่วมของของไบอันใน Stimson Center กล่าวเสริมว่า “ในลาว ทราบว่ามีการยุติการออกใบอนุญาตทำเหมืองแรร์เอิร์ท เหมือนทางรัฐบาลลาว เวียงจัน จะมาถูกทางเพราะเห็นแล้วว่าเหมืองแรร์เอิร์ธส่งผลกระทบอย่างไร”
“ในพม่าหลังจากได้มีการคุยกันระหว่างจีนและกองกำลังอิสรภาพคะฉิ่น (Kachin Independent Army-KIA) เกี่ยวกับเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ต้นน้ำอิรวดี ซึ่งมีการทำเหมืองมาก่อนลุ่มน้ำอื่นๆ คงไม่ตกใจหากเหมืองที่เกิดขึ้นในรัฐฉาน เขาคงยังไม่หยุดเร็วๆ นี้ ในภาพถ่ายดาวเทียมเราเห็นภาพว่ามีเหมืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเหมืองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกเดือน”เรแกนย้ำในข้อมูลเช่นเดียวกับที่ไบอันพูด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ตัวแทนของสหรัฐฯได้ไปหารือกับกองกำลังKIA เรแกนตอบว่า KIA อาจให้มีการเพิ่มเหมืองแรร์เอิร์ท หลังจากที่ชะลอไปพักหนึ่งที่ชายแดนจีน อาจเป็นการต่อรอง ที่ KIA อยากขายแร่เองโดยตรง
ขณะที่ไบรอันอธิบายเพิ่มเติมว่า มีการรายข่าวเจ้าหน้าที่สำนักงานของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ประสานกับทางคะฉิ่น เรื่องการค้าแร่แรร์เอิร์ท แต่ไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา ซึ่งทราบว่ายังไม่มีการตกลงใดๆ ดูแล้วการต่อรองในภาวะคว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่าและ logistics การขนส่งแร่ออกนอกพื้นที่ ยังดูว่าไม่ง่ายสำหรับสหรัฐ ฯ
เมื่อถามถึงกรณีที่สหรัฐฯได้ลงนาม MoU กับไทยจะส่งผลในเรื่องภูมิทัศน์แรร์เอิร์ทในภูมิภาคนี้อย่างไร ไบรอันกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯเหมือนจะรีบเข้าสู่แผนนี้โดยที่อาจจะยังไม่มีแผนชัดเจน และแผนกับไทยก็ยังไม่ชัด ว่าจะส่งเสริมให้ขุดเหมือง หรือแปรรูป หรือวิจัย ตอนนี้ยังเห็นไม่ชัด อาจจะเร็วไปที่จะสรุปว่าสหรัฐมีแผนอย่างไรสืบเนื่องจาก MOU ฉบับนี้ ตอนนี้เรายับพอมีเวลาและโอกาสในการร่วมกำหนดทิศทางของสหรัฐฯและไทย อย่างที่เครือข่ายประชาชนและนักวิชาการในเชียงรายเชียงใหม่ และที่สาละวิน กำลังพยายามทำอยู่ งานรณรงค์นี้สามารถนำทางได้ว่าทิศทางของรัฐบาลจริงๆ แล้วควรไปทางไหน
เมื่อถามว่าแนวโน้มแล้วไทยน่าจะเป็นทางผ่านของแรร์เอิร์ธหรือแร่สำคัญ Critical Minerals มากกว่าทำเหมืองเองหรือไม่ เพราะศักยภาพการทำเหมืองในไทยยังน้อยมาก เรแกน ตอบว่าบีบีซีไทยได้สัมภาษณ์ ได้เห็นโควตของเจ้าหน้าที่ไทยว่าไทยคงดำเนินการขุดแร่เองไม่ได้ แต่เหมือนจะสามารถดำเนินการแปรรูป หรืออยู่ส่วนอื่นของห่วงโซ่อุปทานมากกว่า ไทยมีต้นทุนอยู่บ้าง เช่น ทางภาคใต้ และที่มาเลเซียก็มีทำอยู่บ้าง อาจเป็นไปได้ที่การทำเหมืองในรัฐฉานซึ่งอยู่ใกล้ไทยมาก ได้อ่าน MOU คือมองว่าไทยอาจจะเป็นคนกลางในห่วงโซ่อุปทานแร่เหล่านี้ คือไทยไม่ได้ขุดเอง แต่เอาแร่มาจากพม่า ลาว มาแปรรูปในไทย ซึ่งไทยน่าจะทำได้เพราะทุกวันนี้ก็มีการส่งอออกแร่นี้อยู่ แต่จำเป็นต้องมีจีน โดยสหรัฐฯอยากให้เพิ่มความหลากหลายของแร่สำคัญ ไม่ใช่เพียงพึ่งพาจากจีน
ขณะที่ไบรอัน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ได้ยินมาจากแหล่งข่าวในเครือข่ายที่ทำงานใกล้ชิดกับประเด็นนี้ว่า มีการส่งแรเอิร์ธจากคะฉิ่นไปมันฑะเลย์ (ประเทศพม่า) ซึ่งอาจส่งออกไปที่อื่น หรือส่งมาไทยแล้วก็ได้ สำหรับเหมืองแร่ในรัฐฉาน วัตถุดิบและสารต่างๆ ที่ใช้ในเหมืองอาจจส่งมาเชียงรายทางด้านแม่สาย หรือข้ามมาจากลาว ต่างก็เป็นไปได้ว่ามีการลักลอบนำเข้ามาหรือส่งออกอยู่แล้วในทุกวันนี้”
เมื่อถามว่าหากไทยเป็นศูนย์กลางแปรรูป จะมีอำนาจต่อรองเพื่อลดผลกระทบได้หรือไม่ เรแกน กล่าวว่า พอเป็นไปได้ ในกรณีที่ไทยเป็นผู้รับซื้อเพียงรายเดียว แต่ในความเป็นจริง จีนรับซื้อเป็นสัดส่วนที่เยอะกว่ามากหลายเท่าตัว คนต่อรองได้และกดดันได้คือจีน การมีระเบียบมาตรฐานต่อการนำเข้าแร่ว่าไม่ให้มีผลกระทบนั้นอาจจะยังไม่สามารถเกิดเร็วๆ นี้ หากจีนยังเป็นผู้เล่นหลัก
ขณะที่ไบรอันย้ำว่า “เหมืองยั่งยืน sustainable mining ในพม่า อาจจะไม่ง่าย ส่วนใหญ่เป็นเหมืองที่ไม่มีการซื้อแร่จากเหมืองแล้ว กดดันให้มีมาตรฐานดีกว่านี้ย่อมเป็นการลดกำไรของเขา การตรวจสอบย้อนกลับก็สร้างต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อจีนเป็นผู้ซื้อหลักและต้องการของถูก สำคัญมากคือเหมืองคงไม่หยุด เพราะความต้องการแร่ REEs สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ การใช้กระแสโลกให้กดดันจีนให้ผลิตอย่างรับผิดชอบ ที่คนเชียงราย หรือคนท้ายน้ำไม่ต้องเจ็บตัว”
เมื่อถามว่าสหรัฐฯจะนำเข้าแร่จากเหมืองที่ไม่มีมาตรฐานหรือไม่ เรแกนกล่าวว่า “ในสหรัฐเอง เรามีการผลิต REE จนถึงยุค 80 เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมทำให้ต้องหยุดขุดในประเทศ ต้องมีโซนพลีชีพทำเหมืองเท่าที่จำเป็นในพื้นที่จำกัด และก็นำเข้าจากประเทศอื่น ทำให้จีนเป็นตัวหลักในอุตสาหกรรมนี้ ที่จีนทำอย่างเต็มที่จนกระทั่งมาเห็นผลกระทบเร็วๆ นี้ จีนจึงหยุดทำในประเทศและเข้ามาทำในพม่าและลาว สำหรับที่สหรัฐฯ ได้มีการเปิดพื้นที่เหมืองอีกครั้ง แต่ทำให้ส่วนอื่นของอุตสาหกรรม เช่นที่ แคลิฟอเนีย ได้รีไซเคิลแร่โดยเอาของเก่ามาสกัดใช้สำหรับบริษัท apple และมีบริษทอื่นๆ บ้างที่สนับสนุนโครงการรีไซเคิลอุปกรณ์เก่าเพื่อเอาแร่ออกมาใช้”
เมื่อถามว่าทั้งในสหรัฐฯและจีน ต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและหยุดขุดเหมืองแรร์เอิร์ธในประเทศตัวเองแต่กลับมาขุดหาเอาจากประเทศอื่นโดยไม่มีมาตรฐาน ไบรอัน กล่าวว่าในลาว ตอนนี้เห็นแล้วว่ารัฐบาลลาวกำลังพยายามเปลี่ยนแปลง รัฐบาลเห็นแล้วว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเป็นปัญหา นายกรัฐมนตรีลาวได้พูดเรื่องการพิจารณาหยุดเหมืองเถื่อนทั่วประเทศ แต่คงยังไม่มีความสามารถที่จะบังคับได้ขนาดนั้น ยิ่งเป็นแรร์เอิร์ธ มีเหมืองถูกกฎหมาย 27 แห่ง เราได้ทราบว่ารัฐบาลลาวพยายามปิดเหมืองเถื่อน ก็เป็นสัญญาณที่ดี แต่รัฐบาลจะทำได้แค่ไหน มีศักยภาพแค่ไหน การเป็นห่วงประชาชนที่เดือดร้อน ดูจากกรณีผลกระทบจากเขื่อนก็น่าจะทราบได้ว่าชาวบ้านต้องอพยพเป็นสิบๆ ปีแต่ก็ไม่มีการเยียวยาที่เพียงพอแต่อย่างใด
“คงเป็นไปได้ว่าเหมืองอาจจะต่างออกไป การทลายเหมืองเถื่อน การเข้าสู่มาตรฐานที่ดีกว่านี้ อาจเป็นไปได้ ที่สหรัฐฯทำ ควรสนับสนุนให้มีการทำเหมืองที่ยั่งยื่น แต่จะยั่งยืนอย่างไรได้อย่างไรกับแรร์เอิร์ท”
ขณะที่เรแกนกล่าวเสริมว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนนั้น ไม่ใช่เขาแค่ทราบว่าจะมีการทำเหมือง แต่ควรให้ชุมชนมีอำนาจต่อรองด้วยว่า ที่ดินตรงนี้ชุมชนอนุญาตให้ใช้ได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ หรือได้
เมื่อถามไบอันว่ารู้สึกอย่างไรที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนมานาน แต่ท้ายสุดแม่น้ำต้องมาตายเพราะสารพิษจากการทำเหมือง เขาตอบว่า “มันเป็นเรื่องเจ็บปวด ชุมชนนับร้อยนับพันไม่สามารถพึ่งพาแม่น้ำได้อีกแล้ว จับปลาไม่ได้ ทั้งลอยกระทง พิธีกรรมและวัฒนธรรมต่างๆ เป็นไปไม่ได้ตามเดิม เรื่องนี้ยากมาก”“เรื่องนี้ยากกว่าทำงานเรื่องเขื่อนอีก ผลกระทบจากเขื่อน แม้เขื่อนจะเกิด แต่ยังแก้ไขได้ และให้คนค่อยๆ ปรับตัว แต่เรื่องแร่นี้ ผลกระทบเกิดทันที เครือข่ายภาคประชาชนและวิชาการที่ทำงานในเชียงรายต่างก็ร่วมทำงานกันมาจากเรื่องเขื่อนแม่น้ำโขง เดือดร้อนจากเขื่อนจีนมาตลอดหลายปี แต่ครั้งนี้หนักกว่า เรามารู้ในวันที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ก็ยังลุกขึ้นมาสู้ และหวังว่าจะแก้ไขได้”ไบอันทิ้งท้ายให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ในลุ่มน้ำโขงและสาละวินยามนี้



