Search

จริงหรือที่เจอสารหนูในข้าวที่บริโภคไม่เกินค่ามาตรฐานจะปลอดภัย

ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

          คำบอกกล่าวจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องว่าข้าวตรวจพบสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐานสามารถบริโภคได้ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงหากเราวิเคราะห์ใน Long-term หรือระยะยาวอันเนื่องจากการบริโภคข้าวที่มีสารหนูปนเปื้อนต่อเนื่องแล้วจะพบว่าผู้บริโภคหรือประชาชนที่รับประทานข้าวปนเปื้อนสารหนูแม้จะไม่เกินเกณฑ์ค่ามาตรฐานนั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งในอนาคต ซึ่งในกรณีที่ตรวจพบสารหนูปนเปื้อนดังรายงานของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ตามประกาศนี้นั้น จะขอวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงโดยสมการของ Noelle Liao และคณะ (2018)[1] ดังนี้

สมการที่ 1 การหาค่าการรับสัมผัสสารพิษ (Estimated daily intake; EDI)


โดยที่

EDI (รายบุคคล) คือ การรับสัมผัสสารพิษ (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน)
AC คือ ความเข้มข้นของโลหะหนัก (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)
ADC คือ อัตราการบริโภคข้าวต่อวัน (กิโลกรัมต่อวัน) โดยประมาณการที่ 0.6 กก./คน/วัน
BW คือ น้ำหนักตัวรายบุคคล (กิโลกรัม)

สมการที่ 2 การหาค่าความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง (Lifetime Cancer Risk; LCR)

                                                LCR = EDI × SF

โดยที่

LCR คือ ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
EDI (รายบุคคล) คือ การรับสัมผัสสารพิษ (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน)
SF คือ ค่าสัมประสิทธิ์ความชันในการก่อให้เกิดมะเร็ง (Slope Factor) โดยสารหนูเท่ากับ 1.5

          โดยค่าอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง หาก LCR มีค่ามากกว่า 0.0001 หรือ 1×10-4 (Noelle Liao et. al.,2018) นั้นแสดงว่าคนๆนั้นมีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัย

          หากเราสมมติว่ามีจำนวนคนหรือประชาชนที่รับประทานข้าวที่ปนเปื้อนสารหนูที่ตรวจพบค่า 0.124 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ตามตารางผลการตรวจเจอสารหนูในข้าวข้างต้นจากนาที่อำเภอเวียงชัยที่ใช้น้ำจากแม่น้ำกก) ในคนจำนวน 5 คนจำแนกตามวัยและมีน้ำหนักตัวดังนี้

          คนที่ 1 เด็ก อายุ 12 ปี น้ำหนัก 30 กิโลกรัม
          คนที่ 2  วัยรุ่น อายุ  18 ปี  น้ำหนัก 50 กิโลกรัม
          คนที่ 3 หญิง อายุ 45 ปี  น้ำหนัก 60 กิโลกรัม
          คนที่ 4 ชาย อายุ 50 ปี  น้ำหนัก 65 กิโลกรัม
          คนที่ 5  คนแก่ สูงอายุ 65 ปี  น้ำหนัก 50 กิโลกรัม

คำนวณประเมินการรับสัมผัสสารหนู (EDI) และประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง (LCR) จากการบริโภคข้าวที่มีการปนเปื้อนสารหนูที่ตรวจพบค่า 0.124 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

จากการวิเคราะห์โดยสถานการณ์สมมติจำนวนคน 5 คน หากบริโภคข้าววันละ 0.6 กิโลกรัม หรือ 600 กรัมต่อคนต่อวันที่มีการตรวจพบสารหนูปนเปื้อนตามค่าที่รายงานพบ 0.124 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมนั้น ไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่บริโภคข้าวจะปลอดภัยในระยะยาว มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ดังตัวอย่างการคำนวณการประเมินความเสี่ยงในตารางข้างต้น การที่หน่วยงานรัฐที่ป่าวประกาศว่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานสามารถบริโภคได้นั้น อาจจะบอกถูกต้องแค่เพียงการบริโภคเป็นครั้งคราว ไม่ใช่การบริโภคต่อเนื่อง แต่ทว่าข้าวคืออาหารที่คนบริโภคทุกวันและต่อเนื่อง ดังนั้นคนเหล่านี้จึงอยู่ในสภาวะความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามทั้งนี้จำเป็นต้องวิเคราะห์สปีชีส์สารหนู (Arsenic Speciation Analysis) ประกอบด้วยเพื่อจะทำให้ข้อมูลมีความชัดเจนมากขึ้นถึงอันตรายจากสารหนูที่ตรวจพบ เพราะหากเป็นสารหนูอินทรีย์ความเป็นพิษหรืออันตรายก็จะน้อยกว่าสารหนูอนินทรีย์ซึ่งมีความเป็นพิษสูงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์เราซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เจ็บป่วยและเป็นสารก่อมะเร็ง


[1] Noelle L., Edmund S., Brenda E., May W., Yan L., & Jenna H.. (2018). A comprehensive review of arsenic exposure and risk from rice and a risk assessment among a cohort of adolescents in Kunming, China. International journal of environmental research and public health, 15, 2191.