ริมถนนเลียบหาด “หาดเจ้าสำราญ-ชะอำ” จ.เพชรบุรี ช่วงหมู่บ้านบ่อไร่ ขาล่องใต้ เป็นที่ตั้งของ “อนุสาวรีย์พวกขี้โกง” แต่หลายคนมักเรียกติดปากว่า “อนุสาวรีย์เหี้ย” เพราะมีรูปปูนปั้นตัวเหี้ยแต่หัวเป็นคน โดยประติมากรรมชาวบ้านชุดนี้เป็นของ “ลุงเหนาะ” นายเสนาะ สุขจำเริญ หรือ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ หมู่ 5 ต.หนองศาลา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
นอกจากสร้าง “อนุสาวรีย์พวกขี้โกง” ด้วยสองมือของตัวเองแล้ว ลุงเหนาะยังได้แต่งกลอนเขียนลงบน “ป้ายสาปแช่งพวกขี้โกง” ซึ่งสะท้อนการต่อสู้ของคนเล็กคนน้อยที่ถูกทุนใหญ่รังแก
พื้นที่กว่า 40,000 ไร่ในย่านนี้ถูกกว้านซื้อโดนทุนใหญ่ ถ้าซื้อเฉยๆคงไม่มีปัญหา แต่ดันยังผนวกเอาเส้นทางสาธารณะของหมู่บ้านเข้าไปด้วย และยังถมคลองที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากินอีกด้วย โดยมีพวกนักเลงหัวไม้และคนในระบบราชการเป็นมือไม้ แม้กระทั่ง “บางคน” ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐก็รับเงินเป็นรายเดือนจากทุนใหญ่
“เขากลบ(ถม)คลองไปเยอะ เราพยายามต่อสู้ บางจุดก็พอปกป้องที่ดินไว้ได้ แต่ส่วนมากสู้เขาไม่ได้ ถนนสาธารณะเขาก็ปิด จนผมไม่รู้จะทำอย่างไร”ลุงเหนาะบอกอย่างจนปัญญา แม้แกจะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่มาถึง 25ปี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก จนทุกวันนี้แกแทบกลายเป็น “ผีบ้า”อยู่คนเดียวที่ต่อสู่กับทุนใหญ่
“ตอนแรกลุงจ้างคนทำป้ายสาปแช่ง คนทำป้ายรับปากแล้ว ลุงก็พร้อมจะจ่ายเงินให้ แต่ตอนหลังมีคนข่มขู่ไม่ให้ทำ จนคนทำป้ายไม่กล้า ลุงเลยทำเอง และทำอนุสาวรีย์มันเสียเลย พวกเขามันคนเยอะ ทีแรกลุงก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นแนวร่วมหลายคน แต่ตอนนี้เหลือน้อยลงทุกทีเพราะไม่มีใครอยากยุ่ง ก็สู้เขาไม่ได้ เลยให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งความพ่ายแพ้ก็ว่าได้” ลุงเหนาะเล่าที่มาที่ไปพร้อมเสียงหัวเราะขื่นๆระบายความความอัดอั้นตันใจ
ฐานของอนุสาวรีย์เหี้ยมี 4 ด้าน ลุงเหนาะทำเป็นลายปูนปั้นในแต่ละด้านสะท้อนความจริงที่แกเผชิญ โดยด้านหน้ามีรูปคนกำลังกินก้อนดินอยู่ ด้านสองเขียนเป็นรูปคนเอาเงินมาฟาดหัวแล้วก็มีคนก้มไหว้เพื่อรับเงินนั้น ด้านสามเป็นรูปสัตว์ใหญ่วิ่งเหยียบคน ส่วนด้านสุดท้ายเขียนเป็นกลอนว่า “อนุสาวรีย์นี้สร้างตั้งเอาไว้ เพื่อจะให้ใครใครดูและรู้เห็น พวกเลวร้ายใจทรามทำกรรมเวร ตัวนั้นเป็นเช่นสัตว์ชั่วหัวเป็นคน มันโกงกินที่ดินสาธารณะ ไม่เลยละห้วยหนองคลองถนน วีรกรรมน่าจำจดหมดทุกคน ใช้เลห์กลปล้นไม่กลัวชั่วโหดเลว” ลงชื่อจากคนบ่อไร่
ด้านบนของอนุสาวรีย์เป็นรูปตัวเหี้ยที่มีหัวเป็นคนและอีกรูปเป็นหมาตัวเมียหัวเป็นผู้หญิง
ลุงเสนาะบอกว่าเขียนไว้เพื่อให้เห็นว่ายังไงเราก็สู้เขาไม่ได้ พวกเขาเยอะแยะ เขากลบถนน กลบคลองสาธารณะ อนุสาวรีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ที่พอจะทำได้ แม้ถูกก่อกวนอยู่บ่อยๆ เช่น มีโทรศัพท์มาขู่ เมื่อทำอนุสาวรีย์นี้ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่ามาถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ หลังจากนั้นนายอำเภอขณะนั้นและทีมงานมากกว่า 20 คนมาบอกว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง
“ลุงบอกเขาไปว่าทุบได้เลย แต่เขาก็ไม่ทุบ เขาถ่ายรูปผมแล้วก็ถ่ายวีดีโอไป เขาบอกว่าให้เกียรตินายอำเภอบ้างเพราะคนดูกันทั่วประเทศ แต่ลุงก็อยู่คนเดียว มีหมาสองตัว ก็มีบางคนที่เอาปืนมาขู่ เขาบอกว่าไม่ให้เกียรติเขา แต่เราอยู่ของเราก่อน เขามาทีหลัง”
ลุงเหนาะบอกว่า อยากให้ชาวเมืองเพชรและคนที่ผ่านมาผ่านมาได้มาดูอนุสาวรีย์ ตนพร้อมตอบคำถามว่าทำไมจึงต้องทำอนุสาวรีย์นี้
“มีคนถามว่าไม่กลัวหรือ เจ้าหน้าที่บางคนก็ถาม ลุงก็บอกไปว่าลุงเป็นคนบ้านนอกไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ก็เหมือนลูกวัวเพิ่งเกิดไม่รู้จักเสือ เห็นเสือก็นึกว่าหมา”ผู้เฒ่าวัย 82 ปีหัวเราะในคำตอบของตัวเองตามสตายนักเลงเมืองเพชรที่ไม่กลัวใคร แต่ไม่ยอมให้ใครรังแก
“ลุงก็มาอยู่ที่นี่เป็นประจำ มารดน้ำต้นไม้ ดอกไม้ ตอนแรกเอารถยนต์เข้ามาได้ แต่ตอนนี้เขาเอาท่อออกทำให้ถนนแคบเลยเอารถยนต์เข้ามาไม่ได้ ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ เขาทำทุกอย่างเพื่อขัดขวาง ถ้าลุงตายไปเขาก็คงจะทุบอนุสาวรีย์นี้ทิ้ง ”แม้อายุเยอะแล้ว แต่ลุงเหนาะยังคงมุ่งมั่นที่ต่อเติมเสริมแต่งอนุสาวรีย์อยู่เรื่อยๆ ต้นเฟื่องฟ้าที่แกปลูกรอบๆเริ่มออกดอกอย่างมีสีสัน แม้ไม่งดงามจนสะดุดตาใครๆแต่ก็ทำให้อนุสาวรีย์เหี้ยน่าดูน่ามองยิ่งขึ้น
“แค่ป้ายทางลงอนุสาวรีย์ เขาก็เอารถมาดันกลบทิ้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ลุงไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจบอกว่าที่ลุงทำป้ายนี้ลุงขออนุญาตใคร ลุงตอบว่าไม่ได้ขอหรอก ตำรวจบอกว่าต้องขอนะ เพราะผิดกฎหมาย คนที่พูดเป็นระดับพันตำรวจตรี ลุงก็บอกว่าไม่รู้”ผู้เฒ่าเล่าถึงเรื่องราวที่ถูกกลั่นแกล้งต่างๆ
“แล้วอีตอนที่พวกนั้นเขามากลบคลองสาธารณะ ลุงแจ้งไป 8 หน่วยงาน รวมถึงตำรวจด้วย ก็ไม่เห็นจะมีใครมาทำอะไร ต่างคนต่างเกี่ยงกัน ตอนนี้ลุงไม่รู้จะไปขอใคร”ลุงเหนาะตั้งคำถามแบบไม่ต้องการคำตอบเพราะรู้อยู่แล้วว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร
“8 หน่วยงานนะครับ ลุงถ่ายรูปไปแจ้งหน่วยงานต่างๆ เขาก็บอกให้ลุงไปทางโน้นบ้าง ไปทางนี้ อำเภอให้ไปแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจให้ไปแจ้งหน่วยรักษาพันธุ์กรมอุทยานที่แก่งกระจาน ลุงก็ไป แต่สุดท้ายก็ไม่มีหน่วยงานไหนรับว่าใครที่ต้องทำหน้าที่นี้ กรมเจ้าท่าลุงก็ไป แต่พอลุงมาทำอนุสาวรีย์ ทุกคนต่างมาถ่ายรูปแล้วมาบอกไม่ให้ทำ”ลุงเหนาะสะท้อนความเป็นจริงที่เผชิญ ความเป็นธรรมสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยช่างหายากจริงๆ
“ผมอายุมาก ก็ไม่กลัวอะไรแล้ว อีกไม่นานเกิน 2-3 ปีก็คงจะไม่ได้ทำหน้าที่อีกแล้ว ลูกหลานควรจะรู้ในสิ่งผิดปกตินี้”แกบอกถึงเป้าหมายในบั้นปลายของชีวิต
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่เห็นป่าชายเลนและคลองต่างๆ เช่น คลองตากบ ต้องถูกขุดและถมจนเปลี่ยนสภาพ ลุงเสนาะตอบว่าเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ช่วงแรกๆ ชาวบ้านก็ออกมาช่วยกันปกป้องเป็นร้อยๆ คน แต่ก็ทำได้เพียงบางส่วน
“คลองตรงนี้ ตอนแรกเขาจะกลบทั้งหมดเลย หากเขากลบได้ก็จะได้พื้นที่อีก 7-8 ไร่ รวมถึงตรงอนุสาวรีย์นี้ด้วย ลุงจึงมาทำป้ายทำอนุสาวรีย์นี้ไว้ หากไม่ทำเขาก็กลบไปแล้ว ตอนที่เขากลบป่าชายเลน ลุงไปแจ้งตำรวจ ทางตำรวจบอกว่าเขาก็คงไม่ตั้งใจกลบหรอก เขาคงจะหาหลักเขตอยู่ ลุงเลยบอกว่าหลักเขตสูงแค่เอว มันก็น่าจะมองเห็นแล้ว” ลุงเหนาะพูดถึงพยายามต่อสู้ปกป้องที่ดินสาธารณะเอาไว้ แต่แกก็ทำดีที่สุด เท่าที่ได้
“สรุปแล้วที่หมู่บ้านบ่อไร่นี้ ที่ดินสาธารณะ คลอง ถนน หมดไป 70-80 ไร่ ถูกเขาเอาไปหมด มีถนนเส้นหนึ่งเป็นถนนสาธารณะยาว 5 กิโลเมตรจากปึกเตียนมาถึงถนนเลียบชายหาด เขาก็เอาไป ทั้งคลอง ทั้งถนน หลายสิบไร่ถูกเอาไปทั้งหมด” ผู้เฒ่าบอกอย่างช้ำใจ
เมื่อถามว่าหากตรวจสอบจากภาพถ่ายทางอากาศจะพบถนนและคลองสาธารณะดั้งเดิมหรือไม่ ลุงเสนาะตอบว่าเจออยู่แล้ว ข้อมูลทั้งหมดเคยแจ้งไปทั้งปปช.(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทบทุกแห่ง แต่ก็ไม่มีใครตรวจสอบจริงจัง
“ผมแจ้งเจ้าหน้าที่อำเภอ แจ้งตำรวจ ผมเก็บเอกสารไว้ทั้งหมด เรื่องถนนลงชายหาดบ่อไร่ก็เช่นกัน เขาก็บอกว่าเป็นที่ดินของบริษัทที่เป็นผู้เสียหายอีกแห่งหนึ่ง เราทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เลยเป็นของเขาหมดแล้ว เราก็แพ้คดี สาเหตุที่แพ้ก็คือพยานของเขาเยอะ หน่วยงานปกครองท้องถิ่นเป็นพวกเขา ให้การกับศาลว่าถนนที่ลงทะเลบ่อไร่นี้ ชาวบ่อไร่และประชาชนทั่วไปไม่ได้ใช้แล้ว ทั้งๆที่ใช้กันมาตลอด เอกสารเหล่านี้ผมเก็บไว้หมด”
ลุงเหนาะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องบ้านเกิดซึ่งตัวเองทุกรูปแบบ แต่ต้องพ่ายแพ้ทุกประตูทั้งๆที่มี “ความจริง”ยืนยัน แต่ความจริงที่ออกจากคนตัวเล็กๆกลับไม่มีน้ำหนักพอที่จะคัดง้างไข่วควรเป็นธรรมได้ไว้ได้ ในที่สุดอนุสาวรีย์แห่งความพ่ายแพ้และขึ้นป้ายสาปแช่งจึงเกิดขึ้น
ในวันนี้ลุงเหนาะไม่ได้หวังอะไรมากแล้ว เพราะ “ความศรัทธา”ในกระบวนการยุติธรรมและระบบราชการไทยเสื่อมทรุดจนหมดจากใจแก
ความเป็นธรรมที่สามารถเอื้อมถึงจึงอยู่ที่สองมือที่แกใช้ก่อสร้างอนุสาวรีย์พวกเหี้ยๆและเขียนป้ายสาปแช่งคนคดโกง






