เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยระบุว่า เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวมฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาสังคมและชุมชนที่ทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในลุ่มน้ำสาละวินและลำน้ำสาขามาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี พบว่ามีการบุกรุกที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ ในลุ่มน้ำยวม ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน อย่างน้อย 2 กรณี
หนังสือที่ทำถึงนายสุชาติระบุว่า ลำห้วยกุ้ง ซึ่งเป็นลำธารสาขาของแม่น้ำยวม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลำน้ำยวมฝั่งขวา ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ถูกบุกรุกอย่างชัดเจน มีการล้อมรั้วลวดหนาม และติดตั้งกล้องวงจรปิดในลักษณะที่แสดงความเป็นเจ้าของโดยเอกชนจากภายนอก ลำห้วยแห่งนี้มีระบบนิเวศที่เป็นลักษณะเฉพาะ มีน้ำผุดจากใต้ก้อนหิน เป็นลำธารขนาดเล็กที่ไหลลงสู่แม่น้ำยวม และเป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของกุ้งลำธาร ที่พบได้เพียงพื้นที่นี้เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนให้ชาวบ้านไปขุดเจาะทำเหมืองแร่ดีบุกในภูเขาที่ริมแม่น้ำยวม ซึ่งการทำเหมืองในลักษณะนี้ไม่ปรากฎว่ามีมาตรการรองรับด้านสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศที่เปราะบางในพื้นที่ดังกล่าว
“แม่น้ำยวมตอนล่าง ในเขตป่ารอยต่อ จ.แม่ฮ่องสอน และจ.ตาก เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันอนุรักษ์มาหลายชั่วอายุคนโดยภูมิปัญญาชาติพันธุ์ชาวปกากญอ (ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง) ในทางกฎหมายพื้นที่ลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย เป็นเขตป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมประกาศ) ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งขวา และเชื่อมสู่ลุ่มน้ำสาละวิน ซึ่งเป็นลุ่มน้ำนานาชาติที่มีความสำคัญ”หนังสือระบุ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงบริเวณริมแม่น้ำยวมซึ่งพบว่า ขณะนี้ได้มีนายทุนรายหนึ่งสร้างบ้านพักอยู่ริม “ห้วยกุ้ง”ซึ่งเป็นลำห้วยที่ไหลลงแม่น้ำยวมและอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งกุ้งพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งมีเฉพาะลำห้วยบางแห่งเท่านั้นและกุ้งชนิดนี้มีรสชาติอร่อย ดังนั้นชาวบ้านจึงนิยมไปวางไซดักไว้ อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานายทุนรายนี้ได้เข้าไปจับจองพื้นที่โดยการรู้เห็นของข้าราชการที่ดูแลพื้นที่ โดยล่าสุดนายทุนได้สร้างอาคารหลังใหม่พร้อมล้อมรั้วบริเวณห้วยกุ้งเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปดักกุ้ง ซึ่งชาวบ้านเคยร้องเรียนเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีการลักลอบขุดแร่ดีบุกนั้น จากการสอบถามชาวบ้านพบว่าได้มีนายทุนได้สนับสนุนให้ชาวบ้านเข้าไปขุดแร่นำออกมาขาย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือมีการขุดอุโมงค์ลึกเข้าไปในภูเขายาวนับกิโลเมตรซึ่งเสี่ยงมากต่อการที่อุโมงค์จะถล่มเนื่องจากไม่ได้มีวิศวกรคอยควบคุมและนายทุนได้แจ้งกับชาวบ้านว่าไม่รับผิดชอบใดๆ โดยนายทุนไทยได้ส่งแร่ดีบุกขายให้กับนายทุนจีนที่มารับซื้อถึงพื้นที่ โดยสามารถขนใส่รถบรรทุกผ่านด่านทหารพรานและด่านอื่นๆออกมาได้โดยง่ายดาย
ผศ.มาลี สิทธิเกรียงไกร นักวิชาการศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กุ้งจากห้วยกุ้งชาวบ้านเองก็ไม่รู้ว่ากุ้งเหล่านี้มาจากไหน แต่น่าจะเป็นกุ้งจากแม่น้ำสายหลักว่ายขึ้นไปเพราะชาวบ้านต้องหันไซที่ใช้ดักออกมาทางแม่น้ำยวมโดยกุ้งบริเวณนี้มีเยอะโดยเฉพาะคืนเดือนแรม และแตกต่างจากกุ้งแม่น้ำยวม รสชาติอร่อย ชาวบ้านจึงนิยมบริโภค พื้นทีตรงนี้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชนชาวบ้านเอามาขายได้กิโลกรัมละเกือบ 400 บาท เช่นเดียวกับผืนป่าบริเวณนี้เป็นแหล่งทำมาหากินและแหล่งรายได้ของชุมชน ชาวบ้านรู้ว่าควรจับกุ้งแค่ไหน แต่เมื่อใดที่นายนทุนเข้ามาก็จะหากำไรมากที่สุด ขณะที่ตลาดที่ชาวบ้านเอากุ้งไปขายไม่ใช่ตลาดใหญ่ ทุกคนไปหาได้แต่คนซื้อมีจำนวนน้อย เป็นการควบคุมกันเองในชุมชน



