เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว Mizzima รายงานว่า กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดด้วยร่มร่อนติดเครื่องยนต์ที่หมู่บ้านฉ่วยข่องคาน ในเขตสะกาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 5 ขวบ จำนวน 2 ราย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ชาวบ้านเปิดเผยว่า มีการทิ้งระเบิดจำนวน 4 ลูกโดยใช้ร่มร่อนแบบมีเครื่องยนต์ซึ่งทางกองทัพพม่าเลือกโจมตีในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และชาวบ้านไม่มีบังเกอร์หรือที่หลบภัยในหมู่บ้าน ทำให้มีเด็กและผู้หญิงเสียชีวิต และไม่เคยมีการสู้รบมาก่อนในหมู่บ้านแห่งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ ยังทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 5 คน
มีรายงานว่า การทิ้งระเบิดยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำจากกองบัญชาการทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองมงยวาถูกพบเห็นว่าได้โจมตีระหว่างเมืองมินมูและเมืองอายาดอว์
“พวกเขาทิ้งระเบิดทั้ งๆที่ไม่มีเป้าหมายทางทหาร หมู่บ้านนี้ไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน ไม่มีบังเกอร์หรือที่หลบภัย ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว จึงมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก” ชายท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าว
จากข้อมูลของฐานข้อมูลการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ (Spring Revolution Database -SRD) พบว่า มีการใช้ร่มร่อนโจมตีประชาชน และได้คร่าชีวิตประชาชนในพม่าไปแล้วกว่า 163 รายทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2567 โดยเขตสะกายมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด
อีกด้านหนึ่ง กองทัพพม่าโจมตีทางอากาศในตลาดแห่งหนึ่งในเมืองโป่งนะยุ้น รัฐยะไข่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีจำนวน 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย
“กองทัพพม่ากำลังโจมตีพลเรือนเพราะไม่สามารถเอาชนะกองกำลังอาระกัน AA (Araka Army)ในการรบได้ เราขอประณามการกระทำของกองทัพพม่าว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” นายโกเปียเพียวหน่าย ประธานสมาคมเยาวชนโป่งนะยุ้น (Ponnagyun Youths Association) ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการโจมตีทางอากาศกล่าว
นับตั้งแต่สูญเสีย 14 เมืองจากทั้งหมด 17 เมืองในรัฐอาระกันให้กับกองกำลังอาระกัน กองทัพพม่าได้ทำการทิ้งระเบิด โดยมีเป้าหมายที่พลเรือน ซึ่งรวมถึงตลาด โรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านเรือน เพื่อบ่อนทำลายการบริหารงานของกองกำลังชาติพันธุ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
มีรายงานด้วยเช่นกันว่า ขณะนี้กองกำลังอาระกันกำลังรุกคืบในเมืองเจ้าก์ผิ่วและเมืองชิตต่วย เมืองหลวงของรัฐอาระกัน ขณะที่กองทัพพม่ากำลังขอความช่วยเหลือจากจีนในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพกับกองกำลังอาระกัน
ด้านนายอูหว่ายฮุนอ่อง นักเขียนชาวอาระกันแสดงความคิดเห็นว่า กลยุทธ์ที่โจมตีพลเรือนของกองทัพพม่า ไม่เพียงแต่ทำให้ทหารอาระกัน AA โกรธแค้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ประชาชนยิ่งมีความมุ่งมั่นมากขึ้นที่จะโค่นล้มระบอบการปกครองที่โหดร้ายนี้ โดยชาวยะไข่หรือชาวอาระกันต้องการให้ AA เร่งดำเนินการเพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างรวดเร็วในเมืองเจ้าก์ผิ่วและเมืองชิตต่วย
“ทุกคนกลัวตาย แต่สิ่งที่พวกเขากลัวยิ่งกว่าความตายคือการไม่ได้รับการปลดปล่อย” เขากล่าว
ทั้งนี้เมืองเจ้าก์ผิ่วเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและโลจิสติกส์สำคัญของจีน ผ่านโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึก โดยมีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่ 360 เมกะวัตต์ ล้อมรอบพื้นที่โครงการเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าและเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติสู่จีนโดยตรง




