
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (Community Health Impact Assessment Platform หรือ CHIA Platform) ให้สัมภาษณ์ถึงผลเก็บข้อมูลของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงใน 4 ตำบล เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชน กรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก จังหวัดเชียงรายจากการตรวจเล็บและเส้นผม ว่าในด้านพิษวิทยานั้นสามารถแบ่งผลกระทบได้เป็น 2 แบบ คือ พิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรัง
น.ส.สมพรกล่าวว่า พิษแบบเฉียบพลัน เกิดจากการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการทันที เช่น อาเจียน ท้องเสีย และวิงเวียนศีรษะ ในขณะที่ พิษแบบเรื้อรัง เกิดจากการรับสารพิษในปริมาณน้อยแต่มีความต่อเนื่องจนเกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งกรณีหลังนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ปัจจุบัน เนื่องจากพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการตรวจสุขภาพของประชาชน
ผอ. CHIA Platform กล่าวว่า สำหรับเครื่องมือและขั้นตอนการเก็บตัวอย่างนั้น การตรวจปัสสาวะและเลือดถือเป็นขั้นตอนแรกเพื่อตรวจสอบว่าร่างกายได้รับโลหะหนักหรือสารพิษหรือไม่ โดยสามารถประเมินได้จากการขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะภายใน 1-2 วัน หากตรวจพบ จะดำเนินการประเมินสารพิษตกค้างในเลือดต่อไป ซึ่งโดยปกติสารโลหะหนักจะสามารถตกค้างในร่างกายได้ประมาณ 90 วัน บ่งชี้ถึงการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในระยะเวลาไม่นานนัก
น.ส.สมพรกล่าวว่า หากยังคงพบสารพิษอย่างต่อเนื่อง จะต้องเข้าสู่การตรวจขั้นต่อไป คือการตรวจหาสารสะสมในเล็บและเส้นผม ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อยืนยันว่าโลหะหนักได้เข้าไปสะสมในร่างกายอย่างถาวรแล้ว ดังนั้น เมื่อทีมนักวิจัยได้ตรวจพบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องเข้ามาดำเนินการต่อ ทั้งในด้านการพิสูจน์ทางระบาดวิทยา การตรวจซ้ำ การสอบสวนโรค การจำแนกแหล่งที่มาของสารพิษในร่างกาย รวมถึงการจัดทำแผนที่เชื่อมโยงข้อมูล (Mapping) เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากร และห้องปฏิบัติการ
“ทีมวิจัยชุดนี้ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ด้วยงบประมาณการวิจัยเพียง 3 แสนบาท ซึ่งถือว่าไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับปริมาณงานที่ต้องเก็บตัวอย่างครอบคลุมถึง 4 ตำบล รวมถึงการเก็บตัวอย่างเล็บกว่า 90 ราย การส่งตรวจตัวอย่างเล็บนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่รองรับมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศและมีค่าใช้จ่ายสูง การที่ทีมวิจัยสามารถสุ่มเก็บตัวอย่างและดำเนินการตรวจวิจัยได้ครอบคลุมภายใต้งบประมาณเท่านี้ จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องและชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง การเก็บตัวอย่างเล็บก็เป็นไปตามหลักการ ทราบว่าทีมนักวิจัยได้ทำตามกระบวนการและขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว” น.ส.สมพร กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ทีมงานได้ลงพื้นที่เฝ้าระวัง สำรวจ และเก็บตัวอย่างส่งตรวจทั้งจากแหล่งน้ำชุมชนและห่วงโซ่อาหารอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการดำเนินงานเข้าสู่ปีงบประมาณที่ 2 แล้ว ภายใต้งบประมาณจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่จัดสรรให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยในปีงบประมาณ 2568 ได้รับจัดสรรจำนวน 8 แสนบาท และปีนี้อีก 8 แสนบาท ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดและสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ในการเก็บตัวอย่างห่วงโซ่อาหารและประสานการส่งตรวจภายใต้งบประมาณก้อนนี้
แหล่งข่าวกล่าวว่า การดำเนินงานยังคงพบปัญหาและอุปสรรคสำคัญ คือ การทำงานที่แยกส่วนกัน ความล่าช้าในการทราบผลตรวจ และข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้การส่งตัวอย่างกลุ่มเสี่ยงไปตรวจทำได้จำกัด เช่น เมื่อพบว่าแหล่งน้ำหรือห่วงโซ่อาหารมีค่าการปนเปื้อนเกินหรือใกล้เคียงเกณฑ์มาตรฐาน เจ้าหน้าที่จะสามารถเก็บตัวอย่างจากประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้เพียง 5 คนต่อจุดเท่านั้น
นอกจากนี้ ระยะเวลาในการส่งตรวจยังเป็นอุปสรรค หากเป็นตัวอย่างน้ำประปาชุมชนที่ส่งตรวจ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดเชียงราย จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่หากเป็นตัวอย่างจากห่วงโซ่อาหาร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จะต้องส่งต่อไปยังส่วนกลาง ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 เดือนจึงจะทราบผล ความล่าช้าดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินการในขั้นตอนต่อไปเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน
“การขาดแคลนงบประมาณและเครื่องมือเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหายังคงเป็นความท้าทายใหญ่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่กว่า 85% ยังคงใช้แหล่งน้ำชุมชนในการอุปโภคบริโภค ครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 9 อำเภอ ปัจจุบันจากศักยภาพที่มีอยู่สามารถดำเนินการนำร่องได้เพียงในพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย, ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน, ต.โป่งน้อย อ.ดอยหลวง, ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง และ ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย สิ่งที่เราต้องการในขณะนี้คือ ข้อมูลประเมินความเสี่ยงด้านการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และผลกระทบต่อสุขภาพ”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับกรณีผลตรวจของคณะนักวิจัย มฟล.ที่ตรวจสารพิษในเล็บและเส้นผมนั้น ได้สร้างความไม่พอใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดเป็นอย่างมาก และได้มีการส่งต่อความไม่พอใจไปถึงผู้บริหาร มฟล.จนกระทั่งมีการเรียกคณะผู้วิจัยไปตำหนิ ทำให้นักวิจัยบางคนรู้สึกเหนื่อยหน่ายเพราะเป็นความตั้งใจดีที่ต้องการแสวงหาข้อมูลให้กับชุมชน แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง กลายเป็นว่าต่อไปเมื่อมีการนำเสนอผลวิจัยอาจต้องปกปิด เพราะการเปิดเผยผลครั้งนี้แม้เกิดแรงกระเพื่อมที่เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่ทีมนักวิจัยกลับถูกตำหนิ ทำให้ขาดความเป็นอิสระทางด้านวิชาการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังผลการวิจัยตรวจพบสารหนูในเส้นผมและเล็บได้ถูกเผยแพร่ในสื่อต่างๆอย่างกว้างขวาง ทางจังหวัดเชียงรายได้พยายามให้นักวิชาการบางส่วน และ ผู้แทนสสจ.เชียงรายออกมาชี้แจงซึ่งมุ่งประเด็นทำให้ประชาชนมั่นใจว่าแม่น้ำกกยังปลอดภัยผ่านโดยผ่านศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อการรับรู้ และติดตามสถานการณ์น้ำเชียงราย


