เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานโดยอ้างจากแหล่งข่าวว่า กองกำลังปะหล่อง TNLA(Ta’ang National Liberation Army) และกองกำลังโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army )ซึ่งต่างเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรสามพี่น้อง หรือกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพ ( Brotherhood Alliance) ได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันแล้ว หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้พยายามเจรจากันมาเป็นระยะเวลา 2 วันที่เมืองเล้าก์ก่าย ในเขตปกครองตนเองโกก้าง ภาคเหนือรัฐฉาน ประเทศพม่าติดชายแดนจีน
มีรายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 19 มีนาคม โดยผู้บัญชาการภาคพื้นดินได้รับคำสั่งให้ยุติปฏิบัติการทันที
ขณะที่สำนักข่าว SHAN ได้สัมภาษณ์โฆษกของ TNLA ซึ่งระบุว่า ขณะนี้ผู้นำทั้งสองกลุ่มติดอาวุธอยู่ระหว่างหารือกันที่เมืองเล้าก์ก่าย โดยผู้นำระดับสูงของ TNLA ได้เดินทางไปพบหารือผู้นำของโกก้าง ด้วยตัวเอง เพื่อต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการออกมาเปิดเผยใดๆว่า ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม ทาง TNLA คาดหวังว่า การหารือของผู้นำจะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดทางทหารระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากข้อพิพาทเรื่องดินแดนในพื้นที่ติดกันทางตอนเหนือของรัฐฉาน ซึ่งบานปลายเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธในเดือนนี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงที่จะยุติการสู้รบแล้ว แต่การเจรจายังคงดำเนินต่อไป
ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ยังแก้ไขไม่ได้ การเจรจาครั้งนี้ของผู้นำ TNLA และ MNDAA มีรายงานว่า ผู้นำระดับสูงของกองกำลังอาระกัน (AA) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม Brotherhood Allianceได้เข้าร่วมในการเจรจาด้วย
แหล่งข่าวยังระบุว่า กองกำลังโกก้างยังไม่ได้ปล่อยตัวทหารของ TNLA และพลเรือนที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการปะทะกันเมื่อเร็วๆนี้ โดย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา TNLA ได้ร้องขอให้กองกำลังสหรัฐว้า UWSA ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม FPNCC หรือคณะกรรมการเจรจาและปรึกษาทางการเมืองแห่งสหพันธรัฐ (Federal Political Negotiation and Consultative Committee) รวมทั้งรัฐบาลจีนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย
สำนักข่าว SHAN ได้สัมภาษณ์ประชาชนในเมืองน้ำคำ ทางเหนือรัฐฉาน ซึ่งเป็นอีกเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ทาง MNDAA ต้องการยึดจากปะหล่อง TNLA โดยประชาชนส่วนใหญ่แสดงความกังวลหวั่นจะเกิดสงครามในพื้นที่ โดยต่างแสดงความรู้สึกกลัว แม้ชาวบ้านบางส่วนได้อพยพออกจากในพื้นที่ แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังคงตัดสินที่จะอยู่ในเมืองน้ำคำต่อไป อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่กล้าออกจากบ้านหากไม่มีเหตุจำเป็น และทำให้บรรยากาศทั่วไปในเมืองค่อนข้างเงียบเหงา โดยประชาชนหวังให้การเจรจาระหว่างโกก้างและปะหล่องออกมาดี เพราะไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากสงครามอีกแล้ว




