เรื่อง/ภาพ โดยกิตติธัช สิงห์เสนา
“ตัวคุณที่ยังอยู่ตอนนี้ เติบโตขึ้นและตายลง จนถึงคุณมาเกิดใหม่ สารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำก็จะยังคงอยู่ และเหมืองก็จะยังทำงานต่อไป การลุกขึ้นมาแสดงออกอะไรสักอย่าง ย่อมดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย ในโลกที่บัดซบนี้”
คำพูดของ Jeremy Hiah ศิลปินจากสิงคโปรและหนึ่งในภัณฑารักษ์โครงการศิลปะแสดงสดนานาชาติ เชียงราย 2569 ที่เปรียบเสมือนคำเตือนต่อโลกโลกาภิวัฒน์ที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยการผลิตและการส่งออกอย่างไม่หยุดยั้ง
ขณะที่ด้านหนึ่ง ดร.จักกริช ฉิมนอก หนึ่งในภัณฑารักษ์อีกคน พูดว่า “แม่น้ำยืนยาว ชีวิตสั้น” ที่บ่งบอกว่าแม่น้ำนั้นสำคัญมากขนาดไหนสำหรับมนุษย์ โดยที่ชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนัก เมื่อเทียบกับแม่น้ำที่ไหลต่อเนื่องและคงอยู่ต่อจนถึงผู้คนรุ่นถัดไป
โดยปัจจุบัน ในสภาพความเป็นจริงนั้น แม่น้ำที่กำลังไหลต่อเนื่องกลับกำลังอ่อนแรงและเสื่อมโทรมลง ขณะที่สิ่งปลูกสร้างของระบบทุน ไม่ว่าจะเป็นเหมืองแร่หรือเขื่อน กลับตั้งตระหง่านราวกับจะยืนยาวยิ่งกว่าแม่น้ำและผู้คน
ในอนาคต สิ่งที่เลือนหายไปอาจไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์ที่ถูกแทนที่ด้วยสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ แต่คือผู้คนที่ต้องอพยพหรือไม่ก็ล้มตายจากสารพิษ ส่วนสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่นั้น อาจเป็นแม่น้ำสายเดิมที่ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นศพร่างยาวนับพันกิโลเมตร
การแสดง Performance Art ของศิลปินจากหลายประเทศในครั้งนี้ คือการลุกขึ้นทำบางสิ่งเพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
ศิลปะแสดงสดเป็นงานที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาจำกัด มีจุดเริ่มต้นและจุดจบในตัวเอง ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาในแกลเลอรี่หรือคงอยู่ถาวร คุณค่าของมันอยู่ที่การเกิดขึ้นจริง ในเวลานั้น สถานที่นั้น และผ่านร่างกายของผู้แสดงโดยตรง
ผมได้ติดตามและถ่ายภาพการแสดงของศิลปินบางส่วนในงาน พร้อมทั้งพยายามทำความเข้าใจสัญญะ ความหมาย และท่าทางที่พวกเขาสื่อออกมา อีกทั้งยังมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินบางคนที่ผมติดตามการแสดงของพวกเขา และนำบทสนทนาเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าผ่านภาพถ่ายเหล่านี้
Vichukorn Tangpaiboon
“ที่นี่มีปัญหา” คือถ้อยคำสั้น ๆ ที่ “จอน”ศิลปินอิสระจากกรุงเทพฯเอ่ยขึ้นหลังจบการแสดง ขณะยืนอยู่ริมแม่น้ำกก พร้อมยกแตรลายธงชาติขึ้น ร่างของพี่จอนถูกแต้มด้วยเศษทองคำบนใบหน้า ทองที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของเหมืองในพื้นที่ต้นน้ำ ทรัพยากรที่ถูกขุดค้นในที่พื้นที่ต้นน้ำ และส่งแรงสะเทือนในมุมลบไปตลอดทั้งสายน้ำ กระทบผู้คนที่อยู่ระหว่างสายน้ำและปลายน้ำโดยไม่มีทางเลือก
แตรในมือที่มีลวดลายธงชาติ กลายเป็นอีกชั้นของความหมาย มันชี้ไปยังโครงสร้างที่ควรรับรู้และตอบสนองต่อปัญหา แต่กลับนิ่งเฉย ราวกับเสียงเตือนนั้นไม่เคยถูกได้ยิน การเพอฟอร์มของจอนนั้นจึงเปรียบเสมือนการตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา ว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เหตุใดผู้มีอำนาจจึงยังคงปล่อยให้มันดำรงอยู่ เหมือนกับว่าความเสียหายนั้นสามารถถูกยอมรับให้เป็นเรื่องปกติได้
Xuan Liu
ศิลปินสัญชาติจีน จากกรุงเทพมหานคร ได้เพอร์ฟอมให้เห็นภาพของร่างกายที่เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ริมแม่น้ำกก มือหนึ่งลากถุงพลาสติกใสที่บรรจุน้ำปนเปื้อน ราวกับกำลังพาบางสิ่งที่ควรเป็นธรรมชาติกลับกลายเป็นวัตถุที่ถูกครอบครอง
.
พลาสติก คือ วัตถุที่ถือกำเนิดจากน้ำมัน อาจตีความได้ว่าเป็นตัวแทนของระบบทุนนิยมที่ค่อย ๆ ห่อหุ้มทรัพยากรพื้นฐานอย่างน้ำไว้ภายในชั้นโปร่งใส มันดูเบา มองทะลุได้ แต่กลับมีอำนาจครอบงำอย่างเงียบงัน ราวกับว่ามันใหญ่กว่าแม่น้ำที่มันบรรจุอยู่ ทั้งที่ในความเป็นจริง น้ำคือจุดกำเนิดของแทบทุกสรรพสิ่ง เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตอย่างเรียบง่ายและเท่าเทียม แต่เมื่ออยู่ภายใต้โลกของระบบทุนนิยม ทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่นี้ รวมถึงผู้คนจำนวนมหาศาล กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ภายใต้การควบคุมในรูปแบบเดียวกัน โดยความขุ่นมัวของน้ำนั้นเป็นสภาวะที่ถูกกำหนดได้ จะใสหรือขุ่น จะไหลหรือหยุดนิ่ง ล้วนขึ้นอยู่กับมือของมนุษย์ไม่ใช่กับธรรมชาติ
Anuchit Hemmala and Anucha Hemmala
ศิลปิน จากกรุงเทพมหานคร เพอร์ฟอมดำเนินไปด้วยจังหวะที่สอดประสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างหนึ่งยืนนิ่ง ปล่อยให้จานทองคำวางอยู่บนศีรษะ ขณะที่อีกร่างค่อย ๆ หย่อนวัตถุชิ้นเล็กลงไปทีละน้อย เสียงกระทบเบา ๆ ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ คล้ายพิธีกรรมบางอย่างที่ไม่มีคำอธิบายตรงไปตรงมา แต่ชวนให้ผู้ชมค่อย ๆ รับรู้ความหมายที่ซ้อนอยู่ภายใน
ทั้งสองคนได้เล่าว่า จานทองคำในที่นี้คือภาพแทนของสิ่งมีค่า สำหรับคนบางกลุ่ม มันคือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่พอจะแลกด้วยการทำลายทรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้มา แต่สิ่งเล็ก ๆ ที่ถูกหยดลงไปนั้น กลับชี้ไปยังอีกโลกหนึ่ง กุ้ง หอย ปู ปลา หรือแม้แต่เมล็ดพันธุ์ สิ่งที่ดูเล็กน้อยและแทบไร้น้ำหนัก กลับเป็นทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
โดยการเคลื่อนไหวที่สงบและแผ่วเบานี้เหมือนเป็นการวางน้ำหนักระหว่างคุณค่าสองแบบที่ดำรงอยู่พร้อมกัน แต่ไม่เคยเท่าเทียมกัน และบ่อยครั้ง สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในสายตาบางคน ก็มักตั้งอยู่บนการสูญเสียของสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนอีกจำนวนมหาศาล
Constanza Bitthoff
แนวคิดงานของศิลปินรายนี้คือร่างกายของผู้หญิงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเอง ผ่านการใช้ถุงขยะที่มีฉลากระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย การกระทำดำเนินไปอย่างช้าและจงใจ ราวกับเป็นพิธีกรรมที่เปิดเผยกระบวนการบางอย่างที่มักถูกมองไม่เห็น
ถุงขยะกลายเป็นเครื่องนุ่งห่ม ปกคลุมผิวหนังทีละชั้น จนในที่สุดร่างกายทั้งหมดถูกห่อหุ้มไว้โดยสมบูรณ์ ในจังหวะเดียวกันนั้น สถานะของร่างกายก็เปลี่ยนไป จาก “ประธาน” ผู้กระทำ กลายเป็น “วัตถุ” ที่ถูกจัดวาง ถูกบรรจุ และพร้อมจะถูกเคลื่อนย้าย
เมื่อพลาสติกแนบสนิทกับผิว ร่างกายจึงรับเอาสภาพของ “ขยะ” มาไว้กับตนเอง ในฐานะสภาวะที่ถูกกำหนดให้เป็นสิ่งเหลือทิ้งในอนาคต ร่างกายของเธอจึงดำรงอยู่ในภาวะคู่ขนาน ระหว่างการถูกบริโภคและการถูกทอดทิ้ง
การเพอร์ฟอมสะท้อนโครงสร้างเดียวกันกับแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง แม่น้ำที่เคยเป็นแหล่งหล่อเลี้ยง กลับกลายเป็นที่รองรับของเสีย เป็นปลายทางของสิ่งที่ถูกใช้แล้วและไม่ต้องการอีกต่อไป ร่างกายและแม่น้ำจึงไม่ใช่สองสิ่งที่แยกขาด หากหลอมรวมเป็นพื้นที่เดียวกันของการถูกสกัด ใช้ประโยชน์ ปนเปื้อน และลดทอนคุณค่า
ท้ายที่สุด ทั้งร่างกายและแม่น้ำต่างถูกทำให้กลายเป็น “สิ่งที่เหลือ” ในระบบเดียวกัน ระบบที่ให้คุณค่าในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะผลักสิ่งนั้นออกไปสู่ความเงียบงันในภายหลัง
Nopawan Sirivejkul
“แม่น้ำจดจำทุกอย่างที่เราทำกับมัน” ประโยคสั้น ๆ นี้ถูกเอ่ยขึ้นในตอนท้ายของการแสดง ชวนให้นึกย้อนมองสิ่งที่มักถูกปล่อยผ่านไปพร้อมกับกระแสน้ำ สิ่งที่เราคิดว่าจมหาย ถูกลบเลือน หรือถูกพัดพาออกไปไกลจนไม่มีวันย้อนกลับ
โดยแท้จริงแล้วนั้น ทุกสิ่งที่ถูกทิ้งลงไป ไม่ว่าจะเป็นตะกอนดิน สารเคมี เศษขยะ หรือแม้แต่ร่องรอยของการกระทำที่มองไม่เห็น ล้วนสะสมอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง บางอย่างตกตะกอน บางอย่างละลาย บางอย่างไหลต่อไป แต่ไม่มีสิ่งใดสูญหายอย่างแท้จริง
สิ่งที่มนุษย์กระทำต่อสายน้ำ ไม่เคยจมหายไปไหน มันเพียงรอเวลา ก่อนจะไหลย้อนกลับมาหาเราในอีกรูปแบบ
Chomphunut Phuttha
ศิลปินจากขอนแก่น เริ่มต้นศิลปะแสดงสดด้วยท่าทางที่ดูเรียบง่าย อยู่ริมแอ่งน้ำเล็ก ๆ บนลานหิน ก่อนจะค่อย ๆ หย่อนสิ่งบางอย่างลงไปอย่างระมัดระวัง สิ่งนั้นคือคลิปหนีบกระดาษที่ถูกร้อยต่อกันเป็นสายยาว คล้ายโซ่ที่ค่อย ๆ คลี่ตัวลงสู่ผิวน้ำ
“โซ่นี้คือภาพแทนของความเชื่อมโยงระหว่างสรรพสิ่ง ทุกอย่างล้วนเกี่ยวเนื่องกัน ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว เมื่อสิ่งหนึ่งได้รับผลกระทบ อีกสิ่งหนึ่งย่อมสั่นสะเทือนตามมาเสมอ ทรัพยากรบนโลกจึงไม่อาจถูกมองแยกออกเป็นส่วน ๆ ได้ เช่นเดียวกับธรรมชาติที่ไม่เคยแยกขาดจากมนุษย์ หากเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”ศิลปินผู้นี้อธิบายถึงมุมมองของเธอ
มีน่า
นักศึกษาจากประเทศจีนที่ขอมารีเสิร์ชในโครงการนี้ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศของตัวเอง เธอรู้สึกเศร้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในจีน และก็เสียใจกับปัญหาเรื่องแม่น้ำไปพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไทยแตกต่างออกไป คืออย่างน้อยในที่แห่งนี้ ผู้คนยังสามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจน
ในจีน การจะมองเห็นว่าปัญหาคืออะไรนั้นเป็นเรื่องยาก และยิ่งยากกว่านั้นคือการพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับปัญหาเหล่านั้นกับผู้อื่น แต่ในประเทศไทย ยังมีพื้นที่บางอย่างที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง
“ในบางประเทศอย่างเมียนมา แทบไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมให้เห็นชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย อย่างน้อยก็ยังมีบางสิ่งที่สามารถเป็นผู้นำควาคิดผู้คนได้ (ศิลปินเหล่านี้) สามารถทำได้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนหรือสังคมรับรู้และไม่รู้สึกไร้พลังหรือหมดหนทางเสียทีเดียว”
– – – – – – – – – – –
หมายเหตุ-ระหว่างวันที่ 12-16 มีนาคม 2569 ได้มีการจัดงานศิลปะแสดงสดจากศิลปินกว่า 11 ประเทศทั่วโลก ภายใต้โครงการ” ศิลปะแสดงสดนานาชาติเชียงราย 2026” เพื่อสื่อสารถึงวิกฤตของแม่น้ำกกที่กำลังปนเปื้อนสารพิษซึ่งมีสาเหตุจากการทำเหมืองแร่เอิร์ธและเหมืองทองบริเวณต้นน้ำในเขตรัฐฉานใต้ ประเทศเมียนมา











