Search

ผู้เชี่ยวชาญ ม.แม่โจ้เตือนเร่งรับมือสารปนเปื้อนแม่น้ำโขง เผยตรวจพบสารโลหะหนักอื้อในตะกอนดิน-สัตว์หน้าดิน-หวั่นกลายเป็นแม่น้ำร้าง

ภาพจากแฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจสารพิษในแม่น้ำโขงของกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ซึ่งพบสารหนูในตะกอนดิน 296 มก./กก.บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่สูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 9 เท่า ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการตรวจที่ตนได้เก็บตัวอย่างในแม่น้ำโขงมาตรวจซึ่งขณะนี้กำลังจัดทำรายงานเพื่อเป็นฐานข้อมูลไว้

“ตอนนี้มีความชัดเจนว่าการปนเปื้อนในแม่น้ำโขงมีความหนักมาก มีโลหะหนักทั้งสารหนู ปรอท แคดเมียม ที่ปนอยู่ในตะกอน ทำให้วงจรแรกที่จะหายไปคือพวกสัตว์หน้าดิน และต่อมาก็จะทำให้วงจรปลาหน้าดินหายไป ในที่สุดแม่น้ำโขงจะกลายเป็นแม่น้ำร้างที่ไม่มีอะไรเลย นั่นคือผลที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตในน้ำ แต่สำหรับคนที่ต้องกินข้าวกินปลาก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง แต่ถ้าเรากระโตกกระตากไปในตอนนี้โดยที่ยังคุยกันไม่จบและยังไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน มันก็เหมือนระเบิดลงดังโพ๊ะ ”รศ.ดร.อภินันท์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าปกติหากตรวจพบสารโลหะหนักปนเปื้อนสูงขนาดนี้ ควรที่จะดำเนินการอย่างไร รศ.ดร.อภินันท์กล่าวว่า โดยหลักแล้วจำเป็นต้องไปหาต้นตอและปิดต้นตอ แต่ในวันนี้เรารู้ว่าต้นตออยู่ที่ใดแต่ไม่สามารถปิดได้เพราะเป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องมาหารือกันในเรื่องการบริหารจัดการฐานทรัพยากร

“วันนี้เอ็มอาร์ซี(คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง)ก็เงียบนิ่ง ไม่ทำอะไรเลย คนที่มีอำนาจ ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯควรเข้ามาดูกันอย่างจริงๆจังๆ ควรชวนรัฐบาลจีนมาด้วยเพราะคนที่จะห้ามพม่าและว้าได้ในวันนี้คือจีน เพราะลำพังพม่ากับว้าไม่มีศักยภาพที่จะทำเหมืองแร่ได้ คนที่ทำจริงๆคือคนจีน”รศ.ดร.อภินันท์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของประชาชนต้องดูแลตัวเองอย่างไรในเฉพาะหน้า ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวว่า น้ำโขงยังคงไหล การใช้น้ำจึงไม่ค่อยมีปัญหา แต่ตะกอนกับสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำมีปัญหามาก ดังนั้นการใช้น้ำจะเป็นควรพิจารณาในรายละเอียดก่อนที่นำไปใช้ในภาคเกษตร เพราะต้องรู้ว่าปริมาณน้ำเท่าไหร่และทำให้พืชดูดซับสารโลหะหนักเท่าไร ซึ่งตนกำลังทำข้อมูลเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ