Search

“ผู้เฒ่า”บ้านสบกกเผยสารพิษในแม่น้ำทำลายวิถีชีวิตชุมชน-ชี้ระบบนิเวศถูกทำลายหนักจนหากินไม่ได้-ลูกหลานต้องทิ้งบ้านเรือนเข้าไปทำในเมือง

วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่วัดสบกก บ้านสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้จัดงาน “ดำหัวผู้เฒ่า” เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้สูงอายุและชาวบ้าน เนื่องจากตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหมู่บ้านสบกกซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำกกไหลลงแม่น้ำโขงต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์ผันผวนของแม่กกและแม่น้ำโขงโดยเฉพาะการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำ ซึ่งมีการทำเหมืองแร่ทองคำ แร่แรร์เอิร์ท ที่ไร้การควบคุมที่ต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้านหลายร้อยเหมือง ทำให้เศรษฐกิจ รายได้ และวิถีชีวิตของชุมชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ภายในงานมีการเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวและผลไม้ แจกอาหารแห้ง พร้อมการแสดงดนตรี สร้างรอยยิ้มและความบันเทิงใจให้ผู้เฒ่าในหมู่บ้าน

นายบุญธรรม ตานะอาจ พ่อเฒ่าในหมู่บ้านสบกกกล่าวว่า ปัจจุบันการทำมาหากินต้องเผชิญกับทั้งมลพิษทางอากาศและน้ำ ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนที่เติบโตมากับแม่น้ำ และใช้ชีวิตพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เมื่อครั้งบ้านสบกกเคยรุ่งเรือง โดยเป็นจุดที่เรือหาปลาจากหลายหมู่บ้านมาจอดรวมกันเพื่อหาปลาที่เคยมีอย่างชุกชุม แต่หลังจากช่วงปี 2551–2552 ที่มีกลุ่มทุนเข้ามา ที่ดินทำกินของชาวบ้านค่อย ๆ ลดลง แหล่งอาหารในแม่น้ำก็เสื่อมโทรมลงไปด้วย แม้แต่พื้นที่ชุ่มน้ำปากน้ำกกกว่า 400 ไร่ ซึ่งเคยเป็นแหล่งอนุบาลวางไข่ของพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ ก็ถูกยึดไปจนหมด ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

“ผมเป็นชาวประมงด้วยความจำเป็น ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะวิถีชีวิตคือการหาปลา เลี้ยงครอบครัวมาได้ก็ด้วยการหาปลา แต่ทุกวันนี้ในแม่น้ำแทบไม่มีปลา ผมเหลือเพียงตัวกับหัวใจ” ผู้เฒ่ารายนี้กล่าว

นายนิรันดร์ กุณะ ประธานผู้สูงอายุบ้านสบกก กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในหมู่บ้านมีไม่ถึง 100 คน สมัยก่อนชาวบ้านสามารถทำไร่ ทำนา และหาปลาเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียง แต่ทุกวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่จะไปหาปลาก็ลำบาก จะทำเกษตรก็ยิ่งลำบาก อดีตเคยมีคนต่างถิ่นเข้ามารับจ้างในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง การปลูกผักหรือไร่ยาสูบก็หายไป ชาวบ้านจำนวนมากหันไปปลูกยางพารา บางรายต้องขายที่นาให้กับนายทุน ทำให้โอกาสในการทำมาหากินลดลง

“วิถีการหาปลาในปัจจุบันเหลือเพียงในหนองน้ำภายในหมู่บ้าน พวกเราไม่สามารถลงหาปลาในแม่น้ำได้เหมือนเดิม แถมยังมีปัญหาการลักลอบช็อตปลาและการระเบิดปลา ทำให้จำนวนปลาลดลงอย่างมาก ปัจจุบันคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านต้องออกไปทำงานต่างถิ่น เหลือเพียงผู้สูงอายุอยู่ในชุมชน ขณะที่ปัญหาสารพิษในแม่น้ำยังคงยืดเยื้อ มีแนวโน้มส่งผลระยะยาว การท่องเที่ยวซบเซา รายได้ของชุมชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด มลพิษจากเหมืองแร่ทางตอนบนในประเทศเพื่อนบ้านนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน จนกว่าจะมีการแก้ไขอย่างจริงจัง” นายนิรันดร์กล่าว

นางหอม เชื้อเจ็ดตน อายุ 72 ปี แม่เฒ่าในหมู่บ้านสบกก เล่าย้อนถึงอดีตว่า สมัยก่อนปลาในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงมีมากมาย เพียงลงแหครั้งเดียวก็ได้ปลาจนเต็มลำ ทั้งปลาบึก ปลาค้าว ปลากด หากขายไม่ได้ก็สามารถนำไปแลกข้าวกับเพื่อนบ้านได้

“ตอนฉันอายุประมาณ 30 ปี คนออกหาปลากันเต็มแม่น้ำโขง จากที่ขับเรือไม่เป็นก็ต้องฝึกจนทำได้ ปลาเยอะจนบางครั้งยกแหแทบไม่ขึ้น แต่ทุกวันนี้แทบไม่มีแล้ว” แม่เฒ่า กล่าว