Search

“หาคนให้เจอในแรงงาน” นิทรรศการสะท้อนความเป็นมนุษย์

กลุ่มคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาร่วมกันจัดนิทรรศการ “แรง(คน)งาน” เนื่องในสัปดาห์วันแรงงาน 2569 เพื่อชวนสังคมหันกลับมามอง “คน” เบื้องหลังคำว่าแรงงาน ผ่านศิลปะ การเล่าเรื่อง และกิจกรรมสาธารณะตลอดสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 1-8 พฤษภาคม 2569 ณ Arai Arai Cafe ถ.ไมตรีจิตต์ เขตป้อมปราบฯ กทม.

นิทรรศการนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับ “วันกรรมกรสากล” หรือ May Day วันที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้แรงงานทั่วโลก ในฐานะหมุดหมายแห่งการต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทำงาน

ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อระบบการผลิตเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมสู่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แรงงานจำนวนมหาศาลอพยพเข้าสู่เมือง ต้องเผชิญชั่วโมงการทำงานอันยาวนาน ค่าจ้างต่ำ สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และปราศจากหลักประกันใด ๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1886 เมื่อกรรมกรในนครชิคาโก สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยแรงงานจากหลายประเทศ ลุกขึ้นเรียกร้อง “ระบบสามแปด” คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และใช้ชีวิตหรือศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้นต้องแลกมาด้วยเลือด เนื้อ และชีวิต

ก่อนที่ในปี ค.ศ.1889 สมัชชาสังคมนิยมสากลจะประกาศให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันกรรมกรสากล” เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของขบวนการแรงงาน และยืนยันคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ ในบริบทของโลกปัจจุบัน แม้เทคโนโลยี การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุค 4.0 และปัญหาเศรษฐกิจโลก จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปอย่างรวดเร็ว แต่คำถามเรื่องสิทธิ ความมั่นคง และความเป็นธรรมของผู้ใช้แรงงานยังคงดำรงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

นิทรรศการ “แรง(คน)งาน” จึงเกิดขึ้นจากคำถามสำคัญว่า สิทธิแรงงานในปัจจุบันถูกมองและให้คุณค่าอย่างไร ในขณะที่แรงงานจำนวนมากยังต้องเผชิญกับความไม่มั่นคง ความเหลื่อมล้ำ และการถูกทำให้มองไม่เห็น ทั้งในระบบเศรษฐกิจและในชีวิตประจำวัน

ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานหญิง แรงงานข้ามเพศ หรือแรงงานรุ่นใหม่ ต่างต้องต่อรองกับโครงสร้างการทำงานภายใต้ระบบทุนสมัยใหม่ ที่ทำให้การจ้างงานไม่แน่นอน รายได้ไม่สม่ำเสมอ และขาดหลักประกันพื้นฐาน เส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาชีวิตค่อย ๆ เลือนหาย ขณะที่อคติทางเพศ อัตลักษณ์ และสถานะทางสังคม ยังคงสร้างภาระซ้อนทับให้กับแรงงานหลายกลุ่ม

นิทรรศการ “แรง(คน)งาน” จึงชวนผู้ชมมองลึกกว่าภาพจำของคำว่าแรงงาน ไม่ใช่เพียงในฐานะกลไกทางเศรษฐกิจ หากแต่ในฐานะมนุษย์ที่มีชีวิต มีความสัมพันธ์ มีความเปราะบาง และมีความฝัน ผ่านการเล่าเรื่องที่หลากหลาย ทั้งเสียงเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยถูกได้ยิน ไปจนถึงประสบการณ์ที่สะท้อนโครงสร้างใหญ่ของสังคม ภายใต้แนวคิด “หาคนให้เจอในแรงงาน”

ทีมงานนิทรรศการ แรง (คน) งาน ได้ให้สัมภาษณ์ในคำที่บอกว่า หา “คน” ให้เจอในแรงงานว่า ทุกคนล้วนเป็นคนทำงาน แต่กลับถูกมองข้าม เราพยายามตั้งคำถามกับระบบการทำงานที่ให้คุณค่ากับ ผลลัพธ์ มากกว่าความเป็นมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งนั้น เพราะมนุษย์มีทั้งความรู้สึก ความเหน็ดเหนื่อย และคุณค่าใน ตนเอง กลับกันโลกการทำงานกำลังสร้างระบบที่ขับเคลื่อนด้วยผลงาน และเราถูกทำให้เป็นแรงงานก่อนที่จะเป็น คน จึงเกิดนิทรรศการนี้ขึ้นมาเพื่อชวนทุกคนกลับมามอง คนทำงานในมิติที่ลึกกว่าเดิม ไม่ใช่ในฐานะเครื่องผลิตผลงาน แต่ในฐานะมนุษย์ที่มีเรื่องราว มีการต่อสู่ มีความหวัง และมีความฝันอยู่เบื้องหลังการทำงานในแต่ละวัน

เรื่องสิทธิแรงงานในปัจจุบันยังมี “จุดบอด” ทั่วไปอาจมองไม่เห็น สิทธิและการถูกมองเห็นของแรงงานทางอารมณ์ (Emotional Labour) ที่แทบไม่ถูกพูดถึง คนทำงาน บริการจำนวนมากต้องยิ้ม อดทน รับอารมณ์จากลูกค้า หรือกดทับอารมณ์ตัวเองเพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถูกทำให้เป็นปกติ จนลืมถามว่า มนุษย์จำเป็นต้องแลกชีวิต สุขภาพกาย จิต หรือคุณค่าของตนเองมากแค่ไหนเพื่อจะ มีคุณค่าในระบบการทำงานี้ และแรงงานลักษณะนี้แทบไม่มีระบบสิทธิหรือกลไกรองรับอย่างจริงจัง พวกเขาต้องจัดการกับความกดดันทางอารมณ์เพียงลำพัง ทั้งที่มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เมื่อ สังคมยังไม่มองเห็นแรงงานทางอารมณ์อย่างจริงจัง สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่คือสิทธิการคุ้มครองของ พวกเขา

ในวาระวันแรงงานสากลปีนี้ นิทรรศการ“แรง(คน)งาน” จึงมิใช่เพียงกิจกรรมทางศิลปะ หากแต่ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของผู้คน ที่เป็นฟันเฟืองที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า และตั้งคำถามต่อสังคมร่วมสมัยว่าเราได้มองเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง