Search

ขบวนการแรงงานเชียงใหม่ร่วมผลักดันประกันสังคมถ้วนหน้า-เดินขบวนรณรงค์วันเมย์เดย์-แรงงานข้ามชาติเผยเข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการที่เหมาะสม-แรงงานภาคเกษตรหวั่นผลร้ายจากสารเคมีแต่ไร้ระบบประกันสุขภาพ

ขบวนการแรงงานเชียงใหม่ร่วมผลักดันประกันสังคมถ้วนหน้า-เดินขบวนรณรงค์วันเมย์เดย์-แรงงานข้ามชาติเผยเข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการที่เหมาะสม-แรงงานภาคเกษตรหวั่นผลร้ายจากสารเคมีแต่ไร้ระบบประกันสุขภาพ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรงงานสากล เครือข่ายแรงงานภาคเหนือร่วมกับองค์กรภาคประชาชนหลายกลุ่ม จัดกิจกรรมเดินขบวนภายใต้แนวคิด “ไม่มีประกันสังคม ไม่มีความมั่นคง” โดยข้อเสนอหลักคือการผลักดัน “ประกันสังคมถ้วนหน้า” และ “รัฐสวัสดิการ” ที่ครอบคลุม เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยกิจกรรมได้เริ่มตั้งขบวนเวลา 17.00 น. ที่พุทธสถานเชียงใหม่ ก่อนออกเดินเท้าไปยังสวนรถไฟ พร้อมอ่านแถลงการณ์และยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล

ตอง ส่วย กรรมการฝ่ายการศึกษาและแรงงานข้ามชาติกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ และตัวแทนสหพันธ์แรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและงานบ้าน ยังเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคมและสวัสดิการที่เหมาะสม ต้องพึ่งพาสวัสดิการจากนายจ้างเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงพอและขาดความมั่นคง

“หากมีประกันสังคม การดูแลก็จะดีกว่า แรงงานภาคเกษตรได้รับผลกระทบระยะยาวจากการใช้สารเคมี จึงควรมีระบบรองรับอย่างทั่วถึง” ตอง ส่วย กล่าว

ตอง ส่วนกล่าวว่า ยังมีปัญหาในการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ที่แรงงานจำนวนมากต้องเผชิญกับระบบจองคิวที่ซับซ้อน บางครั้งต้องเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อดำเนินการเอกสาร

ขณะที่โช อู กรรมการกลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม (WJG) กล่าวว่า กลุ่มกำลังผลักดันสิทธิแรงงานหญิง โดยเฉพาะสิทธิการลาประจำเดือน ซึ่งต่อสู้มาอย่างต่อเนื่องเกือบ 2 ปี แม้จะใกล้ประสบความสำเร็จ แต่ยังต้องเดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติในระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

“เมื่อเจ้าหน้าที่รู้ว่าเราเป็นแรงงานข้ามชาติ สีหน้าก็เปลี่ยนทันที ถ้าใช้สิทธิ 30 บาท มักได้รับคำตอบว่าไม่มีเตียง ไม่มีเลือด แต่เมื่อแจ้งว่าจะจ่ายเงินสด กลับสามารถเข้ารับบริการได้ทันที” โช อู กล่าว

โช อูกล่าวว่า กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรมยังทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้หญิง แรงงาน และเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องแรงงานข้ามชาติ

ภายหลังเสร็จสิ้นการเดินขบวนรณรงค์ ทั้งหมดได้ร่วมกันอ่านข้อเรียกร้องและยื่นต่อตัวแทนกระทรวงแรงงาน คือปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แรงงานทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใดหรือมีสถานะการจ้างแบบใด สามารถเข้าถึงระบบประกันสังคมได้อย่างเท่าเทียม และปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้มีความโปร่งใส ยึดโยงกับผู้ประกันตน เปิดเผยข้อมูลการบริหารกองทุน ลดปัญหาการทุจริต และให้คณะกรรมการประกันสังคมมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และนำสูตรคำนวณบำนาญใหม่ (CARE) มาใช้โดยเร็ว เพิ่มอัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานและเหตุสุดวิสัยเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงชำระเงินสมทบที่รัฐค้างจ่ายต่อกองทุนประกันสังคมโดยเร็ว

แถลงกรณ์ระบุว่า ให้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หลายฉบับ โดยเฉพาะฉบับที่ 87 และ 98 สำหรับค่าจ้าง เสนอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นไม่น้อยกว่า 713 บาทต่อวัน โดยอ้างอิงหลักค่าจ้างเพื่อชีวิต (Living Wage) เพื่อให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระบวนการกำหนดค่าจ้างมีความโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตย

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีศูนย์ดูแลเด็กคุณภาพในทุกเทศบาล ยกเลิกการจ้างงานแบบเหมาช่วง ยกเลิกกฎหมายที่ตีตราพนักงานบริการทางเพศ และกำหนดนโยบายบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

“ไม่มีประกันสังคม ไม่มีความมั่นคง จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญประจำปี หากแต่เป็นเสียงสะท้อนจากแรงงานที่ต้องการเห็นรัฐสร้างหลักประกันชีวิตที่ครอบคลุม เป็นธรรม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง“ แถลงการณ์ระบุ

ด้านผู้แทนกระทรวงแรงงานกล่าวภายหลังรับข้อเรียกร้อง ว่ากระทรวงรับทราบถึงปัญหาและข้อเสนอของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะประเด็นด้านสิทธิประโยชน์และการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการผ่านกลไกของคณะกรรมการประกันสังคม หรือ “บอร์ดประกันสังคม”

“ข้อเรียกร้องทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ เพื่อพิจารณาและผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของผู้ใช้แรงงานในระยะยาว”ผู้แทนแรงงานระบุ