Search

จีนบุกรุกเงียบล้อมรั้วล้ำพื้นที่รัฐฉาน-ใช้สายสัมพันธ์ว้า-โกก้างขยายอาณาเขต-เริ่มวิธีการกลืนชาติส่งคนจีนกินรวบกิจการ-เปลี่ยนป้ายภาษาท้องถิ่น-ใช้เงินหยวน

สำนักข่าว SHAN รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ว่า ทางการจีนได้ล้อมรั้วรุกล้ำเข้ามาในเขตปกครองตนเองของกองกำลังสหรัฐว้า UWSA (The United Wa State Army) และกองกำลังโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) ซึ่งอยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่าโดยเฉพาะที่เมืองชินส่วยห่อ เมืองกิ่วโก้ด (ป๋างทราย) และบริเวณด่านน่ำตึ้ก (ม่านคา) รวมทั้งทางการจีนยังจัดตั้งด่านแห่งใหม่ตามชายแดนจีน – รัฐฉานอีกด้วย

ชาวบ้านในเมืองชินส่วยห่อ(น่ำผ้า)เปิดเผยกับสื่อว้าว่า ขณะนี้ตามพรมแดนรัฐฉาน – จีน มีการจัดตั้งด่านใหม่ขึ้นมา อีกทั้งจีนได้เข้ามาล้อมรั้วรุกล้ำเข้ามายังเขตรัฐฉาน บ้านเรือนของชาวบ้านบางส่วนที่เคยอยู่ในฝั่งรัฐฉาน ฝั่งประเทศพม่ากลับถูกรวมเข้าไปยังฝั่งจีนแล้ว โดยชาวบ้านยังเชื่อว่า การรุกล้ำเข้ามายังฝั่งรัฐฉานในครั้งนี้ ทางการจีนได้ตกลงพูดคุยกับกลุ่มติดอาวุธต่างๆแล้ว จึงได้ดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคมนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งกองกำลังว้าโดยได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามพรมแดนติดกับจีน อีกทั้งวางกำลังตามเส้นทางการค้าสำคัญต่างๆ โดยว้าอ้างว่า เพื่อความสงบสุขและเสถียรภาพตรงชายแดน

ทางการว้ายังได้ออกมาประกาศว่า หากพบเห็นความผิดปกติใดๆขอให้ประชาชนแจ้งต่อกองกำลังว้า ขณะที่ยังไม่มีท่าทีใดๆจากกองกำลังโกก้าง

ขณะที่สำนักข่าว Tai TV Online และสำนักข่าว DVB ได้เปิดเผยว่า ในเมืองแสนหวี ที่อยู่ภายใต้กองกำลังโกก้างมาเป็นเวลา 2 ปี ขณะนี้มีชาวจีนและนักธุรกิจชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และมีการค้าขายกับชาวจีน ทำให้มีการใช้เงินหยวนแทนที่เงินจั๊ตพม่าแล้วในการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่

นอกจากนี้มีรายงานว่า โรงเรียนสอนภาษาพม่ากำลังถูกแทนที่ด้วยโรงเรียนสอนภาษาจีน และนักเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ต้องเรียนภาษาจีนเป็นหลัก ขณะที่หากประชาชนจากพื้นที่อื่นๆต้องการเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองแสนหวีจะต้องทำเอกสารขออาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในเมืองแสนหวีได้

สื่อไทใหญ่ยังรายงานว่า ชื่อเมืองแสนหวีขณะนี้ก็ถูกเรียกในชื่อว่าเมือง“หมูป่าง”มากขึ้น ไปจนถึงเมืองเล่าก์ก่าย กลายเป็นจีนเกือบหมดโดยมีแต่ป้ายชื่อร้านในภาษาจีน ขณะที่ภาษาไทใหญ่ ภาษาพม่าเริ่มหายไป
ส่วนในตัวเมืองแสนหวียังเต็มไปด้วยร้านเสริมสวย ร้านคาราโอเกะ ร้านนวดของจีนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดที่เคยตั้งอยู่ในเขต 1 ถูกแทนที่ด้วยโรงพยาบาล และตลาดถูกย้ายออกไปอยู่นอกเมืองแสนหวี สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้า

ด้านชาวไทใหญ่ ชาวคะฉิ่นและชาติพันธุ์อื่นๆที่อาศัยอยู่ในเมืองแสนหวีมาเป็นเวลานานได้แสดงความกังวลว่า วัฒนธรรมท้องถิ่นในเมืองแสนหวีกำลังจะหายไปในอนาคต