mk
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ได้ออกใบแถลงข่าวคัดค้านการเดินหน้าสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ในพื้นที่เมืองโขง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดยระบุว่า การก่อสร้างที่นำไปสู่การการพัฒนาเขื่อนดอนสะโฮง ที่ผ่านมาแม้มีเสียงคัดค้านจากรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน และเสียงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการปรึกษาหารือระดับภูมิภาค แต่จากการลงพื้นที่พบว่าการก่อสร้างได้เดินหน้าทำให้กังวลว่า เขื่อนดอนสะโฮงกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่อันตราย เช่นเดียวกับกรณีเขื่อนไซยะบุรี นั่นคือมีการก่อสร้างโดยยังไม่มีการปรึกษาหารือประเทศเพื่อนบ้าน การศึกษาผลกระทบยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนถึงผลกระทบข้ามพรมแดนของโครงการ

”การก่อสร้างเพื่อปูทางไปสู่การพัฒนาเขื่อนดอนสะโฮง เป็นการทำผิดซ้ำซากซึ่งไม่น่ายินดีสำหรับทั้งชุมชนและรัฐบาลในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เนื่องจากลาวตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวที่จะเดินหน้าโครงการซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค ความเสี่ยงนั้นจะเกิดขึ้นนอกเหนือพรมแดนประเทศลาว เขื่อนดอนสะโฮงจะส่งผลกระทบที่ไม่สามารถแก้ไขได้ต่อวิถีชีวิต และความมั่นคงทางอาหารทั่วภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แต่ลาวกลับไม่ใส่ใจที่จะเคารพข้อเรียกร้องของประเทศเพื่อนบ้านให้ยุติการก่อสร้าง เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนและมีการปรึกษาหารือเพิ่มเติมเสียก่อน”

ในใบแถลงข่าวระบุว่า ในการลงพื้นที่เมื่อต้นเดือนมิถุนายนยืนยันว่า คนงานเริ่มก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อจากแผ่นดินใหญ่ไปยังดอนสะดำ สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางสู่การก่อสร้างในบริเวณฮูสะโฮง ทั้งนี้ชาวบ้านดอนสะโฮงได้รับแจ้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ว่าต้องอพยพออก แต่ยังไม่ทราบว่าต้องย้ายเมื่อไร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคต ในขณะเดียวกันมีการห้ามหาปลาบริเวณฮูช้างเผือก เพื่อให้บริษัท Mega First Corporation จากมาเลเซียเข้าไปพัฒนา “ช่องทางปลาผ่าน” แต่ไม่มีการชดเชยหรือมาตรการช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ต้องหยุดหาปลา

เอมี่ แทรนเดม ผู้อำนวยการแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ International Rivers กล่าวว่าตามกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ประเทศท้ายน้ำมีสิทธิร้องขอให้มีการปรึกษาหารืออย่างเต็มที่ ถึงเวลาที่ลาวต้องเคารพสิทธิของประเทศเพื่อนบ้าน และต้องยอมรับตามข้อเสนอให้ชะลอโครงการ 10 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตัดสินใจร่วมกันบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ และการปรึกษาหารือเกี่ยวกับอนาคตของแม่น้ำโขงที่ใช้ร่วมกัน

ด้านนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา 5 ราย ได้แสดงท่าทีคัดค้านเขื่อนดอนสะโฮง รวมทั้งเขื่อนไซยะบุรี โดยทำจดหมายยื่นให้กับผู้นำรัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศลุ่มน้ำโขง โดยบรรดาวุฒิสมาชิกเหล่านี้เรียกร้องให้ชะลอเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮงทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประเทศไทยยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี นอกจากนี้ยังได้สำเนาจดหมายส่งไปยังผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ไทย 4 แห่ง เช่น นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายบัณฑูร ล่ำซำประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. ธนาคารกสิกรไทย เพื่อขอให้ถอนการสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี

“พวกเขาระบุไว้ในจดหมายว่าโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีจะก่อให้เกิดภัยคุกคามข้ามพรมแดนครั้งใหญ่สุดเท่าที่มีมาต่อความมั่นคงด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความร่วมมือในภูมิภาคในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่ผ่านมาโครงการเขื่อนไซยะบุรียังไม่ปฏิบัติตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าของ MRC ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามความตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538” นายไกรศักดิ์ กล่าว

อนึ่ง ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ จะมีการจัดประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง( 4 ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี)ครั้งที่ 20 ขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณากรณีกำหนดให้เขื่อนดอนสะโฮงต้องเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าหรือไม่ หากทั้ง 4ประเทศไม่สามารถหาข้อยุติได้ ก็ต้องมีการยกระดับการตัดสินใจไปสู่ระดับของการทูต และทำให้เกิดความเสี่ยงเช่นเดียวกับกรณีเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข

ขณะเดียวกันในวันที่ 24 มิถุนายน ที่ศาลปกครอง กรุงเทพฯ จะมีการอ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดกรณีที่ชาวบ้านลุ่มน้ำโขงร้องให้ศาลมีคำสั่งไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือกฟผ.และ 4 หน่วยงานรัฐ ยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี เนื่องจากเขื่อนดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยและชาวบ้านที่อยู่ท้ายน้ำ ที่สำคัญคือไม่มีการปฏิบัติตามหลักกฎหมายไทย เช่น เรื่องการทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำโขงราว 30-40 คนจะเดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลในช่วงเช้า และช่วงบ่ายจะมีการแถลงข่าวที่โรงแรมทีเคพาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ เวลา 13.00 น.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.