Search

ผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์ร่วมเปิดหน่วยวิจัยภาคสนามแม่สอดของศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีนคึกคัก-หลายฝ่ายจับตามมองความเคลื่อนไหว-นักวิเคราะห์เชื่อเป็นการเปิดเกมรุกของทางการจีน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่หมู่บ้านแม่สอดวิลล่า อ.แม่สอด จ.ตาก ได้มีการเปิดหน่วยวิจัยภาคสนามแม่สอด (Mae Sot Field Research Unit: MFRU) ของศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานวิจัยแห่งชาติ โดยมีพลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ทำหน้าที่ประธาน นายสาคร บุญกุลยา เป็นประธานร่วม ที่น่าจับตามมองคือมีผู้นำกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์กลุ่มต่างๆจากฝั่งประเทศพม่าเดินทางมาร่วมงานด้วย เช่น นายมูตู เซโพ อดีตประธาน KNU (Karen National Union-สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง) แต่ปัจจุบัน KNU ประกาศไม่ได้ร่วมงานกันแล้วโดยนายมูตู เซโพ ได้ไปเป็นประธานกรรมการสร้างสันติภาพกะเหรี่ยง 

ภายในงานยังมี พ.อ. หม่อง วิน ตัวแทนกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือ BGF (Karen Border Guard Force-Karen BGF) ที่มี พ.อ.ชิตตุเป็นผู้นำ และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น KNA (Karen National Army-กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง)  และยังมีตัวแทนจากกองกำลังของไทใหญ่ ขณะที่ KNU ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทยเข้าร่วมด้วย และมีนักธุรกิจท้องถิ่น เช่น นายคำ จันทร์บุญ หรือพ่อเลี้ยงคำ เจ้าของท่าข้าม 23 อ.แม่สอด

ผู้แทนกลุ่มกองกำลังรายหนึ่งซึ่งร่วมงานการเปิดหน่วยวิจัยภาคสนามครั้งนี้กล่าวว่า ตนเองก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จึงได้เดินทางมาร่วมงานด้วย ซึ่งบนเวทีแม้ พล.อ.สุรสิทธิ์ก็พูดถึงวัตถุประสงค์ชัดเจนคือเรื่องสันติภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจว่ามีวัตถุประสงค์อื่นที่ลึกๆ กว่านั้นหรือไม่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดหน่วยวิจัยภาคสนามแสอดของศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งนี้กำลังเป็นที่จับตามองและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง โดยนักวิเคราะห์สถานการณ์ชายแดนบางส่วนมองว่าเป็นการเปิดเกมรุกของรัฐบาลจีนเพื่อเข้ามาสร้างอิทธิพลในพื้นที่ชายแดนตะวันตกของไทยและรัฐกะเหรี่ยงของพม่า เนื่องจากบริเวณเมืองเมียวดีซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่นักธุรกิจจีนได้มาลงทุนเอาไว้มหาศาล ทั้งชเวก๊กโก่ เคเคปาร์ค ซึ่งอยู่ในการดูแลของกองกำลัง BGF แม้ระยะหลังจากกลายเป็นแหล่งสแกมเมอร์ แต่จีนก็ยังต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น

“ที่น่าจับตามองคือเรื่องกระบวนการสันติภาพในพม่าที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เข้าใจว่ามีความพยายามที่จะเปิดการเจรจาสำหรับกลุ่มกองกำลังในรัฐกะเหรี่ยง ที่ผ่านมาจีนใช้บริการของ BGF เป็นหลัก เช่น การจับมาเฟียจีนที่เป็นสแกมเมอร์ในฝั่งเมียวดีส่งกลับประเทศจีน ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าจีนพยายามผลักในเรื่องสันติภาพในรัฐกะเหรี่ยงโดยการใช้ BGF เป็นตัวขับเคลื่อนซึ่งเท่ากับเป็นการปิดล้อมและกดดัน KNU”นักวิเคราะห์ปัญหาชายแดนรายหนึ่งกล่าว 

นักวิเคราะห์รายนี้ยังมองด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าจับตามองคือกรณีแหล่งแร่โดยเฉพาะแรร์เอิร์ธ เนื่องจากบริเวณเทือกเขาตลอดชายแดนตะวันตกของไทยมีแหล่งแร่แรร์เอิร์ธจำนวนมาก แต่พื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นเขตการสู้รบดังนั้นการที่จะทำเหมืองแร่ได้จะต้องมีการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนต่างๆระหว่างฝ่ายต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารเผยแพร่ระบุวัตถุประสงค์ของหน่วยวิจัยภาคสนามแม่สอดของศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน 1. ผลิตงานวิจัยภาคสนามและรวบรวมข้อมูลคุณภาพสูงเกี่ยวกับการบริหารจัดการชายแดน การย้ายถิ่น ความมั่นคงของมนุษย์ การค้า โลจิสติกส์ ความร่วมมือด้านมนุษยธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา 2. จัดทำการวิเคราะห์และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีพัฒนา 3. ส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน ผ่านการเสวนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยน งานวิจัยร่วม และความร่วมมือทางวิชาการ 

4. สนับสนุนการประสานงานด้านมนุษยธรรม ความเข้มแข็งของชุมชน และการจัดการภาวะวิกฤต โดยดำเนินการวิจัยที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชากรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตและเหตุฉุกเฉินบริเวณชายแดน 5. มีส่วนช่วยในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การแสวงหาประโยชน์จากแรงงาน การค้ามนุษย์ และปัญหาที่เกี่ยวข้อง ด้วยการวิจัย การเผยแพร่ข้อมูล การสนับสนุนเชิงนโยบาย และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรด้านมนุษยธรรม และชุมชนท้องถิ่น

———–