image

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นางเรณู ทะเลมอญ ชาวบ้านเชื้อสายอุรักลาโว้ย บนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูลเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยชาวเลราว 10 คนได้เข้าร้องเรียนต่อทางทหารเรือเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาหลังจากที่นายทุนเตรียมก่อสร้างกำแพงและประตูปิดกั้นบริเวณทางขึ้น-ลงหาดซึ่งอยู่ติดกับบ้านของตน เพราะจะทำให้ชาวเลต้องเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากไม่มีช่องทางเดินลงทะเลสำหรับไปดูแลเรือประมงที่จอดไว้หน้าหาด

นางเรณูกล่าวว่า ทุกวันนี้ช่องทางสำหรับลงทะเลของชาวบ้านหายากเต็มที เนื่องจากนายทุนหรือเจ้าของรีสอร์ทต่างสร้างรั้วหรือกำแพงปิดกั้นแทบทุกที่ ขณะที่ชาวเลต้องถูกอพยพไปอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ทำให้ชาวเลซึ่งต้องพึ่งพาเรือประมงและหาดทรายต่างประสบความลำบาก บางหาดทรายแม้เป็นหาดสาธารณะ แต่เจ้าของรีสอร์ทก็ทำตัวเป็นเจ้าของและไม่ยอมให้ชาวบ้านไปจอดเรือ ขณะที่เส้นทางเดินลงทะเลข้างบ้านตนนั้น ชาวบ้านใช้กันมาเนิ่นนาน เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางสาธารณะ และไม่เคยมีปัญหาอะไร แต่วันนี้กลับกำลังถูกปิดกั้น

นางเรณูกล่าวว่า ที่ดินซึ่งตนเองอาศัยอยู่ในปัจจุบันกำลังถูกไล่ ทั้งๆที่ผืนนี้บรรพบุรุษตนเป็นคนบุกเบิก และเป็นมรดกตกทอดมาถึงรุ่นตน แต่ไม่ทราบด้วยสาเหตุใดจู่ๆก็มีผู้อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอง ทำให้ตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา แต่ก็ยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เพราะตนเองก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

“ดิฉันเกิดที่นี่ เคยวิ่งเล่นบนหาดทรายและเกาะแห่งนี้มาตั้งแต่เล็กๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา มีคนมากล่อมให้แม่ดิฉันเซ็นชื่อเพื่อรื้อถอนบ้าน เขาพยายามคุยกับแม่โดยไม่ยอมให้ลูกหลานไปฟังด้วย แต่แม่ไม่ยอม เราอยู่กันมานาน เมื่อก่อนไม่เคยรู้เรื่องเลยว่าที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ์ เราก็อยู่ของเราได้ แต่วันนี้พอรู้แล้วกลับถูกไล่ให้ออกจากบ้านตัวเอง”นางเรณู กล่าว

นางเรณูกล่าวว่า ทางทหารเรือก็พยายามช่วยหาทางออก แต่นายทุนเขาอ้างเอกสารหลักฐานต่างๆว่าได้มาโดยถูกต้องทำให้ทหารเรือก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากนี้ยังมีข่าวว่านายทุนจะถอนหมุดปักเชือกเรือที่ชาวบ้ายใช้ผูกเรือ ตนจึงได้ถามทางทหารเรือซึ่งได้รับคำตอบว่า เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะบริเวณชายหาดไม่ใช่ที่ดินของเอกชน หากมีการรื้อถอนก็ให้ไปแจ้งความได้เลย

image

ด้านพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณชาวแล สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการชุดนี้ได้มีการหารือถึงปัญหาของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะโดยเฉพาะปัญหาที่ดินซึ่งปัจจุบันแทบทั้งหมดตกเป็นของเอกชน และชาวเลแทบไม่มีที่ดินเหลืออยู่แล้ว แต่เชื่อว่าหากมีการบริหารจัดการและตรวจสอบให้ดี จะมีที่ดินพอให้ชาวเลได้อยู่อาศัย

“ในที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบที่ดินทั้งหมด โดยจะมีการสำรวจทำแผนที่เพื่อให้รู้ว่าใครอยู่ตรงไหนและมีที่ดินอยู่เท่าไหร่ เราต้องเอาปัญหาทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะก่อน หลังจากนั้นก็จะจัดการง่าย ผมเชื่อว่ามีการแจ้งครอบครองเกินกว่าความเป็นจริงกันเยอะ บางแปลงแจ้งไว้ไม่กี่ไร่ แต่เอาไปออกเอกสารสิทธิ์กว่า 60 ไร่” พลเอกสุรินทร์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ทางอุทยานแห่งชาติตะลุเตา ได้เตรียมลงสำรวจพื้นที่ครั้งใหญ่บนเกาะหลีเป๊ะ โดยเชิญเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆกว่า 10 แห่ง อาทิ กรมที่ดิน กรมเจ้าท่า ทหารเรือ ตำรวจ เข้าร่วม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในปัญหาที่ดิน เนื่องจากปัจจุบันมีการบุกรุกที่ดินและปลอมแปลงเอกสารจำนวนมาก

“จากการลงไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการทำเอกสารสิทธิ์ผิดกฎหมายมากมาย ทั้ง บวม เบ่ง บาน แบะ บางรายสค.1บินไปอยู่บนภูเขา รีสอร์ทบางรายทำเอกสารปลอมไปกู้กับแบ็งค์ ตอนนี้บนเกาะหลีเป๊ะมีการครอบครองที่ดินนับพันไร่ ทั้งๆที่ต้นขั้วการออกเอกสารเมื่อปี 2498 มีเพียง 41 แปลงหรือราวๆ 390 ไร่”  เจ้าหน้าที่อุทยานฯรายหนึ่ง กล่าว และว่า การลงไปตรวจสอบครั้งนี้ จะแจ้งให้เอกชนที่ทำผิดกฎหมายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และหากไม่ดำเนินการก็จะมีการบังคับใช้กฎหมาย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.