ทีมข่าว Green News TV ได้พูดคุยกับ ประยงค์ ดอกลำใย ประธานมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ในประเด็นข้อเสนอของเขาว่าเรื่องใดควรทำและไม่ควรทำ ต่อกรณีการจัดการป่าไม้ของเมืองไทย ก่อนที่วงพูดคุยเล็ก ๆ เรื่องการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชาวบ้าน ณ บ้านแม่ป่าเส้า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่จัดขึ้นในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของต้นเดือนพฤศิกายน ซึ่งประยงค์ได้ร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรจะเริ่มขึ้น

 

จากมุมมองของ ประยงค์ นักพัฒนาเอกชนผู้ขับเคลื่อนต่อสู้เรื่องที่ดินและสิทธิทำกินมายาวนาน มองว่าสิ่งที่ภาครัฐควรทำเพื่อแก้วิกฤติของสถานการณ์ป่าไม้เมืองไทยนั้น คือการให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทร่วมกับรัฐในการดูแลรักษาป่า

 

“ผมคิดว่าสิ่งที่ควรทำที่สุด คือรัฐและสังคมควรจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ในเรื่องของการจัดการป่า เปลี่ยนมุมมองจากแนวคิดที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ใช้อำนาจรัฐ ใช้อาวุธเข้าไปป้องกันและปราบปราม เปลี่ยนบทบาท เปลี่ยนแนวความคิดใหม่ มาเป็นเรื่องของการสนับสนุน เปิดโอกาสให้ชุมชน ให้บทบาทของชุมชน และบทบาทของสังคม เข้ามามีบทบาทในการดูแลจัดการทรัพยากรป่าไม้มากขึ้น

ทำยังไงที่จะไม่เกิดการผูกขาดการจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยหน่วยงานรัฐ ทำกันมาแล้ว 120 ปี มีการเรียกร้องการมีส่วนร่วม มีการเรียกร้องเรื่องของบทบาทชุมชนมาตลอดต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พรบ.ป่าชุมชน เรื่องของโฉนดชุมชนก็ตาม ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรจากรัฐบาล

รูปธรรมของการจัดการป่าโดยชุมชนมันเกิดขึ้นทั่วประเทศ แม้ว่าตัวกฎหมายตัวนโยบายยังไม่ได้เปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมก็ตาม ทีนี้ถ้ามีกฎหมายเข้ามาสนับสนุนให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการร่วมมือกับรัฐ ผมก็คิดว่าจะทำให้การดูแลจัดการทรัพยากรของประเทศเรามันเปลี่ยนแปลงไป ชุมชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รัฐก็ไม่ต้องใช้งบประมาณหรือทรัพยากรมากขึ้น

คือแน่นอนนะครับว่า ไม่ใช่ทุกชุมชนที่อยู่ในป่าขณะนี้ สามารถที่จะดูแลรักษาจัดการทรัพยากรป่าไม้ได้สมดุลและยั่งยืน มีหลายชุมชนที่ยังไม่มีระบบจัดการ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ถ้ารัฐมีมุมมองว่าควรจะไปส่งเสริมและให้โอกาส

และวิธีคิดที่มองว่า การเพิ่มพื้นที่ป่าควรเพิ่มในที่ของรัฐ ผมคิดว่ามีความพยายามมาตั้งแต่ปี 2528 แต่ในขณะเดียวกันก็ทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นการที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 40% ก็ไม่ควรที่จะเพิ่มในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน แต่ควรจะเพิ่มในทุก ๆ พื้นที่ เพราะว่าป่าขึ้นที่ไหนก็เป็นประโยชน์ที่นั่น ไม่จำเป็นว่าจะต้องทวงคืนจากชาวบ้านอย่างเดียว” ประยงค์ ดอกลำใย ประธานมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ กล่าว

 

ด้านสิ่งที่ไม่ควรทำจากมุมมองของประยงค์ เพื่อลดปัญหาการจัดการป่าไม้ไทยนั้น คือเรื่องการใช้กฎหมายฉบับเก่า ซึ่งควรเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านการจัดการป่าให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น

 

“การใช้กฎหมายเก่า ๆ ซึ่งเราใช้มาตั้งแต่ปี 2484 เราใช้มาตั้งแต่ปี 2507 พรบ.ป่าสงวน เราใช้มาตั้งแต่ปี 2504 พรบ.อุทยานแห่งชาติ ซึ่ง พรบ. เหล่านั้นเกิดขึ้นมา 40-50 ปีที่แล้ว

เราควรจะพลิกกลับมา ให้เกิดเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วม ให้ทรัพยากรของชาติทั้งหมดมันเป็นของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงของหน่วยงานรัฐ 1-2 หน่วยงาน ซึ่งก็ได้พิสูจน์แล้วว่ารักษาไว้ไม่ได้” ประยงค์ ดอกลำใย ประธานมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ กล่าว

 

นี่คือมุมมองจาก ประยงค์ ดอกลำไย นักพัฒนาเอกชน ต่อเรื่องการจัดการป่าไม้ของประเทศไทย เป็นอีกข้อเสนอเพื่อนำไปสู่การหาทางออกร่วมกัน ท่ามกลางวิกฤติปัญหาป่าไม้ของประเทศไทยที่เรื้อรังมายาวนาน

 

วรัญญา จันทราทิพย์
สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreenNewsTV รายงาน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.