“ชุมชนที่นี่มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างผูกพันกับป่าโดยบรรพบุรุษมาเนิ่นนานแล้ว บริเวณนี้เราก็เข้ามาอยู่อย่างน้อยก็ 100 ปี แต่ว่าบ้านอะไรต่าง ๆ เราไม่ได้อยู่ซ้ำที่เดิม เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ปรากฏในแผนที่ที่เห็นโดยตลอด แต่เราจะวนเวียนอยู่แถวนี้

หมู่บ้านเราถูกประกาศเขตป่าสงวนทับเมื่อปี 2525 โดยปกติแล้วในทางกฎหมายเราก็ผิดกฎหมาย เราก็มีการเจรจาพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้หน่วยงานในพื้นที่พอจะเข้าใจเราอยู่บ้าง ใช้วิจารณญาณในการเข้ามาดำเนินการบ้าง ไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่

แต่พอเรามาดูคำสั่ง คสช. ในฉบับที่ 64/2557 กับ 106/2557 ซึ่งเราดูว่ามันไม่มีพื้นที่ให้ชุมชนดั้งเดิมเลย ทีนี้เรากังวลว่าถ้าทางหน่วยงานภาครัฐเข้ามาบังคับใช้แผนแม่บทในพื้นที่ คิดว่าการเจรจาในพื้นที่ไม่มีผลแน่นอน ก็ต้องยึดคืนป่ารวมทั้งไร่หมุนเวียนด้วย

เรื่องนี้เรากังวลมาก กังวลมากจนคิดว่า จะทำยังไงที่จะยับยั้งให้หยุดไว้ก่อน ยุติไว้ก่อนได้ไหม ให้เข้ามาดูพื้นที่ก่อนได้ไหม ว่ามีชุมชนที่อยู่กับป่าและดูแลป่าได้” ชัยธวัช จอมติ ชาวบ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย กล่าว

 

คำบอกเล่าถึงความกังวลใจของชัยธวัช จอมติ ชาวบ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ต่อกรณีการออกแผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้เริ่มนำมาใช้เพื่อทวงคืนผืนป่า จากพื้นที่ซึ่งหน่วยงานรัฐมองว่าทำการบุกรุกที่ดินของรัฐไปบ้างแล้ว

 

ในมุมมองของรัฐนั้น การเข้าไปใช้พื้นที่ป่าซึ่งเป็นของประเทศเพื่ออยู่อาศัยและทำมาหากิน ภายหลังการประกาศเขตป่าสงวนถือเป็นการบุกรุก แต่ในมุมมองของชาวบ้านห้วยหินลาดใน ที่ทั้งหมดมีเชื้อสายปะกาเกอะญอ พวกเขายืนยันว่านอกจากอยู่เพื่อพึ่งพาทรัพยากรจากป่าแล้ว พวกเขายังอยู่เพื่อดูแลรักษาและปกป้องผืนป่าอีกด้วย

 

“สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านอยู่ได้ก็เพราะชาวบ้านพึ่งพาอาศัยป่า เราอยู่ร่วมกัน อาศัยอาหาร พืชผัก เป็นความมั่นคงทางอาหารสูง แล้วก็มีวิถีชีวิตเกษตรแบบดั้งเดิมยั่งยืนที่เรียกว่าไร่หมุนเวียน รายได้ก็มาจากการทำสวนชาอะไรต่าง ๆ เราไม่ได้รบกวนป่ามาก ของป่าส่วนไหนที่สามารถเอามาแปรรูปขายได้ เราก็เอามาปลูกเสริม เช่น หน่ออะไรพวกนี้ครับ

สิ่งที่เราทำ คือการป้องกันสิ่งที่ทำให้ป่าเสื่อมโทรมเร็วคือเรื่องของไฟป่า ทุกปีก็จะมีการทำแนวกันไฟ ที่ตอนนี้กลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว และมีการจัดเวรยามโดยเยาวชนของหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาตัดไม้และล่าสัตว์” ชัยธวัช จอมติ ชาวบ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย กล่าว

 

เมื่อรู้ว่าหากนำแผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของรัฐบาลมาใช้ในพื้นที่แล้ว พวกเขาจะต้องสูญเสียพื้นที่ป่ารอบชุมชนกว่า 9,000 ไร่ รวมทั้งพื้นที่ทำกินอีก 1,500 ไร่ ที่พวกเขาทั้ง 23 ครอบครัว ช่วยกันปกป้องดูแลมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ตามจิตวิญญาณของบรรพบุรุษของชาวปะกาเกอะญอ ที่สั่งสอนสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นว่า “กินน้ำให้รักษาน้ำ อยู่กับป่าให้รักษาป่า” สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องคือ ขอโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

“เราเรียกร้องให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ในเขตป่า ควรจะมีตัวบทกฎหมายมารองรับ ไม่มาบังคับใช้กฎหมายกับชุมชนที่อยู่ดั้งเดิม เราขอให้มีสิทธิชุมชนอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่จะเกิดขึ้นข้างหน้านี้ ให้ชุมชนดั้งเดิมมีสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยมีตัวบทกฎหมายรองรับ เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร” ชัยธวัช จอมติ ชาวบ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย กล่าว

 

นี่คืออีกมุมมองจากตัวแทนชาวบ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ต่อการบังคับใช้แผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของรัฐบาล ซึ่งหลังจากนี้มีแผนผนึกกำลังร่วมกันในชุมชนและร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเคลื่อนไหวนำเสนอเรื่องราวจากมุมมองของพวกเขาให้สาธารณะชนได้รับรู้ต่อไป

 

วรัญญา จันทราทิพย์ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม
GreenNewsTV รายงาน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.