สวนชะอม ลำไย และพืชผักชนิดอื่น ๆ ทั้ง 356 ไร่ ในพื้นที่บ้านโป่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่เห็นอยู่นี้ เกิดขึ้นจากการรวมตัวเพื่อปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ของชาวบ้านที่นี่ หลังก่อนหน้านี้เคยเป็นที่ดินของกลุ่มทุนที่ปล่อยทิ้งร้างนานกว่า 10 ปี

โดย ดิเรก กองเงิน ประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินโดยชุมชนบ้านโป่ง บอกเล่าให้ทีมข่าว Green News TV ฟังว่า เป็นสิทธิ์ของชาวบ้านตามกฎหมาย ในการเข้ามาใช้ประโยชน์จากที่ดิน

“การทิ้งร้างที่ดิน ถ้าตามกฎหมายมาตรา 6 เอกสารสิทธิ์ถ้าเป็นโฉนดทิ้งร้างเกิน 10 ปี ตามกฎหมายมีอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครเอามาบังคับใช้ เอกสารสิทธิ์ถ้าเป็น น.ส.3 ห้าปี แต่ที่ดินตรงนี้ทิ้งร้างเกินกว่า 10 ปีแล้วก็ไม่มีการยึดคืนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ชาวบ้านต้องการที่ดิน ชาวบ้านก็เข้ามาจัดการประโยชน์ในที่ดิน” ดิเรก กองเงิน ประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินโดยชุมชนบ้านโป่ง กล่าว

ซึ่งมุมมองเรื่องสิทธิ์ของชาวบ้านและนายทุนเจ้าของที่ดินดูจะสวนทางกัน เพราะเมื่อชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์จากที่ดิน นายทุนเองก็ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชาวบ้าน

“ที่ดินมาทิ้งร้างไว้ไม่ทำประโยชน์ ชาวบ้านก็เข้ามาจัดการ แต่ก็ผิดกฎหมายในเรื่องของเอกสารสิทธิ์การถือครอง แทนที่ชาวบ้านจะเป็นฮี่โร่ให้กับรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องของที่ดิน แต่กลับกลายเป็นชาวบ้านได้คดี ความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นแล้ว หน้าที่ของกรมที่ดินต้องยึดคืนแต่ไม่ยึด ชาวบ้านเข้ามายึดทำประโยชน์ ชาวบ้านได้รับผลกระทบในเรื่องของคดีความ อันนี้ทุกครอบครัวโดนคดีทั้งหมด

มีการไต่สวนและมีการส่งฟ้องต่อศาล บางคดีที่เจ้าของที่ดินเขาฟ้องเอง เพราะว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีไม่เป็นธรรมต่อคนจนและไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ก็สั่งไม่ฟ้อง โจทย์ก็ไปขออำนาจศาลฟ้องเอง ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฟ้องทางแพ่ง ตอนนี้คดีฟ้องแพ่งที่โจทย์ฟ้องไป ศาลพิจารณาแล้วว่าข้อมูลหลักฐานที่จะเอาผิดต่อจำเลยไม่เพียงพอ ศาลสั่งปล่อยตัว ถือว่าผมชนะคดี

ส่วนคดีอื่น ๆ ที่ร่วมกันมาฟ้อง ยังมีอีกหลายโจทย์ ก็คือฟ้องไกล่เกลี่ย อาจจะเรียกค่าเสียหายนั่นแหละ แต่ตอนนี้ศาลก็ขอจำหน่ายคดีชั่วคราว ตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2557 จนถึง 6 กุมภาพันธ์ 2558 หากว่าเลยกำหนดการยังไม่มีแนวทางว่าจะมาซื้อที่ดินโดยรัฐ หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาที่ดิน ศาลก็จะเริ่มไต่สวนดำเนินคดี” ดิเรก กองเงิน ประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินโดยชุมชนบ้านโป่ง กล่าว

นี่คืออีกหนึ่งมุมมองจากตัวแทนชาวบ้านโป่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่สะท้อนปัญหาสิทธิชุมชนและสิทธิในการจัดการที่ดินทำกินของตนเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่พวกเขามองว่าจะต้องผลักดันให้เกิดการปฏิรูป

โดย ดิเรก เปิดเผยว่า หลังจากนี้กลุ่มชาวบ้านมีแผนการขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้าน และนำไปสู่เรื่องการปฏิรูปที่ดินในอนาคต โดยจะรณรงค์แผนหยุด 1 บวก 4 เพื่อยุติคำสั่งแผนแม่บทของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มีผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่กับป่า และจะผลักดันให้เกิดกฎหมาย 4 ฉบับ ประกอบด้วยเรื่องโฉนดชุมชน เรื่องภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า เรื่องของกองทุนธนาคารที่ดิน และเรื่องกองทุนยุติธรรม ซึ่งยกร่างขึ้นมาโดยภาคประชาชน และนำเสนอต่อรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว

วรัญญา จันทราทิพย์ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม
GreenNewsTV รายงาน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.