Search

เสียงจากหมู่บ้าน“ร้าง”บนเกาะพระทอง สร้างไว้ 165 หลังแต่ผู้ประสบภัยอยู่ไม่ได้ 10 ปีสึนามิ-ยังสารพัดปัญหา

น่าเสียดาย, บ้านร้างกว่าร้อยหลังบนเกาะพระทอง
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2557 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจเกาะพระทอง ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งชุมชนมีกำหนดจะจัดกิจกรรมรำลึก 10 ปี สึนามิ ขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคมนี้เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับจากเหตุการณ์สึนามิถล่ม โดยปล่อยเต่าลงทะเลจำนวน 14 ตัวเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรอบเกาะ ตามที่ชุมชนได้ปฏิบัติมานานหลายสิบปี

ผู้สื่อข่าวได้สำรวจพื้นที่ใน 3 จุด ได้แก่ 1.บิรเวณหมู่บ้านเทพรัตน์ ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านตั้งใหม่รองรับผู้อพยพคนเกาะพระทองที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ 2. หมู่บ้านท่าแป๊ะโย๊ย ตำบลเกาะพระทอง ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากคลื่นยักษ์ และมีกระชังปลา เรือประมงเสียหาย 3. พื้นที่หมู่บ้านจัดสรรไลอ้อนส์ ที่สร้างโดยสโมสรไลอ้อนส์ ซึ่งรวมทุนจาก 310 ประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย(เดิม คือ หมู่บ้านปากจก ชุมชนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดในเกาะพระทอง)

นายตุละ กล้าทะเล ชาวบ้านเทพรัตน์ กล่าวว่า หลังเหตุการณ์สึนามินั้นชาวมอแกลน บนเกาะพระทองส่วนหนึ่งประมาณ 40 ครอบครัว ย้ายมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านใหม่ที่ก่อตั้งได้ประมาณ 9 ปี พร้อมเข้ามาทำอาชีพที่บนฝั่ง เช่นการขับเรือท่องเที่ยว การรับจ้างทำงานในโรงแรม-ที่พัก ของอำเภอคุระบุรี เพราะสามารถสัญจรเข้าเมืองและลงเกาะได้สะดวก ส่วนกลุ่มที่ไม่สามารถทำอาชีพดังกล่าวได้ ก็เลือกจะทำประมงพื้นบ้านที่เกาะพระทอง ควบคู่กับการทำงานด้านท่องเที่ยวเช่นเดิม ขณะที่บางกลุ่มระบุว่า ต้องการจะอยู่ในชุมชนเช่นเดิมเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นชุมชนร้าง โดยหมู่บ้านปากจก คือ หมู่บ้านที่อยู่ริมฝั่ง และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด เพราะหนีคลื่นไม่ทัน โดยส่วนมากเป็นคนเมืองที่เข้ามาทำบ่อกุ้งแต่คนมอแกลนจะรอดเป็นส่วนมาก

“คลื่นสึนามิมาไวมาก ใครอยู่แถวท่าเรือแป๊ะโย๊ยก็จะรอด แต่มันน่าแปลกใจนะ หลังสึนามิสงบ คนทั่วไปก็รู้ว่าบ้านปากจกตายกันเกลี้ยงหมู่บ้าน แต่ทำไมคนสร้างบ้านช่วยเหลือเรายังไปสร้างตรงบ้านปากจก อีก งงเหมือนกัน หากถามเราประสาคนซื่อ เราเห็นคลื่นตอนนั้น เราก็ยังกลัวจนถึงทุกวันนี้ ถ้าเลือกปักหลักในหมู่บ้านไลอ้อนส์ คือปากจกเก่า เราก็ตายแน่ๆ หากคลื่นมาอีก เรากลัวเราเลยเลือกจะอยู่ที่เทพรัตน์” นายตุละ กล่าว

นายเชาวลิต เกิดเจริญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าแป๊ะโย๊ย กล่าวว่าหลังเหตุการณ์สึนามิชาวเกาะพระทองได้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น ช่วยให้ชุมชนได้มีรายได้เพิ่มเติมจากการท่องเที่ยว เพราะมีความสมบูรณ์หลายอย่าง เช่น แหล่งทุ่งหญ้าหยาดน้ำค้าง แหล่งวางไข่เต่าทะเลที่สำคัญของเมืองไทย ซึ่งชาวบ้านได้ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ดูแลเต่าทะเลขึ้นมา แหล่งดูนกเกือบ 140 ชนิด ทั้งนกป่า นกน้ำ มีนกที่เด่นๆอย่าง กาน้ำ เหยี่ยวแดง กระสานวล ปากซ่อม รวมถึงนกหายากอย่างนกแก๊กและนกตะกุม ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ และเป็นป่าที่ยังมีกวางม้า อาศัยอยู่นับร้อยตัว ด้วยเหตุนี้ภายหลังเหตุการณ์สึนามิ หน่วยงานของรัฐจึงมีความพยายามจะประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน (เขตห้ามล่า) และมีความพยายามจะเข้ามาควบคุมพื้นที่เกาะพระทอง ขณะที่กรมป่าไม้เองก็มีความพยายามเข้ามาควบคุมพื้นที่เพื่อจัดการทรัพยากรและอ้างกฎหมายด้านการอนุรักษ์ แต่ชาวบ้านมาคัดค้านมาโดยตลอด และยืนยันจะพัฒนาชุมชนให้เดินหน้าต่อไปด้วยความร่วมมือของชุมชนเอง แม้จะเจ็บปวดจากเหตุการณ์สึนามิมาบ้างก็ตาม

“เราไม่ใช่เหยื่อให้ใครผ่านเข้ามาหาประโยชน์ เรามองเห็นเกาะสุรินทร์เติบโต ด้านการท่องเที่ยว และได้ยินมาว่า หน่วยงานรัฐจ้างพนักงานที่เป็นมอแกลน มอแกน ราคาค่าแรงต่ำมาก เราเห็นแต่ประโยชน์ของนักท่องเที่ยว เราไม่เห็นประโยชน์ของชาวบ้านที่แท้จริง” นายเชาวลิต กล่าว

นางอรวรรณ เทียนใส สมาชิกองค์การบริการส่วนตำบล (อบต.)เกาะพระทอง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไลอ้อน กล่าวว่า ตนย้ายมาจากบ้านท่าแป๊ะโย้ยหลังเกิดสึนามิ แล้วเข้ามาอยู่หมู่บ้านไลอ้อนประมาณ 7 ปี โดยแรกเริ่มนั้นมีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ค่อยๆ ทยอยย้ายออกไปทีละครอบครัว ทั้งนี้หมู่บ้านไลอ้อน เป็นเหมือนหมู่บ้านร้าง มีการก่อสร้างทั้งหมด 165 หลังเฉลี่ยราคาค่าสร้างและการขนส่งวัสดุประมาณหลังละ 3 แสนบาท โดยได้รับเงินทุนจากสโมสรไลอ้อนส์ได้เข้ามาช่วยเหลือจัดซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านไว้รองรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ แต่ปัจจุบันมีผู้อาศัยอยู่เพียง 10 กว่าหลังคาเรือนเท่านั้น เพราะในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้และไม่มีประบบน้ำประปาที่สมบูรณ์ อีกทั้งยังขาดแคลนอาชีพรองรับ

“เดิมทีสร้างเสร็จนั้นเรามีคนนอกมาลงทะเบียนจองบ้านไว้ แต่แล้วเขาก็ย้ายออกหมด คนในก็ไม่อยู่เพราะไม่มีงานทำ บางคนก็ย้ายไปตามญาติที่จังหวัดอื่น แล้วทุกอย่างก็ร้างไปหมด เราต้องอยู่อย่างนี้เพราะเราต้องการรักษาชุมชนไว้ ซึ่งไม่รู้อนาคตเช่นกันว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่โดยส่วนตัวเราจำตรงนี้เป็นบ้านปากจก ไม่ใช่บ้านไลอ้อนส์” นางอรวรรณ กล่าว

 

ดูอัลบั้มภาพหมู่บ้านไลออนส์ บ้านจัดสรรบนเกาะพระทอง