20150131075434_IMG_6232

ท่ามกลางม่านหมอกบนผาสูงบนจุดจอดพัก เมื่อมองออกไปจะเห็นแม่น้ำยุนซาลินไหลล่องอย่างเสรี ลัดเลาะไปตามพื้นที่ราบเล็กๆ กลางหุบเขา ที่นั่นเป็นฐานที่มั่นของกองพล 5 แห่งกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNLA

คณะสื่อมวลชนต้องใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง เดินทางด้วยรถไถดัดแปลงจากฝั่งแม่น้ำสะละวินตรงข้าม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วิ่งไปตามถนนสูงชันแคบๆ ที่ตัดแหวกป่าเขาไปถึงบ้านเดปูนุ จังหวัดมือตรอ รัฐกะเหรี่ยง เพื่อเข้าร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวาระครบรอบปีที่ 66 การปฏิวัติแห่งชาติกะเหรี่ยง ที่จัดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2558 ตามคำเชิญของกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง

ครบรอบ 66 ปี วันปฏิวัติกะเหรี่ยง

หลังพิธีสวนสนามของกองทหาร ประชาชนชาวกะเหรี่ยงทั้งหมดที่มาร่วมงานได้กล่าวปฏิญาณพร้อมกันเพื่อเรียกร้องคนกะเหรี่ยงให้ร่วมมือร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งต่อสู้ไปให้ถึงวันที่มีเสรีภาพอันแท้จริง

“ประชาชนกะเหรี่ยงทั้งหลาย จงร่วมกันสร้างประเทศ กอ ทู เล กะเหรี่ยงทั้งต่างประเทศ และในประเทศ เราจะร่วมสร้างพร้อมๆกัน สามัคคี จงสามัคคีกัน แล้วคนทั้งโลกจะยอมรับเรา” เสียงประกาศก้องภายในงาน

แม้กองพล 5 จะเป็นกองกำลัง 1 ใน 7 ฐานของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU แต่ภายใต้การนำของ พล.อ.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำให้กองพล 5 แห่งนี้กลับได้รับความศรัทธาและความนิยมจากชาวกะเหรี่ยงเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้กำลังภายในกองทัพมีความเข้มแข็ง และผู้นำมีจุดยืนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการยื่นข้อเสนอเรียกร้องให้มีการหยุดยิง และถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อ 12 มกราคม 2555 ที่เมืองพะอัน เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อกัน อันจะปูทางไปสู่สันติภาพให้เกิดขึ้นในอนาคต แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ในพื้นที่กลับสวนทางต่อข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากพม่ามีการเสริมกำลังพลเข้ามาในพื้นที่สู้รบมากขึ้น และยังคงมีการปะทะสู้รบหลายพื้นที่

20150131074152_IMG_6203

เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรยากาศงานในปีนี้ นอกจากประชาชนกะเหรี่ยงที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคักแล้ว ยังมีสื่อมวลชนไทยหลายสำนักเข้ามาเกาะติดรายงานสถานการณ์ถึงในพื้นที่ โดย พล.อ.บอ จ่อ แฮ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า “ตลอด 66 ปี ที่ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงลุกขึ้นสู้นั้น เป็นเหตุผลของความจำเป็นที่ต้องการเรียกร้องเสรีภาพ แม้ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก นานาชาติกำลังจับตากระบวนการสันติภาพที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ได้ต้องการสู้ด้วยอาวุธ แต่ไม่มีทางเลือก จึงอยากให้นานาชาติเข้าใจ ช่วยสนับสนุนข้อเรียกร้องของเรา แม้จะช่วยไม่ได้โดยตรง เพียงขอแค่เข้าใจการต่อสู้ของเรา”

จากการสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนไทย พล.อ.บอ จ่อ แฮ ยืนยันถึงเป้าหมายสูงสุดของ KNU ว่า ยังมีความหวังที่จะเห็นสันติภาพเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่สถานการณ์ตอนนี้อาจไม่เอื้ออำนวย และหนทางไปสู่การมีรัฐอิสระอาจดูเป็นเรื่องยาก ณ เวลาอันใกล้ เนื่องจากพม่าผู้ถืออำนาจปกครองย่อมไม่ต้องการสูญเสียอำนาจ ดินแดน และทรัพยากร ซึ่งเขามองว่า ด้วยเหตุผลสำคัญที่ดินแดนนี้ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ พม่าจำเป็นต้องยอมรับความจริงเรื่องนี้ การจะก้าวไปสู่สันติภาพอย่างแท้จริง พม่าต้องให้ความสำคัญต่อการเร่งพัฒนาทางการเมืองควบคู่ไปกับการเจรจาสันติภาพกับชาติพันธุ์ต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะการแก้กฎหมายการเลือกตั้ง ลดเงื่อนไขผู้ที่จะเข้าไปนั่งในสภาผู้แทน ปรับลดสัดส่วนตัวแทนจากกองทัพ รวมถึงตัวแทนกองทัพที่ไม่ใช่ทหาร ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 50 ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่มีสัดส่วนที่นั่งในสภาผู้แทน

20150131073117_IMG_6171

พล.อ.บอจ่อ สะท้อนอีกว่า ในขณะที่สถานการณ์การสู้รบยังไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่พม่ากลับพยายามใช้โต๊ะเจรจาโฆษณาให้นานาชาติเห็นว่ากำลังจะเกิดสันติภาพขึ้นในพม่าเพื่อดึงดูดการลงทุน การเชิญสื่อมวลชนเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ KNU จึงต้องการยืนยันผ่านสื่อต่อนานาติว่า พม่าไม่เคยปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มชาติพันธุ์เลย และเราไม่ต้องการให้พม่าเอาเรื่องการทุนมาเป็นเงื่อนไขกดดัน โดยเฉพาะหลายโครงการพัฒนาที่พยายามเข้ามาในพื้นที่ของกะเหรี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นด้วย และไม่ควรเร่งดำเนินการในตอนนี้ ควรให้สถานการณ์มีความมั่นคงที่ชัดเจนในด้านต่างๆ ที่สำคัญโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบ จำเป็นต้องมีกระบวนการพูดคุยและให้ข้อมูลชาวบ้าน เพื่อให้ประชาชนกะเหรี่ยงร่วมตัดสินใจ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เคยมีการให้ข้อมูลโครงการต่างๆ หรือการลงทุนที่เข้ามาแก่เราเลย

20150131083254_IMG_6545

“เราต้องการเห็นชาติพันธุ์ต่างๆ สามารถปกครองตนเองภายใต้กฎหมายที่เหมาะสม ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ยกตัวอย่างเช่นรูปแบบสหพันธรัฐ ซึ่งต้องเริ่มจากการสร้างสันติภาพร่วมกัน ต้องร่วมตกลง ยอมรับข้อเสนอซึ่งกันและกัน สันติภาพจึงจะเดินไปข้างหน้าได้ แต่ถ้าพม่ายังคงใช้วิธีเอาเรื่องการลงทุนหรือการพัฒนามากดดันเรา สันติภาพคงจะเดินไม่ถึงเป้าหมาย”

สำหรับโต๊ะเจรจาสันติภาพที่กำลังจะมีการลงนามในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ พล.อ.บอ จ่อ แฮ ยืนยันว่า KNU จะเข้าร่วมเวทีดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่จะไม่ยอมลงนามจนกว่าทางพม่าจะแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของ KNU ที่ต้องการให้มีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่กะเหรี่ยง ตามที่ได้ยื่นข้อเสนอไปก่อนหน้านี้

เรื่อง : ชัยรัตน์ จิโรจน์มนตรี      ภาพ : ปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์

/////////////////////

คลิกชมอัลบั้มภาพ
ครบรอบ 66 ปี ปฏิวัติแห่งชาติกะเหรี่ยง

/////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.