ภาพจาก Irrawaddy
ภาพจาก Irrawaddy

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของ อู ขิ่น หม่อง โซ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของพม่าว่า ประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 9 ล้านครัวเรือน จะมีไฟฟ้าใช้ภายในปี 2558 – 2559 นี้ ขณะที่ตั้งเป้าจะให้ทั้งประเทศมีไฟฟ้าใช้ภายในปี 2573

อู ขิ่น หม่อง โซ เปิดเผยว่า  นับตั้งแต่ได้รัฐบาลเต็งเส่งเข้ามาบริหารประเทศ มีครัวเรือนเพียง 33 % จากทั่วประเทศเท่านั้นที่มีไฟฟ้าใช้ในขณะนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่า พม่ามีประชากรมากกว่า 52 ล้านคน มีไฟฟ้าใช้มากกว่า 3.2 ล้านครัวเรือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.1 ล้านครัวเรือนในปี 2553 โดยยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไฟฟ้าเข้าถึงใน 30,000 หมู่บ้าน จาก 60,000 หมู่บ้านในเขตพื้นที่ชนบท

พม่า ซึ่งถือเป็นประเทศมีแหล่งพลังงานหลากหลายสำหรับผลิตไฟฟ้า ทั้งจากเขื่อน ก๊าซและถ่านหิน กลับเป็นประเทศที่ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ ติดอันดับเลวร้ายสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามข้อมูลของกระทรวงพลังงานพม่าพบว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 15 % ในทุกๆปี โดยคาดว่า ในปี 2562 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,531 เมกะวัตต์ ในปี 2572 จะเพิ่มขึ้นเป็น 14,542 เมกะวัตต์

ขณะที่ไฟฟ้าที่ผลิตได้เกือบทั้งหมดของพม่า รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ก๊าซและน้ำมัน รัฐบาลพม่ากลับนำไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและจีน ในขณะที่ประชาชนในประเทศยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ยกตัวอย่างเช่นโครงการ เขื่อนท่าซาง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัฐฉาน หากสร้างแล้วเสร็จจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 7,100 กิโลวัตต์ จายเคือแสง จากองค์กรสิ่งแวดล้อมไทใหญ่ (Shan Saphawa) เคยเปิดเผยข้อมูลว่า ไฟฟ้าราว 90 % จากเขื่อนนี้จะถูกนำไปขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขณะที่ไฟฟ้าราว 10 % จะถูกใช้ในประเทศ ซึ่งไม่ยังไม่ทราบแน่ชัดด้วยซ้ำว่า ชาวบ้านในพื้นที่จะใช้ไฟฟ้าในส่วนนี้หรือไม่

แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima/Shan Saphawa

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.