11086996_886480538061899_102330488_n
หลุมฝังศพลูกเรือไทยที่ยังไม่มีญาติรับรู้

 

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาแรงงาน หรือ LPN เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรณีการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ขณะนี้ทาง LPN ได้รายงานสถานการณ์ทุกอย่างให้ พม.รับทราบแล้ว โดย พม.แจ้งในที่ประชุมว่า วันที่ 29 มีนาคมนี้ เจ้าหน้าที่ของ พม.ที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เยี่ยมลูกเรือที่อินโดนีเซียและให้การเยียวยาเหยื่อแรงงาน พร้อมเร่งประสานงานกระทรวงต่างประเทศ

นายสมพงค์กล่าวว่า ในฐานะเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รวบรวมข้อมูลไว้ ปัจจุบันพบว่ามีลูกเรือตกค้างนับพันราย ช่วยเหลือกลับไทยมาได้แล้ว 61 ราย โดยเร่งเปิดสายด่วนผ่านเจ้าหน้าที่ตรงของ LPN ชื่อว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือประมง เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้มีญาติติดตามข่าวการช่วยเหลือเหยื่อแรงงานประมงมาต่อเนื่องประมาณ 70 รายแล้ว โดยทุกคนมีความกังวลใจมาก โดยแต่ละรายล้วนมีข้อมูลที่แตกต่างกันในเรื่องสถานที่ เหตุการณ์ เช่น ญาติบางคนเมื่อเห็นข่าวช่วยเหลือแรงงานในอินโดฯ ก็ร้องให้เราช่วยเหลือญาติที่หายไปจากมาเลเซีย ทะเลชลบุรี เป็นต้น ทำให้เรายิ่งทราบว่า กระบวนการค้ามนุษย์นั้นแผ่กว้างไปต่อเนื่อง ดังนั้นในการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่จะเป็นหน่วยงานใดก็ตาม อยากให้ช่วยเหลือแบบครอบคลุมแล้วประชุมระยะยาวป้องกันเหตุเกิดซ้ำ

“สิ่งหนึ่งที่อยากให้รัฐไทยตระหนักคือ การช่วยเหลือคนจากขบวนการค้ามนุษย์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะแรงงานประมงที่ออกทะเลกับเจ้าของเรือไปในต่างประเทศ เพราะประเทศไทยมีชายแดนทะเลติดกับหลายชาติ โอกาสในการส่งต่อลูกเรือ หรือ ขายแรงงานออกไปนั้นมีมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วน ทั้ง พม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบกระบวนการที่เต็มรูปแบบ ” นายสมพงค์ กล่าว

ด้านนางพรทิวา คงแก้ว ชาวบ้านถ้ำทะลุ ตำบลควนโดน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล หนึ่งในชาวบ้านที่ร้องเรียนกับ LPN เรื่องการหายตัวไปนายสุทัศน์ สังข์ดุก น้องชายวัย 34 ปี ให้สัมภาษณ์ ว่า หลังจากตนได้ทราบข่าวเหยื่อเรือประมงที่อินโดนีเซีย รู้สึกตกใจมาก เพราะไม่เชื่อว่าจะมีข่าวร้ายเกิดขึ้นกับคนไทยในสมัยนี้ โดยตนได้โทรไปร้องเรียน LPN เพื่อให้ช่วยเหลือเพราะกลัวจะมีชะตากรรมเหมือนลูกเรือที่อินโดนีเซีย

จดหมายจากลูกเรือประมงไทยที่ตกทุกข์ได้ยากฝากน.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย มาถึงญาติ
จดหมายจากลูกเรือประมงไทยที่ตกทุกข์ได้ยากฝากน.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย มาถึงญาติ

นางพรทิวากล่าวว่า น้องชายของตนลาทางบ้านไปทำงานที่เรือประมงของคนไทย ที่ออกทะเลประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2552 หลังจากนั้น 1 เดือน โทรมาบอกว่าจะต้องออกทะเลเร่งด่วน จึงอาจติดต่อไม่ได้ ต่อมาอีกราว 3 วัน หลังข่าวเงียบหายไป 1 เดือน เพื่อนบ้านที่เดินทางไปด้วยก็โทรมาบอกว่า น้องชายตกทะเลไม่ทราบชะตากรรม คาดว่าจะเกิดอันตรายขณะลากอวนใหญ่ในเรือ โดยสอบถามจากเพื่อนบนเรือทราบว่า มีลูกเรือจากสตูล 4 คน เพื่อน 3 คนอยู่ในเรือเวลากลางคืน ไม่ทราบว่าสุทัศน์ออกไปทำงาน ตื่นมาก็ไม่เจอ คาดว่าตกทะเลเพราะอุบัติเหตุ ตนและแม่กังวลมาก จึงได้พยายามแจ้งความกับตำรวจ ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งกรมการกงสุล จังหวัด แต่เรื่องก็เงียบ

“พอเราไปตามข้อมูล ตามคดี ก็ไม่มีความคืบหน้า แม่ได้แค่ทำใจว่าน้องคงตายแล้ว ช่วงแรกที่น้องเงียบหายไปเราทราบจากเพื่อนบ้าน เราก็ตัดสินใจจ่ายค่าเช่าเรือร่วมกับเจ้าของเรือออกไปตามหาแต่แล้วก็ไม่พบ มาตามคดีที่ตำรวจ เขาบอกตรงๆ ว่าช่วยไม่ได้ เวลาผ่านไปหลายปี เรากับแม่ได้แค่ทำใจ ส่วนเพื่อนบ้านที่ไปด้วยกันกลับมาปลอดภัยดี แต่ทุกคนยืนยันไม่เห็นสุทัศน์ พอมาเจอข่าวนี้ทางทีวี เราช็อกกันมาก เมื่อรู้ว่าบางคนรอดมาได้ ทั้งที่ผ่านไปนับ 10 ปี ความหวังกลับมาอีกครั้ง จึงตัดสินใจโทรไปหา LPN เราไม่รู้จริงๆ ว่าต้องแจ้งใคร ในเมื่อตอนไปน้องเราตัดสินใจเอง หากย้อนเวลาได้ เราจะไม่ให้น้องไป” นางพรทิวา กล่าว

รายงานข่าวจากพม.แจ้งว่า ในวันเดียวกันทางเจ้าหน้าที่พม. ได้ประสานงานด่วนไปยังกระทรวงต่างประเทศให้ช่วยดำเนินการติดต่อทางการอินโดนีเซีย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เสนอให้ชะลอการรายงานข่าว แต่ให้ดำเนินการตามกระบวนการ เพราะปัญหานี้กระทบภาพลักษณ์อินโดนีเซีย อาจส่งผลความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดฯ

————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.