ภาพจาก กลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู
ภาพจาก กลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู

วันที่ 2 มีนาคม 2558 นายธีรเชษฐ์ โสทอง รองประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู กล่าวถึงการปล่อยจระเข้น้ำจืดยาว 2 เมตร ที่ติดลอบดักปลาของชาวบ้านบริเวณคลองชมภูใกล้หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.5 (วังแดง) ได้นำจระเข้ไปไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จังหวัดนครสรรค์ เพื่อทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไปพิสูจน์สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2557 จนกระทั่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้น ว่าในวันที่ 3 มีนาคม 2558 เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู กลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู ชาวบ้าน พร้อมกับหน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และฝ่ายทหาร จึงจะได้ร่วมกันนำจระเข้ป่าสายพันธุ์ไทยที่พบนำไปปล่อยคืนสู่คลองชมภูอันเป็นแหล่งอาศัยดั่งเดิมของจระเข้ โดยได้เชิญ นายจักริน เปลี่ยนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก มาเป็นประธานปล่อยจระเข้ในครั้งนี้

นายธีรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เวลาประมาณ 8.00 น. จะมีเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่11พิษณุโลก และเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำคลองชมภู ไปรับจระเข้ ที่ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดจังหวัดนครสวรรค์ และเดินทางนำกลับมาที่คลองชมภูในบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งชาวบ้านได้เตรียมทำพิธีบวงสรวงและตั้งศาลเจ้าพ่อกาดำตามความเชื่อว่าสายน้ำและผืนป่าแถบนี้มีสิ่งศักสิทธิ์คอยปกปักษ์รักษา หลังจากนั้นจึงจะนำจระเข้ปล่อยคืนสู่คลองชมภูบริเวณวังกาดำ ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.5 (วังแดง) จึงขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมเป็นสักขีพยานการปล่อยจระเข้ครั้งนี้ โดยนัดหมายพบกันที่หน่วยงานเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลง สล5(วังแดง) บ้านชมภูหมู่ที่ 3 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และจะเดินทางไปยังจุดปล่อยจระเข้โดยรถของอุทยานแห่งชาติฯ

received_10152943530721492
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) กล่าวว่า ภายหลังการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอออกมาว่าเป็นจระเข้สายพันธุ์ไทย ได้มีการฝังไมโครชิปและติดแท๊กสัญลักษณ์ เพื่อจะสามารถติดตามพฤติกกรรมของจระเข้ภายหลังจากที่ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำอันเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิม ซึ่งหลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะมีการประสานความร่วมมือกับชาวบ้านมากขึ้นในการเฝ้าระวังและกันเขตหากินของจระเข้เป็นเขตหวงห้ามพิเศษ เพื่อไม่ให้มีการเข้าไปรบกวนจระเข้ เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมามีรายการการพบจระเข้หลายครั้ง และมีการพบไข่จระเข้ด้วย แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าพบการลูกจระเข้ที่ฟักออกจากไข่เองตามธรรมชาติ เนื่องจากข้อมูลทางวิชาการพบเพียงว่าอาจจะเป็นไข่ลม หรือเป็นไข่ที่ยังไม่ได้รับเชื้อจากตัวผู้ ในเรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามพฤติกรรมจระเข้ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในคลองชมภู ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการศึกษา

หมายเหตุ-สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงานได้ที่เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู คุณธีรเชษฐ์ โสทอง โทร 061-325-8808, คุณวุ้น 084-733-3873, คุณแวะ 086-036-0955

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.