11159038_900422786667674_645638867_o

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2558 นายสมบูรณ์ คำแหง สมาชิกเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลไทยประกาศเดินหน้าโครงการท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล เมื่อประมาณช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า หากพิจารณาเรื่องโครงสร้างของประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคใต้เป็นเพียงพื้นที่การกอบโกยผลประโยชน์เท่านั้น เพราะหากเทียบความคุ้มค่านั้น จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มีการเสนอการสร้างท่าเรือปากบารา แต่ถูกโต้แย้งจากฝ่ายวิชาการด้านเศรษฐกิจในเวทีประชุมวิชาการร่วมกัน เพราะความไม่คุ้มค่า เนื่องจากการสร้างแลนด์บริดจ์ ที่รัฐบาลชุดก่อนๆ มีแผนสร้างมานานนับ 10 ปี นั้นไม่คุ้มเท่ากับท่าเรือน้ำลึกทวาย

นายสมบูรณ์กล่าวว่าหากโครงการสร้างท่าเรือทวายสร้างสำเร็จ จะทำให้ท่าเรือปากบาราร้าง แต่ดูเหมือนว่าประชาชนทวายคัดค้านเต็มที่ ดังนั้นโอกาสเกิดก็ยาก เห็นได้ชัดว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล้วนแล้วแต่หวงความเป็นพื้นที่เกษตร ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรตัดโอกาสการแข่งขันเรื่องการท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อใดที่ไทยเป็นอุตสาหกรรม พื้นที่นั้นๆ เหมือนเป็นอัมพาตทันที เหมือนหลายพื้นที่ที่เกิดขึ้นมา

นายสมบูรณ์ กล่าวด้วยว่า ครั้งนั้นมีหลายฝ่ายเสนอให้สภาพัฒนฯ ทบทวนแผนตั้งแต่ปี 2555 โดยส่วนตัวมองว่า การโครงการดังกล่าว รัฐบาลไม่มีกระบวนการปรึกษาประชาชน หรือมีเวทีกลางให้พูดคุยกับคนท้องถิ่นเลย แต่เมื่อรัฐออกมาประกาศขนาดนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งยืนยันว่า กรณีท่าเรือปากบาราไม่ควรเกิด แม้กระทั่งแผนการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพราะอุตสาหกรรมการขนส่ง การเดินเรือพาณิชย์ ก็ย่อมไม่ยั่งยืนเหมือนการท่องเที่ยว

“ในการจัดกิจกรรมปากบารา อันดามัน สวรรค์ทะเลใต้ ที่จะมีขั้น 24-26 เมษายนนี้ เราจัดทำข้อมูลเชิงสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อให้คนเมืองได้เข้าใจความมั่นคงของจังหวัดสตูล ดังนั้นหากตัวแทนรัฐบาลจะมาฟังบ้างหรือมาร่วมรับข้อมูลบ้าง ก็น่าจะดี ไม่เช่นนั้นอนาคตหากรัฐบาลยังหยิบโครงการเหล่านี้มาปัดฝุ่นอีก ชาวบ้านก็จะจัดกิจกรรมคัดค้าน เพื่อให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่นร่วมมือกันอีก” นายสมบูรณ์ กล่าว

 

11171963_900422776667675_1951636721_o

ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนกล่าวเพิ่มว่า สิ่งหนึ่งที่อยากให้คนทั้งประเทศรับทราบ คือ กรณีพื้นที่สร้างโครงการท่าเรือปากบารานั้น มีผลกระทบกับอุทยานแห่งชาติ 3 แห่งภายในจังหวัดสตูล ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา โดยอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves)

 

ขณะนี้ หน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลางอยู่ระหว่างการพิจารณาผลักดันให้อุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติเสนอให้รัฐบาลผลักดันอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดามัน รวมถึงหมู่เกาะตะรุเตา เป็นแหล่งมรดกโลก และผลักดันให้พื้นที่แหล่งฟอสซิลในจังหวัดสตูล ตลอดแนวยาวไปถึงเกาะตะรุเตา เป็นอุทยานธรณีวิทยาระดับชาติและนานาชาติ ส่วน “อ่าวปากบารา” ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากน้า อำเภอละงู ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของท่าเรือท่องเที่ยวหลัก เป็นจุดรับส่งนักท่องเที่ยวจากบนบก ไปสู่เกาะต่าง ๆ ควรที่จะรักษาไว้ให้ยั่งยืน

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ ในวันที่ 24-26 เมษายน 2558 มูลนิธิรักษ์ทะเลสตูลร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงาน “ปากบารา PARADISO”อันดามันสวรรค์ทะเลใต้” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครฯ โดยมีการฉายสารคดีอันดามันใต้ในแง่มุมต่างๆ และชมวีดีทัศน์อ่าวปากบารา และภาพเล่าเรื่องโดยจีระนันท์ พิตรปรีชาและกลุ่มสห+ภาพ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาและดนตรีหลากหลาย

//////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.