received_904815519561734

กว่า 40 ปี ตั้งแต่ดำรงวัยสาวน้อยจนเดี๋ยวนี้เคลื่อนเข้าสู่ความชราภาพ “ป้าหงวน” น.ส.สงวน ขุนทรง ยังคงใช้ชีวิตครึ่งค่อนวันทำงานอยู่ในโรงงาน กินค่าจ้างขึ้นต่ำวันละ 316 บาท

16 บาทที่สูงกว่าค่าแรงมาตรฐานไทย 300 บาท คือค่าประสบการณ์ ค่าความเชี่ยวชาญ หรือค่าที่อยู่นาน ของชีวิตการทำงานกว่า 40 ปี ที่มุ่งมั่นอยู่ในโรงงาน

ขณะที่ฟันเฟืองเล็กๆ ทำหน้าที่อยู่ในโรงงานอย่างแข็งแกร่ง จนเจ้าของโรงงานสามารถขยายกิจการออกไปใหญ่โตในหลายจังหวัด ส่งลูกหลานไปเรียนต่อต่างประเทศจนมีหน้ามีตาในสังคม แต่ค่าผลงานที่สาวโรงงานได้รับการแบ่งปันเพิ่มคือเงินวันละ 16 บาท

คุณภาพชีวิตของป้าหงวน คือภาพสะท้อนชีวิตของลูกจ้างในโรงงานกลุ่มใหญ่ทุกวันนี้

ป้าหงวนเป็นคนนครปฐม เริ่มเข้าสู่โรงงานเมื่อตอนอายุ 17 ปี หลังได้รับการชักชวนให้เข้าไปทำงานทอถุงเท้าในโรงงานแห่งหนึ่งที่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ด้วยค่าจ้างวันละ 12 บาท

 

received_904815522895067

“เมื่อรวมกับโอทีแล้ว มีรายได้ตกวันละ 20 กว่าบาท เราอยู่ได้สบาย เดือนๆ ทำงานได้ 700 กว่าบาท ตอนนั้นทองราคาบาทละ 400 ผิดกับเดี๋ยวนี้ ทำงานทั้งเดือน รวมค่าโอทีแล้ว จะซื้อทองสองสลึง ยังลำบาก” ป้าหงวน อธิบายเศรษฐกิจของสาวโรงงานที่ถอยห่างค่าครองชีวิตขึ้นทุกวัน

“ชีวิตของพวกเรา ทุกอย่างมันได้มาจากการเรียกร้องทั้งหมด ขอค่าจ้างขึ้นแค่ 1 บาท ยังต้องไปประท้วงกันแล้วประท้วงกันอีก ถ้าเราไม่ประท้วง เขาก็ไม่ให้ ค่าครองชีพก็กระเถิบหนีไปเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ค่าครองชีพหนีไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว เพราะบ่อยครั้งที่ปีนั้นเขาไม่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้”

ปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์และผู้บริหารประเทศจำนวนไม่น้อย พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่าเป็นค่าจ้างที่ได้รับการปรับสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำเดิม และเป็นปัจจัยทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศพลอยสะดุดจากนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากัน 300 บาททั่วประเทศ แต่พวกเขาลืมนึกย้อนไปว่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ค่าจ้างขั้นต่ำถูกกดให้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาโดยตลอด ทุกรัฐบาลอาศัยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยยากของลูกจ้างเป็นแรงจูงใจดึงนักเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ

“ยิ่งค่าจ้างถูก ยิ่งดึงดูดนักลงทุนได้เยอะ” เป็นคัมภีร์ที่ท่องกันมาหลายทุกยุคทุกสมัย ทั้งๆ ที่มีข้อโต้แย้งมาตลอดว่าค่าจ้างเป็นเพียงต้นทุนเล็กน้อยในระบบการผลิต แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ

การคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ตั้งอยู่บนฐานคิดของการใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียวที่อยู่ในสังคมแห่งนี้ได้ แต่ในความเป็นจริง ลูกจ้างยังต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วย ทั้งพ่อแม่ในต่างจังหวัดและลูกๆ ที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังเรียน ที่สำคัญคือตัวเลขการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กลายเป็นตัวเลขต่อรองที่แฝงได้ด้วยบรรยากาศทางการเมือง มากกว่าตัวเลขที่สะท้อนความเป็นจริง

 

received_904815552895064

“สมัยก่อนค่าที่พัก ค่ารถ ไม่เสีย เราเลยไม่มีภาระมาก แต่สมัยนี้ ก้าวออกจากที่พักก็ต้องใช้เงินทุกอย่าง ค่าจ้างวันละ 300 บาทจะไปพออะไร ถ้าไม่ทำโอที เราก็อยู่กันไม่ได้หรอก รู้หรือยังทำไมเราถึงต้องเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะต่อให้คุณทำงานดีแค่ไหน นายจ้างก็ไม่ปรับขึ้นให้หรอก” ป้าหงวนอธิบายตามบทเรียนจริงที่สั่งสมมาตั้งแต่อายุ 17 จนย่างเข้า 62 ปี

นอกจากชีวิต“ก้มหน้า”ทำงานตั้งแต่ตอน 8 โมงเช้าเลิก 5 โมงเย็นแล้ว สิ่งที่ป้าหงวนได้ทำหน้าที่ติดต่อกันมายาวนานคือ สมาชิกสหภาพแรงงาน

หลังจากทำงานในโรงงานได้ไม่กี่ปี ป้าหงวนได้ร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้งสหภาพแรงงานขึ้นในโรงงาน ตามคำชักชวนของผู้นำแรงงานในยุคนั้น และต่อมาได้มีการรวมกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอ้อมน้อยอ้อมใหญ่จนกลายเป็นพลังที่สำคัญของหมู่มวลกรรมกรไทย

“ตอนไปเรียกร้องกฎหมายประกันสังคมสมัยพลเอกชาติชายเป็นนายกฯ เราก็ไปกัน ตอนนั้นป้าวิ(วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย) ไปอดข้าวหน้าสภา ส่วนป้าจัดกำลังไปหนุน พอเลิกงานก็ชวนเพื่อนๆ ไปร่วม จนในที่สุดถึงได้ประกันสังคมมา รวมแล้วต้องใช้เวลากว่า 36 ปีในการเรียกร้อง” ป้าหงวนเล่าวีรกรรมของลูกจ้างที่มักไม่มีอยู่ในบันทึก เช่นเดียวกับเรื่องราวการต่อสู้มากมายจนได้มาซึ่งกฎหมายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ

“มีความสุขนะ ที่ได้ทำตรงนี้ ได้ทำเพื่อส่วนรวมบ้าง พวกเราต้องช่วยกัน ถ้าอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้อะไรมา เราต้องเรียกร้องเพื่อสิทธิของตัวเอง เพื่อลูกหลานในอนาคต”

ในวัย 62 ปี ป้าหงวนตั้งใจว่าจะทำงานอยู่ในโรงงานต่อไปเรื่อยๆเพราะอีกชีพลูกจ้างอย่างแกไม่มีเกษียณอายุจนกว่าจะหมดเรี่ยวแรง ออกก็คือออก ไม่มีเงินบำเหน็จบำนาญจากนายจ้าง แม้ทุกวันนี้จะได้เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท เมื่อรวมกับเบี้ยชราภาพอีก 2 พันกว่าบาทจากประกันสังคมหากออกจากงาน แต่ก็ยังไม่พอที่คนๆ หนึ่งจะดำเนินชีวิตในสังคมได้

“ทุกวันนี้อยู่คนเดียว เวลาของชีวิตมันจมหายไปกับโรงงานหมดตั้งแต่สาวจนแก่ เงินเก็บเงินก้อนก็ไม่มี พ่อแม่ก็ตายหมดแล้ว ทรัพย์สินอะไรก็ไม่มี ยังงงๆ อยู่ว่าพอทำงานไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไร” ป้าหงวนวังเวงใจในบั้นปลายชีวิตและเป็นบทสรุปเดียวกันของสาวโรงงานอีกจำนวนมากมาย

เป็นบทสรุปที่สะเทือนใจ และยากที่จะเขียนแยกย่อยเป็นข้อเรียกร้องใดๆได้


โดย ภาสกร จำลองราช
……………
.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.