ทุกข์ของคนปากน้ำโขง

P1550388

 

กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในประเทศไทยและพม่าร่วมกันรณรงค์คัดค้านเขื่อน เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลกหลังแม่น้ำโขงผ่านช่วงเวลาแห่งการพัฒนามายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

ต้องยอมรับว่าระยะหลังประชาชนมีความตื่นตัวมาก ด้วยมีบทเรียนทั้งจากการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำ และการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนโดยประเทศจีน ประชาชนริมโขงจึงหันมาให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์น้ำต่อเนื่องเพื่อเก็บข้อมูลโดยพบว่าระบบนิเวศหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งพันธุ์ปลาลดลงและเกิดน้ำท่วม น้ำแห้งไม่เป็นระบบ กระทบต่อหลายอาชีพ น่าเป็นห่วงว่าหากสถานการณ์ในแม่น้ำสายใหญ่ยังมีความแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ทุกประเทศที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำโขงต้องแบกรับภาระนี้ทั่วทั้งภูมิภาค

ในปีนี้สื่อมวลชนไทยร่วมกับองค์กรแม่น้ำนานาชาติ ลงสำรวจพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) ที่ภาคใต้ของประเทศเวียดนาม อันเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคที่มีเครือข่ายแม่น้ำที่เข้มแข็ง

 

uKOi0VPMnNZ2kDYKHPlUJaVvXXK96d0LhRUCN4GVCoE,9S9s0-i823xTsDdLckPbh2o0b4QrkXs0TP6rq9g5VdE,-aliE4SovtG_aC33MEKgu-WvoiVeotgPjYFr9ATizBY

จากข้อมูลโดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ระบุว่า ปากแม่น้ำโขงนั้นเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ คนเวียดนามเรียกว่า กู๋ล่อง หรือ ดินแดน 9 มังกร เพราะมีแม่น้ำแตกออกจากน้ำโขงไหลลงสู่ทะเลอีก 9 สาย ซึ่งหล่อเลี้ยงชาวเวียดนามมานานตั้งแต่สงครามสงบ ทำให้อาชีพของคนเวียดนามใต้ในบริเวณปากน้ำโขงนั้นมีทั้งประมงพื้นบ้าน ทำไร่ ทำนา และสวนผลไม้ รวมทั้งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น เมืองเกิ่นเทอ และอันยาง เป็นต้น

ดร.วู กก ลอง (Vu Ngoc long) ผู้อำนวยการสถาบันนิเวศวิทยาภาคใต้ประเทศเวียดนาม (Southern Institute of Ecology :SIE ระบุว่า ภายหลังจากองค์กรมีการศึกษาระบบนิเวศทั่วไปของประเทศเวียดนาม ทั้งระบบนิเวศบนดิน ในน้ำ ใต้น้ำ ซึ่งดำเนินการโดยสมาชิกเครือข่ายประมาณ 150 เครือข่าย อาทิ เครือข่ายแม่น้ำเวียดนาม (Vietnam River Network : VRN) องค์กรพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ The Center for Water Resources Conservation and Development: WARECOD) ฯลฯ พบว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายทุกแห่งมีการมุ่งเน้นไปที่การศึกษาสถานการณ์ลุ่มน้ำโขง เนื่องจากพบว่าขณะนี้สถานการณ์การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนมีผลกระทบต่อประเทศที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำโขงจำนวนมาก ทำให้เครือข่ายต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในแม่น้ำโขงตอนล่างมากขึ้น เน้นที่การศึกษาผลกระทบและการจัดการลุ่มน้ำที่ลดผลกระทบทางระบบนิเวศ แต่จากการวิเคราะห์ก็พบว่าการสร้างเขื่อนตอนบนมีผลมากที่สุด

 

AItC4I_DqqK5K6rqvw4MD3-Wbnfw0mpDVBRDuadW1PQ,FU4leQZ9-CU1313_Hc91DAU7Kxa_4b9ep1PxS7yNI3s,rWABrZ7_em1KSWYJoC9GJ3bUQGAsxM1ZSuJSGe2rPtg

“เดิมเขื่อนไซยะบุรีที่มีการสร้างในลาว เวียดนามยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นรูปธรรม นอกจากศึกษาสถานการณ์ไปตามช่วงเวลา และมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรในประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาเป็นรายชุมชน แต่ต่อมาเมื่อมีโครงการเขื่อนดอนสะโฮงเข้ามา เวียดนามเริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้น โดยรัฐบาลมีการสื่อสารระหว่างประเทศและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ เอ็มอาร์ซีรับทราบ ซึ่งยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใดแต่ที่ SIE ดำเนินการขณะนี้ก็มีทั้งเชิงรุกและรับ คือ เร่งศึกษาวิจัยควบคู่กับข้อเสนอเพื่อการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรลุ่มน้ำโขง เช่น การส่งเสริมวิจัยพันธุ์ปลา ซึ่งมาระยะหลังพบว่ามีพันธุ์ปลาบางชนิดหายไป” ดร.ลองกล่าว

ดร.ลอง ย้ำด้วยว่า ในฐานะเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับการศึกษาระบบนิเวศและทรัพยากรลุ่มน้ำมาช้านาน ขณะนี้ทางภาคีเครือข่ายตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องน้ำโขง 5 ประเด็นหลักได้แก่ 1 การศึกษาวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขง ซึ่งได้แก่ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ “กู๋ล่อง” ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาที่แตกออกจากแม่น้ำโขง 2 ศึกษามลภาวะทางน้ำเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข 3 ออกแบบหลักการปกป้องพื้นที่ต้นน้ำ 4 เร่งศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนรอบแม่น้ำโขงในเวียดนาม

“ดินแดน 9 มังกร นั้นมีความสมบูรณ์ที่เป็นเหมือนอู่ข้าว อู่น้ำของโลก แต่เดิมนั้นพื้นที่ดังกล่าวมีความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างลงตัว มีพื้นที่เกษตรสำหรับการผลิตพืชสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพด งา รวมถึง 53 % ของพื้นที่ มีที่ดินที่เหมาะสำหรับปลูกผลไม้ถึง 75 % และ 80 % เป็นพื้นที่ทำประมงพื้นบ้าน ชาวเวียดนามที่อยู่รอบแดน 9 มังกร จึงนับว่าโชคดีที่มีทรัพยากรรายล้อม แต่น่าเศร้าที่ต่อมาวิถีดังกล่าวที่เคยเชื่อมโยงถูกแยกออกจากกันเพราะนโยบายพัฒนาลุ่มน้ำ เป็นการทำลายรากฐานความมั่นคงของทรัพยากรส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน นับเป็นการทำลายแม่น้ำโขงอย่างรวดเร็วทั้งนี้หากจะเปรียบเทียบแม่น้ำโขงเป็นต้นไม้ แม่น้ำโขงตอนบนที่อยู่ประเทศจีนเป็นเหมือนรากเหง้าของต้นไม้ และแม่น้ำโขงในลาวเหมือนลำต้น ส่วนแม่น้ำโขงตอนล่างในไทย เวียดนาม และกัมพูชา เป็นเหมือนกิ่งก้านสาขามีใบ มียอดอ่อน และแดน 9 มังกรเหมือนพุ่มใบขนาดใหญ่ที่กำลังเหี่ยวเฉา” นักวิชาการย้ำถึงความสำคัญ
ไม่ใช่แค่การมุ่งเน้นส่งเสริมการศึกษาด้านวิชาการเท่านั้น แต่เวียดนามยังมีการนำบทเรียนเรื่องงานวิจัยไทบ้านจากประเทศไทย ไปปรับใช้ในการเก็บข้อมูลปากน้ำโขงและบันทึกการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เพื่อศึกษาวิเคราะห์ตามภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย

“จางเทียน ชาวบ้านและผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ชุมชนหว่ามนาว ( Hwan Nao) จังหวัดอันยาง กล่าวว่า ชุมชนหว่ามนาวเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศที่เกิดต่อเนื่อง โดยชาวบ้านเองไม่ทราบว่ามีสาเหตุจากอะไร ทั้งนี้เท่าที่ตนติดตามสถานการณ์พบว่าความอุดมสมบูรณ์ของแม้น้ำ ลำคลอง และพื้นที่เกษตรรอบๆ ชุมชนซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเตียน แม่น้ำโฮว อันเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ชาวบ้านใช้งานมาตั้งแต่ปี 1975 เริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุที่รับทราบจากข่าวสารนั้นส่วนหนึ่งระบุว่า เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงที่มีการสร้างเขื่อนในประเทศจีน และอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะชุมชนหว่ามนาวอยู่ใกล้ๆ กับชุมชนอื่นที่มีการสร้างคันกั้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยมีบริเวณการก่อสร้างครอบคลุมในพื้นที่ชุมชน หมี่ฮาว (My Hao ) และลองซวน (Long Xuyen) ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการขุดลอกเพิ่มเติมจากความลึกเดิม 1.5 เมตรก็พัฒนามาเป็น 2-2.5 เมตรในบางพื้นที่ ทำให้ขณะนี้น้ำขึ้น น้ำลงผิดปกติบางครั้งก็มีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำแตกต่างกันถึง 3 ระดับใน 1 วัน

 

LnZfnbeDSBt1x96AkhIjyG32reFPSDwH6Cem3Cr28jE,bBURegSJjQyRtSSavdiiYXswx1-alqqQRDZU8c1hm1E,1Ns1JGVxrjyrLObNfQS5WgmaZuvAEi_mbBZNBl5XWyQ

“ผมกับเพื่อนบ้านก็จัดเวรดูแล ดูเสาวัดระดับน้ำ ทางการเขาบอกว่าโครงการคันกั้นน้ำดังกล่าวช่วยเหลือเกษตรกรแต่เอาเข้าจริงก็ส่งผลกระทบทางอ้อม ซึ่งขณะนี้เรายังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยไทบ้านเพื่อรวบรวมข้อมูลแล้วนำเสนอเป็นทางออกในการจัดการทรัพยากรอีกที เพราะตอนนี้ประมงพื้นบ้านก็หากินลำบากแล้ว ส่วนเกษตรกรรายอื่นก็แย่งน้ำใช้อย่างน่ากลัว ต่างคนต่างอยากได้ผลผลิตการเกษตรเร่งขุดคลองรับน้ำเพิ่มเติม ส่งผลต่อทิศทางการไหลของน้ำอย่างมาก อีกทั้งใช้สารเคมีในการเพาะปลูกสูง คนในชุมชนโดยรอบคันกั้นน้ำจึงเริ่มมองเห็นภาพปัญหาที่ชัดขึ้น เราหวังว่าจะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งหากผลการศึกษาของชาวบ้านและนักวิชาการสำเร็จ” จาง ทิ้งท้าย

คำเปรียบเทียบที่่ว่า แม่น้ำโขงตอนบนเหมือนรากเหมือนลำต้น แล้วแม่น้ำโขงตอนล่างเหมือนกิ่ง ก้านใบฉายภาพความบอบช้ำของลุ่มน้ำโขงได้ไม่น้อย ซึ่งขณะนี้รากกำลังอ่อนแรงลงทุกที ภาระหน้าที่พิทักษ์น้ำโขงจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งแต่เป็นบทบาทของทั้งภูมิภาค

 

กรุงเทพธุรกิจ 

30 เมษายน 2558

………………

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.