ชาวเลราไวย์ 200 คนบุกศาลากลางภูเก็ต ยื่นหนังสือร้องทุกข์ผวจ.หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ขู่ นายอำเภอ-ทหารรับปากคุ้มครองความปลอดภัย

11262922_912219375488015_709854289_n

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ชาวเลชุมชนราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเครือข่ายภาคีประมาณ 200 คน เดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ภายหลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 50 คนบุกเข้าไปปิดทางเข้า-ออกพื้นที่สาธารณะประโยชน์และข่มขู่ชาวบ้านเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม โดยมี นายประพันธ์ ขันพระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนรับเรื่องราวร้องเรียนแทนผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนี้ยังมีตัวแทนฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครองเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย และเจรจากับชาวบ้าน อาทิ นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.อ.จิตติ มณี สัสดีจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

ทั้งนี้ ชาวบ้านได้รวมตัวกันอยู่นานประมาณ 3 ชั่วโมง โดยยื่นข้อเสนอ 3 ประการคือ 1.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายรักษาความสงบเข้าประจำการที่หาดราไวย์ และตรวจตราความสงบเรียบร้อย เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากผู้ไม่หวังดี ก่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 2.เนื่องจากพื้นที่ส่วนมากจำนวนกว่า 19 ไร่ ในชุมชนราไวย์เป็นพื้นที่เก่าแก่และที่ดินบางส่วนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประกอบพิธีกรรม เป็นเส้นทางไปประกอบอาชีพประมงร่วมกันตามความเชื่อของพี่น้องชาวเล แม้จะมีการอ้างเอกสารสิทธิจากเอกชน ทางจังหวัดควรให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไป ตรงมา ระหว่างนี้ ชาวบ้านมีสิทธิปกป้องคุ้มครองที่ดินส่วนรวม 3. ให้ทางจังหวัดให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิถุนายน 2553 เรื่องการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ซึ่งควรทีจะประกาศเป็นเขตพื้นที่พิเศษ และมีคุ้มครองพื้นที่เป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ทางนายอำเภอเมืองภูเก็ตได้รับปากชาวบ้านว่าจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ดินที่มีปัญหา ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารรับปากว่าจะลงไปคุ้มครองชาวบ้านในชุมชน รวมทั้งแกนนำชาวบ้านที่ถูกข่มขู่

11118571_912219368821349_2091304045_n

นายศักดิ์ชัย จุลทั้งสี่ ตัวแทนชาวบ้านชุมชนราไวย์ กล่าวภายหลังการเข้าพบตัวแทนจังหวัดว่า แม้วันนี้ชาวบ้านได้ปักหลักหน้าศาลากลางไปแล้ว และเรื่องราวของชาวบ้านถูกนำเสนอมีฝ่ายต่างๆ เข้ามารับเรื่องร้องเรียน แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถการันตีได้ว่าจะมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างเอกชนในพื้นที่กับชาวบ้านอีกหรือไม่ โดยส่วนตัวจึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาบ้าง แต่รู้สึกโล่งใจที่เรื่องราวของชาวบ้านเป็นที่รับรู้ของอำเภอ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องราวความทุกข์ยากของชาวบ้านยังคงอยู่ ชุมชนจะหารือกันอีกครั้งเพื่อเดินทางมายื่นเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ติดตามความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการครอบครองที่ดิน โดยอาจจะเดินทางไปพร้อมกับเครือข่ายชาวเลในพื้นที่อื่น เช่น ชาวเลเกาะพีพี จังหวัดพังงา และชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

“อย่างน้อยวันนี้ เราก็มาเจอทหาร ตำรวจ มาบอกเขาว่าเรากำลังถูกปองร้าย และเราเผชิญกับเรื่องร้ายๆอยู่ เท่านั้นก็พอแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราเจอกับการคุกคามหลายรูปแบบ แต่อยากให้เรื่องมันเดินหน้าเร็วกว่านี้ เพราะคนที่ถูกฟ้องไล่ที่ยังมี คนที่ไร้ที่ทำกินยังมี” นายศักดิ์ชัย กล่าว

/////////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.