Search

สภาท่องเที่ยวกระบี่ร่วมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ข้องใจอีไอเอ-เตรียมทำหนังสือแจงภาคราชการ ระบุเป็นพลังงานสกปรก

received_931713763538576
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2558 นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวแทนภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สภาหอการค้าจังหวัดกระบี่ เครือข่ายผู้ประกอบการเกาะลันตา สมาคมชาวสวนยาง ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อจัดโครงการ อันดามันพื้นที่สีเขียว หรือ “อันดามันโกกรีน” (Andaman Go green) เพื่อคัดค้านโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยเร่งหารือกันทั้งเรื่องนโยบายขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ลดปัญหาขยะ ลดมลภาวะในพื้นที่การท่องเที่ยว การใช้พลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล รวมทั้งเร่งส่งเสริมจริยธรรมการท่องเที่ยวเพื่อสะท้อนศักยภาพให้ทางรัฐบาลได้เห็นว่า พื้นที่อันดามันทางภาคใต้นั้นมีการจัดการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ โดยตัวเมืองกระบี่และเกาะรอบๆ จังหวัดจะเป็นพื้นที่นำร่องในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายอมฤต กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เหตุผลที่สภาการท่องเที่ยวต้องคัดค้านและพยายามส่งหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเพราะกระบี่เป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท โดยปี 2557 ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวในกระบี่มากถึง 3 ล้าน 7 แสนรายและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กระบี่ก้าวสู่พื้นที่การท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

“หากรัฐบาลยังประกาศจะเดินหน้าต่อ เราอาจจะออกเป็นแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อคัดค้านต่อไป โดยประเด็นที่เรายังกังวลคือ เรื่องการจัดทำแผนศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ที่ไม่โปร่งใส แม้ว่าคณะกรรมการผู้ชำนาญการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือ คชก. กำลังพิจารณารายงานอีไอเอก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันความคืบหน้าของโครงการกำลังก้าวสู่ช่วงวิกฤติเพราะปรากฏว่า ขณะนี้ฝ่ายสนับสนุนอยู่ระหว่างการประกาศจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว ซึ่งส่วนนี้ในฐานะสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่มองว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่เคารพสิทธิประชาชน จึงต้องเร่งสร้างเครือข่ายแถบอันดามันเพื่อคัดค้านต่อเนื่อง เพราะเรารู้แล้วว่าพลังงานถ่านหินสกปรก” นายอมฤต กล่าว

อนึ่งแหล่งข่าวจากจังหวัดกระบี่ระบุว่า ระหว่างที่ คชก.กำลังพิจารณาอีไอเออยู่นั้น ข่าวความคืบหน้าจากฝ่ายสนับสนุนระบุว่า มีการเตรียมประกาศจัดซื้อจัดจ้างสิ่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าโดยมีราคากลาง อยู่ที่ 49,500 ล้านบาท โดยมีกำหนดยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาชนและฝ่ายวิชาการที่ศึกษาเรื่องความคุ้มค่าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินพบได้ศึกษาแล้วพบว่า จังหวัดกระบี่มีการใช้ไฟฟ้าประมาณ 100 เมกะวัตต์ มีการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าน้ำมันเตา จำนวน 340 เมกะวัตต์ และโรงงานปาล์มน้ำมันมีการผลิตไฟฟ้า ประมาณ 60 เมกะวัตต์ อีกทั้ง โรงงานปาล์มน้ำมันมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า อย่างน้อย 2,000 เมกะวัตต์ แต่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย และไม่ได้รับการสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ทำให้แผนการพัฒนาพลังงานที่สะอาดและลงทุนต่ำไม่ถูกยอมรับ จากภาครัฐ
///////////////////////////