เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายกระทง โชควิบูลย์ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ช่วงที่สถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลกระทบหลายภาคในประเทศไทยนั้น ชาวบ้านโป่งลึก – บางกลอยก็เผชิญกับภาวะของการขาดแคลนอาหารและรายได้ โดยขณะนี้แม้จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ชาวบ้านไม่สามารถทำไร่ ทำนาได้ เพราะระบบเก็บน้ำในหมู่บ้านไม่มีประสิทธิภาพ และชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องซื้อข้าวกิน ทำให้ปัจจุบันคนหนุ่มสาวต้องออกไปรับจ้างที่อำเภอหัวหิน อำเภอชะอำ และกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายการเช่าห้องและค่าเดินทางด้วย

“ฝนตกลงมา น้ำก็ไม่เหลือ เราเองไม่รู้จะไปทำงานอะไร คนแก่เย็บผ้าอยู่บ้าน ส่วนคนหนุ่มสาวก็ออกไปรับจ้าง เราต้องช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด พอฤดูฝนเข้ามา เด็กๆ ก็เจ็บป่วยกันทั่วหมู่บ้าน บางครั้งแม่พ่อ ไปทำงานไม่ได้ ต้องอยู่ดูแล โดยไม่รู้ว่าเมื่อไร่จะตั้งตัวได้ บางคนก็ติดหนี้ เอามาลงทุนทำเกษตร แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีน้ำ จนถึงตอนนี้เราลำบากเหมือนเดิม ส่วนที่ดินที่เราเคยคุยกันกับอุทยานฯ ว่าขอพื้นที่ทำกินเพิ่ม ก็คุยกันไม่จบ พี่น้องกะเหรี่ยงต้องออกมาแก้ปัญหา เอาตัวรอดกันเอง” นายกระทง กล่าว
ด้าน นายเกรียงไกร ชีช่วง เลขานุการเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสภาพปัญหาที่เผชิญอยู่ชาวบ้านบางกลอยบางส่วนจะนำประเด็นปัญหาขึ้นมาเจรจากันในงาน”สมัชชาระดับชาติว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย ครั้งที่ 2” และกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง ประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2558 ณ อาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เพื่อออกข้อเสนอและนโยบายในด้านการส่งเสริมสิทธิชุมชนของชาติพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย คือ ชนกลุ่มหนึ่งที่กำลังถูกคุกคาม ละเมิดและเข้าไม่ถึงสิทธิหลายด้านของรัฐบาลไทย
นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่า นอกจากการนำเสนอปัญหาทั่วไปของพื้นที่ทำกิน และถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านแล้ว ในส่วนของเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ยังเตรียมเสนอทางออกที่เหมาะสมก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นมรดกโลกด้วย เนื่องจากมีความห่วงใยในเรื่องการอยู่อาศัยของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมากกว่า โดยประเด็นที่ยังหาทางออกไม่ได้ คือ อุทยานฯ ไม่เคยให้คำตอบว่า จะจัดการกับกลุ่มดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้เข้าถึงสิทธิที่อยู่ทำกินแบบไม่ลำบาก นอกจากนี้ทางเครือข่ายต้องการให้มีเวทีในการเจรจาเรื่องมรดกโลกร่วมกับชาวบ้านอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
///////////////////////////////////
