ลุง1

พลเอกบอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (The Karen National Union: KNU) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ภายหลังจากเป็นประธานในพิธีสวนสนามเพื่อรำลึกถึงวีรชน ซึ่งจัดขึ้นที่ฐานที่มั่นกองพลน้อยที่ 5 ซิกอท่า เมืองมือตรอ รัฐกะเหรี่ยง ถึงการลงนามหยุดยิงระหว่างรัฐบาลพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่กำลังจะจัดขึ้นว่า ได้พูดคุยกันในรายละเอียดเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงแต่ต้องลงนาม ทำสัญญาต่อกัน เรื่องลงนามอีกไม่นานจะมีการไปพูดคุยกัน โดยรัฐบาลพม่าอยากให้เสร็จภายในเดือนนี้ เพื่อเขาจะได้จัดการเรื่องการเลือกตั้ง เราก็เห็นเช่นนั้นเพราะอยากไปพร้อมกันทั้งหมดและขยับไปพร้อมๆ กัน พุดคุยเจรจาพร้อมๆ กัน พูดคุยผลประโยชน์ทั่งสองฝ่าย สร้างความเชื่อมั่นทั้งสองฝ่าย ถ้าเห็นตรงกันก็ลงนามเพื่อเดินหน้าต่อไป ตอนนี้การพูดคุยถึงที่สุดแล้ว เหลือเพียงแต่ต้องลงนาม

ลุง 4
“แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังรู้สึกว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะพวกเขาพูดชัดเจนว่า สันติภาพสร้างไม่ยาก เพียงกองกำลังชาติพันธุ์ต่างเดินตามแนวทางการหยุดยิง คือ เพียงเราปลดอาวุธ แสดงให้เห็นว่าถ้าจะร่วมมือกัน เราจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้ เราจะจับอาวุธเช่นนี้ไม่ได้ ถ้าจับอาวุธเราต้องทำตามแผนของพวกเขา ถ้าเป็นเช่นนี้น่าเป็นห่วง จะอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะจับอาวุธหรือทำอะไรก็ตาม เราต้องพูดคุยให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไร พวกเขาว่าถ้ามีการลงนามก็จะมีหลักประกัน แต่ผมไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะในทางปฏิบัติไม่ใช่อย่างนั้น จึงน่าเป็นห่วง” พลเอกบอจ่อแฮกล่าว

ลุง8
พลเอกบอจ่อแฮกล่าวว่า ทุกกลุ่มต้องระวังตัวกันเอง เราเชื่อว่าทุกกลุ่มชาติพันธุ์มีความกังวล ตัวเองก็เช่นกัน เราระวังตัวเท่าที่ทำได้ อย่าได้ชะล่าใจและปล่อยให้เป้าหมายเราหายไป และอย่าปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลพม่าเพียงฝ่ายเดียว ความต้องการของเราต้องเกิดด้วย เราเตรียมตัวกันทุกคน ทั้งนี้กลุ่มชาติพันธุ์เคยประชุมพูดคุยกันว่า เราจะก้าวไปพร้อมๆ กัน ถ้าจะตกลงลงนามในสัญญาจะทำพร้อมๆ กัน เราจะเผชิญหน้าพร้อมๆ กันและจับมือร่วมมือกันทุกกลุ่มชาติพันธุ์ แต่รัฐบาลพม่าเห็นว่าอย่างนั้นไม่ได้ ข้อตกลงทุกอย่างจะบรรลุหมดเป็นไปไม่ได้ เขาเห็นว่าถ้าบางกลุ่มพร้อมก็ไปก่อนได้เลย แต่เราเห็นว่าถ้าล่วงหน้าไปส่วนหนึ่ง แล้วทิ้งอีกกลุ่มไว้ นั่นไม่ใช่แนวทางสันติภาพที่แท้จริง บางกลุ่มรบ บางกลุ่มไม่รบ จะกลายเป็นความไม่เท่าเทียม เราจึงไม่มั่นใจว่าเส้นทางที่เราไปจะราบรื่น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดการเลือกตั้งของรัฐบาลพม่าครั้งนี้มีผลต่อเรื่องการหยุดยิงหรือไม่ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคเอ็นยูกล่าวว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามแผนของรัฐบาลพม่า พวกเขาวางแผนดำเนินการตามกรอบเวลาที่วางไว้ และสำเร็จตามที่พวกเขาวางไว้เกือบทุกครั้ง ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิด แต่จะเกิดตามแผนการและความต้องการของพวกเขา (รัฐบาลทหารพม่า) แต่จะไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน และกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะเขาดำเนินการตามกฎหมายปี 2008 ดังนั้นไม่มีสิทธิสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ หรือสิทธิประชาชนอย่างเต็มที่ เขาได้จำกัดแนวทางการเลือกตั้งตามกฎหมายที่ร่างไว้ ดังนั้นผลการเลือกตั้งก็จะเป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ ซึ่งไม่มีประโยชน์สำหรับประชาชน และกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธต่างๆเลย หากพวกเขาไม่ยอมแก้กฎหมาย การเลือกตั้งเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนและกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ เราเห็นได้ชัดว่าประชาธิปไตยไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของคนหมู่มาก ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนเขา นี่เป็นข้อกังวลเรา

“ผมคิดว่าจะมีปัญหาแน่นอน เพราะระบบการปกครองเช่นนี้ทำให้มีการสู้รบ และการปกครองเช่นนี้จะเกิดการประท้วงของประชาชน ผู้ประท้วงมีทั้งประชาชนพม่า และประชาชนชาติพันธุ์ แต่ข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา กลุ่มประชาชน กลับไม่มีการแก้ไขให้ การเลือกตั้งที่จะเกิดตามแผนรัฐบาลพม่า เมื่อสำเร็จ ปัญหาความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นในประเทศ ปัญหาของชาวบ้าน การสู้รบกับกองกำลังชาติพันธุ์จะเป็นปัญหาใหญ่ และจะมากขึ้น ตอนนี้พวกเขามีแผนที่จะรักษาอำนาจไว้อย่างไรเพื่อไม่ให้ใครคัดค้านเขาได้ เช่น การยึดหลักกฎหมาย 2008 ถ้ายังดำเนินการอย่างนี้อยู่ จะเป็นปัญหาสำหรับอนาคต และผมไม่เห็นภาพของสันติภาพ ความสงบสุข” พลเอกบอจ่อแฮ กล่าว

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เคเอ็นยู กล่าวว่าเราต้องการสิทธิและเสรีภาพ โดยต้องการมีองค์กรที่เป็นอิสระ ต้องการมีชาติเสรีเช่นรัฐชาติหนึ่ง ดังนั้นอยากบอกกับประชาชนว่า เรายังไม่ได้เสรีภาพที่แท้จริง จึงยังมีหน้าที่อีกหลายอย่างที่ต้องทำ อยากให้คนกะเหรี่ยงทั้งหมดให้กำลังใจกัน สามัคคีกันมากขึ้น และอยากบอกเพื่อนๆ ที่ฝั่งไทยว่า เราอยากอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทำมาหากินร่วมกัน ชาวพม่า ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทยเราอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตอนนี้เราเป็นกลุ่มติดอาวุธ ถูกกำหนดให้เป็นกบฏ กลุ่มผิดกฎหมาย เราไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ แต่ที่เราต้องกบฏ และสู้ทุกวันนี้เพื่อสิทธิเสรีภาพของเรา

“ผมหวังว่าหลายคนจะเข้าใจ ชนชาติอื่นวางหลักปักฐาน สร้างครอบครัว ใช้ชีวิตแบบเสรี สงบ เราก็หวังที่จะมีชีวิตเช่นนั้นเหมือนกัน ดังนั้นเราก็ต้องการการสนับสนุนจากภายนอกด้วย และความเข้าใจจากนานาชาติ โดยเฉพาะไทยที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา เราไม่อยากให้เกิดการวิวาทระหว่างกัน อยู่กันอย่างมีความสุข สงบมากขึ้น และอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง อยากให้เข้าใจเรา ไม่ใช่เราต่อต้านความดี แต่เราต่อต้านสิ่งไม่ดี และพยายามสร้างสิ่งดีๆ เพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือใน 10 ประเทศกลุ่มอาเซียน เราก็ต้องการมีส่วนร่วมกับทั้ง 10 ประเทศ และกับทุกคน เราจะช่วยกันสร้างสิทธิความเสมอภาค เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย” พลเอกบอจ่อแฮ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการจับไม้สักที่ถูกขบวนการลักลอบตัดและล่องไปตามแม่น้ำสาละวิน พลเอกบอจ่อแฮกล่าวว่า เราพยายามวางมาตรการให้การลักลอบตัดไม้ลดลงหรือหมดไป แต่มีการพยายามลักลอบทำตลอด ตอนนี้ไม้มีมากในฝั่งไทย และเราเห็นภาพว่ามีการกานไม้ให้ยืนตายมากมาย นับร้อย เพราะไม้ฝั่งไทยมีมาก และสวยกว่า ถ้าดูตามริมแม่น้ำ พบว่าต้นไม้ลดจำนวนลง ดังนั้นเราต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย ร่วมกันอนุรักษ์และป้องกันพวกขโมย

พลเอกบอจ่อแฮกล่าวว่า ตามแนวตะเข็บชายแดนการดูแลป้องกันป่าไม้เป็นเรื่องยาก เพราะชาวบ้านทั้งสองฝั่งติดต่อกันตลอดเวลา และไม้ทั่งสองฝั่งก็โยงใยกัน เมื่อตัดแล้วก็นำมาลงในแม่น้ำสายเดียวกัน เท่าที่ทราบไม้มีมากในฝั่งไทย แล้วมีการนำมาพักไว้ฝั่งกะเหรี่ยง คนทำไม้ทั้งฝั่งไทยและกะเหรี่ยงมีการประสานงานกัน คนทำไม้ที่เป็นตัวหลักส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อยู่ฝั่งไทย เวลาทำแล้วก็จะโยนความผิดมาให้คนที่อยู่ฝั่งกะเหรี่ยง ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันทั้งสองฝั่ง หากเราประสานงานกันก็จะทำให้ปัญหาลดลงมาก ในแต่ละปีตอนหน้าฝนจะมีปริมาณน้ำมาก ทำให้เกิดการลักลอบขนไม้มากขึ้นด้วย เราต้องคอยระวัง เราคาดว่าจะมีการลักลอบตัดไม้ในช่วงนี้ ก็มีจริงๆ คนทำไม้มีจำนวนมาก พอจับไม้ได้เราเห็นความเคลื่อนไหว และความเกี่ยวข้องของชาวบ้านทั้งสองฝั่ง

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เคเอ็นยูกล่าวว่าในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ทั้งสองฝั่งมีความเกี่ยวข้องกันโดยทางฝั่งไทยก็พยายามป้องกัน และทางไทยก็อาจมีเกี่ยวข้องและไม่มีการแจ้งกันให้ทราบ ทำให้คนทำไม้มีจำนวนเพิ่มขึ้น เราเห็นข่าวระบุว่าคนทำไม้เป็นคนในฝั่งกะเหรี่ยงทั้งหมด ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ทั้งหมด แต่มีความเกี่ยวข้องกันทั้งสองฝั่ง

“ที่ผ่านมา เคเอ็นยูได้เตรียมการและมีแผนป้องกันการลักลอบตัดไม้ เราพยายามประสานกับเจ้าหน้าที่ชายแดนทั้งสองฝั่ง ทั้งตามจับและเพิ่มโทษกับคนที่ทำไม้ จัดเรือลาดตระเวนเพื่อดูแลการลักลอบทำไม้ วันละ 2-3 รอบ โดยเฉพาะหน้าฝนที่มีการทำไม้กันมาก เราจึงให้มีการลาดตระเวนเฝ้าระวังมากขึ้นต่อไปเราต้องประสานทำความเข้าใจกับป่าไม้ และทหารไทยให้ช่วยกันสนับสนุนการป้องกัน และแลกเปลี่ยนกันเรื่องการข่าว”พลเอกบอจ่อแฮ กล่าว

————————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.