TNI ชี้ พรรคการเมืองชาติพันธุ์เจอศึกหนักในการเลือกตั้ง 58 เนื่องจากการแข่งขันสูง- ขาดแคลนเงินทุนหาเสียง

ภาพจาก Facebook Pa-O Youth Forum
ภาพจาก Facebook Pa-O Youth Forum

Transnational Institute หรือ TNI ได้ออกรายงานรวบรวมเกี่ยวกับการเมืองพม่า กลุ่มชาติพันธุ์ รวมไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ปี 2558 ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ โดยในรายงานชี้ว่า พรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์จะชนะการเลือกตั้งทั้งหมดใน 7 รัฐของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นเป็นไปค่อนข้างได้ยาก เนื่องจากจะต้องแข่งขันกับพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรครัฐบาล USDP และพรรค NLD ของนางซูจีแล้ว ยังต้องแข่งขันกันสูงในหมู่พรรคชาติพันธุ์ด้วยกันซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะทำให้คะแนนเสียงแตกออกเป็นหลายเสียง นอกจากนี้ พรรคกลุ่มชาติพันธุ์ยังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเงินในการสนับสนุนกิจกรรมการลงพื้นที่หาเสียง

ในรายงานระบุว่า การลงนามหยุดยิงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังเป็นหนึ่งในอุปสรรค์ต่อพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น หากยังคงเกิดเหตุสู้รบในพื้นที่ใด ก็จะอาจจะทำให้มีการยกเลิกการจัดเลือกตั้งในเขตพื้นที่นั้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจทำให้พรรคการเมืองชาติพันธุ์สูญเสียฐานเสียงสนับสนุนที่คาดหวังจะได้รับและทำให้แพ้การเลือกตั้งได้

ภาพจาก Facebook Kachin Life Stories
ภาพจาก Facebook Kachin Life Stories

นอกจากนี้ในรายงานของ TNI ยังเปิดเผยว่า พรรคการเมืองชาติพันธุ์นั้นประสบความยากลำบากในเรื่องการเงิน ไม่เหมือนกับ 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่าง พรรครัฐบาล USDP และพรรคฝ่ายค้าน NLD ในขณะที่คณะกรรมการเลือกตั้งพม่ากำหนดให้ผู้สมัครตัวแทนของพรรคการเมืองไม่สามารถใช้เงินในการหาเสียงเกิน 1 ล้านจั้ต (ประมาณ 28,162 บาท) ต่อผู้สมัคร 1 คน โดยนับจากตั้งแต่วันแรกไปจนถึงวันสุดท้ายของการหาเสียง โดยในรายงานกล่าวว่า การจะหาเงินจำนวน 1 ล้านจั้ตสำหรับพรรคชาติพันธุ์นั้นเป็นเรื่องยากมาก แต่ตรงกันข้ามกับ 2 พรรคใหญ่อย่าง NLD และ USDP ซึ่งหาเงินสนับสนุนได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้ทางพรรคชาติพันธุ์จะเผชิญจะกับความยากลำบากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ในรายงานระบุว่า ยังพอมีหนทางที่จะทำให้พรรคชาติพันธุ์สามารถได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในสภา โดยหากพรรคชาติพันธุ์ร่วมมือกันได้และไม่ลงแข่งขันในเขตเดียวกันทับซ้อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีเพียงพรรคการเมืองของชาติพันธุ์ยะไข่เท่านั้นที่สามารถร่วมมือกันในเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้ หากการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งก็จะเป็นแรงสนับสนุนพรรคชาติพันธุ์ได้เช่นเดียวกัน

โดยระบุเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ทั่วไปเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 ถือว่าดีกว่ามาก เพราะผู้สมัครสามารถจัดกิจกรรมหาเสียงได้ เช่นเดียวกับสื่อในพม่าเองก็มีเสรีภาพมากกว่าในอดีต ขณะที่การเลือกตั้งเมื่อปี 2553 ยังเป็นการจัดการเลือกตั้งและควบคุมโดยคณะกรรมกรรมเลือกตั้งพม่าเพียงกลุ่มเดียว แต่การเลือกตั้งในปี 2558 นี้ จะมีนานาชาติเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

การเลือกตั้งในปีนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเลือกตั้งบางข้อเช่น ผู้สมัครจะได้รับเงินค่าสมัครจำนวน 300,000 จั้ต(ประมาณ 8,449 บาท) คืน หากชนะการเลือกตั้ง หรือมีผู้มาลงคะแนนเสียงให้คิดเป็น 12.5 % ขึ้นไป ซึ่งแตกต่างกับเมื่อปี 2553 ที่ผู้สมัครจะต้องจ่ายเงินค่าสมัครถึง 500,000 จั้ต(ประมาณ 14,082 บาท) และจะไม่ได้เงินคืนแม้จะชนะหรือแพ้การเลือกตั้งก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ในรายงานระบุว่า การเมืองชาติพันธุ์และการเมืองในพม่านั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งจำเป็นจะต้องติดตามกันต่อไป ด้านพรรคการเมืองของยะไข่(อาระกัน) พรรค The Arakan National Party (ANP) เรียกร้องให้ชาวยะไข่โหวตให้กับพรรค โดยระบุเป็นหน้าที่ของชาวยะไข่ในการลงคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมืองชนชาติเดียวกัน นอกจากนี้ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีสำคัญไม่เฉพาะกับคนยะไข่เท่านั้น แต่ยังสำคัญกับกระบวรการปฏิรูปการเมืองพม่าอีกด้วย

ที่มา สำนักข่าวไทใหญ่ Panglong/Eleven Media Group

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.