ภาพ เฟซบุ๊ค Tai Community
ภาพ เฟซบุ๊ค Tai Community

จากรายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO)ชี้ว่า พม่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ตัดไม้ทำลายป่ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เมื่อปี 2553 พม่าได้สูญเสียผืนป่ามากกว่า 1.3 ล้านเอเคอร์(มากกว่า 3,250,000 ไร่) เฉลี่ยในแต่ละปี ขนาดผืนป่าที่หายไป เทียบเท่าได้กับประเทศบรูไน แต่ในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมา เทียบเท่าได้กับประเทศอิเควทอเรียลกินี

รายงานชื่อ “Global Forest Resources Assessment” ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2558 ระบุว่าพม่าติดอันดับ 3 ประเทศที่ป่าไม้ลดลงมากที่สุดในโลก รองจากประเทศบลาซิลและอินโดนีเซีย ในปี 2550 ผืนป่า
ถูกทำลาย 2 % แต่ใน 5 ปีที่ผ่านมา ผืนป่าถูกทำลายเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 % ทั้งนี้ในปี 2543 พม่าเคยมีผืนป่าปกคลุม 65 % ของประเทศ แต่ในปี 2558 ลดลงเหลือเพียง 45 %

การตัดไม้ทำลายป่าอย่างไม่คำนึงผลกระทบนี้ จะทำให้ประเทศพม่าเสี่ยงเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่นอุทกภัย ความแห้งแล้ง และโรคภัย ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศของพม่าออกมาเปิดเผยว่า เหตุน้ำท่วมใหญ่ในประเทศที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่า

ในรายงานระบุว่า การทำลายป่าไม้อาจมีหลายสาเหตุ เช่นความต้องการที่ดินเพื่อทำการเกษตร การทำเหมืองแร่ และการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เป็นที่ทราบกันดีว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา พม่าได้ตัดไม้ในประเทศเป็นจำนวนมากเพื่อส่งขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศจีน

ด้าน อูทินเอ ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้และสมาชิกของสมาคมป่าไม้พม่า(Myanmar Forest Association) เรียกร้องให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เป็นวาระแห่งชาติ อีกทั้งระบุว่า การอนุรักษ์ป่าเป็นคำตอบที่จะช่วยคงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศ

ที่มา Myanmar Times

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.