ชาวบ้านริมน้ำโขงเดินหน้าสู้ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด หลังคำพิพากษายกฟ้อง ร่วมสร้างมาตรฐานผลกระทบข้ามแดน ชาวเวียดนามสนใจคดี ชี้น้ำขึ้น-ลงผิดปกติ

0

received_1019160771460541

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 เวลา 08.30 น. ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 50 คน ได้เดินทางมาที่ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลปกครองในคดีหมายเลขดำเลขที่ ส. 493/2555 และคดีหมายเลขแดงที่ส.59/2556 ที่กลุ่มชาวบ้าน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงจำนวน 37 ราย ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้อาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขง ทั้งในด้านระบบนิเวศของแม่น้ำโขงและส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างร้ายแรง ได้ร่วมกันยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรี กรณีรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตบประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย ในด้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงต้องมีกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าและข้อตกลง หรือ PNPCA

received_1019160794793872

ทั้งนี้ บรรยากาศการพิจารณาคดีเขื่อนไซยะบุรีครั้งนี้ ได้รับความสนใจติดตามทำข่าวจากสื่อหลายสำนักทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งชาวบ้านที่มารอรับฟังคำตัดสิน มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีการนำหุ่นปลาแม่น้ำโขงหลากหลายชนิดมาแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 09.00 น. ศาลปกครองมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่ากรณีดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และมีการปฏิบัติตามกฏหมายและมติคณะรัฐมนตรี โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษาเพียง 5 นาที และไม่มีการชี้แจงคำพิพากษาแก่ชาวบ้านในห้องพิจารณาคดี ขณะที่ชาวบ้านหลายรายที่มารอฟังการพิจารณาคดีถึงกับน้ำตาคลอแสดงถึงความผิดหวัง
received_1019160801460538

ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงคดี เจ้าหน้าที่ศาลปกครองมีการนำเอกสารคำพิพากษาจำนวน 28 หน้า มอบให้กับกลุ่มชาวบ้านผู้ฟ้องคดีและสื่อมวลชน โดยตุลาการศาลระบุความเห็นว่า โครงการเขื่อนไซยะบุรีได้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฏหมายอย่างถูกต้อง และมีการเปิดเผยข้อมูลโครงการแก่สาธารณะอย่างพอเพียงและเหมาะสมผ่านเว็บไซต์กระทรวงพลังงาน และเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเป็นการดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งไม่ใช่โครงการของประเทศไทย จึงไม่ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และไม่ถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่

received_1019160788127206

อีกทั้ง การปฏิบัติเกี่ยวกับการปรึกษาหารือล่วงหน้าหรือข้อตกลง PNPCA นั้น ที่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลโครงการนั้น ศาลมองว่าได้มีการดำเนินการดังกล่าวแล้ว โดยมีการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 4 ครั้ง และได้เปิดเผยข้อมูลเท่าที่ได้รับการอนุญาติจากรัฐบาล สปป.ลาว ซึ่งถือว่าไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ดังกล่าว

หลังจากนั้นตัวแทนชาวบ้าน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยนางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความฝ่ายผู้ร้อง กล่าวว่า ชาวบ้านผู้ร้องทั้ง 37 ราย ได้มีการคุยในเบี้องต้นแล้วว่า จะมีการอุทธรณ์คดีดังกล่าวภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 24 มกราคม 2559 แม้ว่าศาลปกครองจะยกฟ้องคดีและมีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ แต่ยังเชื่อว่าศาลปกครองยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชน และจะเป็นกรณีศึกษาให้แก่ประเทศลุ่มน้ำโขงในการปกป้องการละเมิดสิทธิหรือปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดน เนื่องจากภายหลังการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษอาเซียน(AEC) จะมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเกิดโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ที่จะมีปัญหาอีกมากมายตามมา ดังนั้นประเทศไทยจึงควรทำให้คดีเขื่อนไซยะบุรี กลายเป็นบรรทัดฐานให้แก่ภูมิภาคในการตัดสินปัญหาข้ามพรมแดนที่จะเกิดขึ้นในลาว กัมพูชา และเวียดนาม

ทนายความฝ่ายผู้ร้อง กล่าวต่อว่า ส่วนราชการของไทยที่เกี่ยวข้องควรเข้ามามีบทบาทคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) หรือเข้ามามีบทบาทต่อการแก้ปัญหาของแม่น้ำโขง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แต่กลับไม่แสดงบทบาทต่อการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการหนุนเสริมหน่วยงานรัฐด้วยกันให้ดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ตัวแทนเครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า คำพิพากษาที่ออกมาแสดงให้เห็นว่ามีองค์ประกอบหลายอย่างที่ยังไม่เอื้อต่อประชาชน หากกลไกยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขื่อนอีกจำนวนมากจะเกิดขึ้นบนแม่น้ำโขง โดยเฉพาะการจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นของกรมชลประทานนั้น ได้กลายเป็นกลไกในการสร้างความชอบธรรมให้เกิดการสร้างเขื่อน ส่วนพี่น้องประชาชนจึงเป็นเพียงหุ่นที่ไปรับรองกลไกของรัฐ

ส่วนนายประสิทธิ์ จำปาขาว ชาวบ้านตามุย อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ที่เดินทางมาร่วมรับฟังคำพิพากษาในวันนี้ กล่าวว่า ตอนแรกชาวบ้านทำใจกันมาแล้ว แต่ก็อดเสียใจไมได้ต่อคำตัดสินของศาลปกครอง เพราะชาวบ้านพยายามต่อสู้ปกป้องกันมาเลือดตาแทบกระเด็น แต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง พรุ่งนี้คงต้องกลับบ้านนำเอาคำตัดสินไปเล่าให้พ่อแม่พี่น้องที่บ้านฟัง ถึงจะแพ้แต่ก็ต้องสู้ต่อไป

ด้านนางสาวลาน เฝือง (Lan Phuang) ผู้สื่อข่าวชาวเวียดนามจากสำนักข่าว BBC ซึ่งเดินทางมาทำข่าวในครั้งนี้ กล่าวว่า คดีเขื่อนไซยะบุรีของไทยกำลังอยู่ในความสนใจของชาวบ้านในชุมชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขงในเวียดนาม เนื่องจากกฏหมายของเวียดนาม ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านฟ้องหน่วยงานรัฐได้เหมือนการฟ้องต่อศาลปกครองของไทย และไม่มีนักวิชาการเข้ามาให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงยังไม่เข้าใจว่ากระแสน้ำขึ้นลงที่ผิดปกติหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับแม่น้ำนั้น เป็นผลจากการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง
===========

Share.

Comments are closed.