Search

เปิด Timeline 25 ปี ไทยยึดวัตถุโบราณ-ส่งคืนถึงกัมพูชา 

เมื่อปี 2543 กรมศุลกากรได้ตรวจยึดโบราณวัตถุเขมรที่นำเข้าโดยผิดกฎหมายจากประเทศสิงคโปร์ จำนวน 43 รายการ ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ มีการส่งมอบโบราณวัตถุคืนให้กัมพูชามาแล้ว 2 ครั้ง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 24 กุมภาพันธ์ 2552 และ 13 มกราคม 2558 รวม 23 รายการ ยังคงเหลือโบราณวัตถุที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานอีก 20 รายการ

ครั้งแรก รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มติ ครม. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เห็นชอบให้ส่งมอบวัตถุโบราณ 7 รายการ คืนกัมพูชา 

7 สิงหาคม 2554 นายฮึม แชม รัฐมนตรีกระทรวงศิลปะและวัฒนธรรมกัมพูชา ได้ทำหนังสือถึงนายสมปอง สงวนบรรพ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ให้ช่วยดำเนินการส่งคืนโบราณวัตถุจากกัมพูชาที่ถูกโจรกรรมอีก 36 รายการ 

13 มกราคม 2558 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติ ครม.เห็นชอบให้ทำการส่งวัตถุโบราณคืนกัมพูชาครั้งที่ 2 จำนวน 17 รายการ ให้กรมศิลปากรแจ้งผลการตรวจสอบถึงรัฐบาลกัมพูชาทราบ หากประสงค์จะขอรับโบราณวัตถุที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อีก 20 รายการคืน รัฐบาลกัมพูชาต้องส่งหลักฐานยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโบราณวัตถุทั้งหมดมีถิ่นกำเนิดในกัมพูชา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ขณะนั้น กล่าวว่า การลักลอบขนโบราณวัตถุ ไม่ได้เกิดในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรี โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไทยกับกัมพูชาพูดคุยกันได้ บางครั้งขั้นตอนการพิสูจน์โบราณวัตถุอาจจะมีความยุ่งยาก ถ้าเรามีการจัดตั้งคณะกรรมการพิสูจน์โดยเฉพาะก็น่าจะเร่งพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้โดยเร็ว หากกัมพูชามีหลักฐานชัดก็พร้อมส่งคืน

กรมศิลปากร ได้ทำการส่งมอบโบราณวัตถุ 16 รายการ ให้แก่รัฐบาลกัมพูชาในวันที่ 25-27 สิงหาคม 2558

ปี 2567 กัมพูชาส่งหลักฐานมายังกรมศิลปากรอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าวัตถุโบราณ 20 รายการมีถิ่นกำเนิดในกัมพูชา

11 เมษายน 2567 กระทรวงวัฒนธรรม ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่องการมอบวัตถุโบราณ 20 รายการคืนให้กัมพูชา หลังตรวจพิสูจน์ กำหนดอายุสมัยเสร็จสิ้น โดยระบุว่าสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนโบราณคดี ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณในการดำเนินการส่งคืน

21 พฤษภาคม 2567 รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีมติ ครม. เห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมศิลปากร มอบโบราณวัตถุ 20 รายการ คืนให้ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงทวิภาคีระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และกัมพูชา รวมทั้งเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและกัมพูชา และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นภาคีที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในความตกลงทวิภาคีอย่างเคร่งครัด

4 กรกฎาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ทางกระทรวงวัฒนธรรม จึงมีความเห็นในการทบทวนเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป บทสรุปคือ ทบทวนก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องตั้งงบ ที่เหลืออยู่ยังไม่ส่งคืนก่อน

ย้อนดูกรมศิลปากรเดินทางไปราชการส่งมอบวัตถุโบราณให้กัมพูชา ซึ่งกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา ส่งมอบโบราณวัตถุ 16 รายการ ให้แก่รัฐบาลกัมพูชา ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2558

โครงการส่งมอบโบราณวัตถุ 16 รายการ ให้แก่รัฐบาลกัมพูชา โดยคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เดินทางไปส่งมอบโบราณวัตถุคืนสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ Angkor Conservation Center จ.เสียมราฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558

โดยกำหนดการเปิดเผยว่า วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558 เจ้าหน้าที่เดินทางโดยรถยนต์ของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไปยังคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีทำการตรวจสอบตู้บรรทุกโบราณวัตถุให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยก่อนออกเดินทางจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไปยังด่านศุลกากรคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อประสานงานอำนวยความสะดวกนำโบราณวัตถุผ่านแดน

หลังจากนั้น เดินทางผ่านจุดผ่านแดนอรัญประเทศ เข้าสู่เมืองปอยเปต อ.อูร์ชเรา จ.บันเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา

รถบรรทุกตู้นำโบราณวัตถุจากประเทศไทย เดินทางมาถึงเมืองปอยเปต และได้ทำการย้ายตู้บรรทุกโบราณวัตถุขึ้นบนรถบรรทุกที่ทางกัมพูชาเตรียมไว้ และเดินทางจากเมืองปอยเปตถึง Angkor Conservation Center จ.เสียมราฐ เมื่อเดินทางถึงคณะเจ้าหน้าที่จากฝ่ายไทยทำการเปิดตู้บรรทุกโบราณวัตถุ และตรวจสอบลังบรรจุโบราณวัตถุ ว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อย และนำลงจากตู้เก็บไว้ชั่วคราว

วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2558 เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรร่วมเปิดลังบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุ Angkor Conservation Center ร่วมตรวจสอบหีบห่อ ควบคุมการเคลื่อนย้าย เปิดหีบห่อและการเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาในคลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของทางฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้การส่งมอบโบราณวัตถุดังกล่าวเป็นไปอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ผลของการปฏิบัติงาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โบราณวัตถุที่ส่งมอบจำนวนทั้งสิ้น 16 ชิ้น อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้นำไปจัดเก็บไว้ในคลังโบราณวัตถุของทางกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2558 ร่วมตรวจสอบสภาพวัตถุ ณ สถานที่จัดเก็บภายใน Angkor Conservation Center เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วออกเดินทางจากสนามบินเสียมเรียบ โดยเครื่องบินโดยสาร สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบิน PG 910 ถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ซึ่งคณะผู้แทนไทยที่เดินทางไปกัมพูชาครั้งนั้น ได้แก่ 1.นายดิษพงศ์ เนตรล้อมวงศ์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการ 2.นางกัญณศมนต์ กะมุทา ภัณฑารักษ์ชำนาญการ 3.นางสาวจุฑารัตน์ เจือจิ้น ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ 4.นายชัยเดช ไตรรัตน์ นายช่างภาพปฏิบัติงาน 

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยที่เดินทางไปส่งคืนวัตถุโบราณปี 2558 มีข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรมว่า หากต้องมีการขนย้ายโบราณวัตถุโดยรถบรรทุกสินค้าผ่านชายแดน ควรจะมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่อีกทางหนึ่ง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำรถบรรทุกผ่านแดน

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันวัตถุโบราณ 20 รายการยังคงถูกเก็บอยู่ที่คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เนื่องจากรัฐบาลระงับการดำเนินการตามพันธกรณีของความตกลงทวิภาคีออกไปอย่างไม่มีกำหนด แม้นักวิชาการโบราณคดีจะสนับสนุนให้เร่งส่งคืนเพื่อฟื้นฟูและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศหลังความขัดแย้งทางการเมืองบานปลาย

สำนักข่าวชายขอบ : รายงาน

รายงานนี้ได้รับการสนับสนุนโดย กองบรรณาธิการ
“โครงการห้องทดลองพัฒนาระบบนิเวศเครือข่ายการสื่อสารสาธารณะเพื่อสันติภาพ”
Lanner, Louder, The Isaan Record, The Motive, Sound Isan, Wartani, ประชาไท, สำนักข่าวชายขอบ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

บทความอื่นในโครงการ

ให้ศิลปะได้พูดกับความขัดแย้ง อารยธรรมไม่เคยแบ่งไทย-เขมร

นักประวัติศาสตร์แนะรัฐบาลไทยส่งวัตถุโบราณคืนกัมพูชาลดความขัดแย้งประชาชน 2 ประเทศ-เยียวยาบาดแผลหลังบอบช้ำจากสงครามข่าวสาร