ทวนน้ำสาละวิน เยือนถิ่นกะเหรี่ยงแดง-คะเรนนี ส่องการค้าชายแดนที่เมืองผาซอง

received_10205441227726041
เราออกเดินทางจากบ้านแม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน ล่องเรือบนแม่น้ำสาละวิน ทวนสายน้ำขึ้นเหนือ เลียบชายแดนรัฐกะเหรี่ยง (พม่า–ไทย) ไปหลายชั่วโมงจนสุดเขตประเทศไทย เข้าสู่รัฐคะเรนนี หรือ รัฐคะยา

ช่วงที่แม่น้ำสาละวินไหลผ่านชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สะเรียง สองฝั่งเราเห็นลำห้วยใหญ่น้อย ไหลลงสู่สาละวินจากผืนป่ากว้าง ซึ่งมีชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่กระจัดกระจายกันไปตามป่าเขามากมาย มีหมู่บ้านบางแห่งตั้งอยู่ริมสาละวิน ชาวบ้านอาศัยการยังชีพจากการทำการเกษตรริมน้ำ ทำไร่หมุนเวียน ค้าขาย รับจ้างต่อเรือ ขับเรือบรรทุกสินค้า

แต่เมื่อถึงบ้านสะคอท่า เป็นหมู่บ้านติดริมฝั่งสาละวินในรัฐกะเหรี่ยง เป็นเขตสุดแดนระหว่างรัฐกะเหรี่ยงกับรัฐคะเรนนี และเขตประเทศไทย จุดนี้จะเสมือนสามเหลี่ยมรอยต่อ เหนือขึ้นไปจากจุดนี้บริเวณสองฟากฝั่งน้ำสาละวินก็จะเป็นเขตรัฐคะเรนนี

รัฐคะเรนนี นับเป็นรัฐที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศพม่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับชายแดนไทย  จ.แม่ฮ่องสอน และทางใต้ติดกับรัฐกะเหรี่ยง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาที่ราบสูงและป่าไม้ แผ่นดินอุดมด้วยแร่นานาชนิดทั้ง ทองคำ เหล็ก ตะกั่ว พลอย ดีบุก วุลแฟรม ที่ผ่านมาในอดีตเศรษฐกิจของรัฐคะเรนนีขึ้นอยู่กับการทำป่าไม้ โดยเฉพาะไม้สัก ไม้สน ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ ฯลฯ ซึ่งจนปัจจุบัน มีการทำลายป่าสัก ตัดไม้ซุง ไปขายจนทรัพยากรไม้สักเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว

หลังจากพม่าได้ย้ายเมืองหลวงมาที่เนย์ปีดอว์ ตั้งแต่ปี 2549 ทำให้กลุ่มทุนชายแดนผลักดันให้มีการยกระระดับจุดผ่อนปรนห้วยตุ้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นจุดผ่านแดนถาวร โดยได้ร่วมกับพม่าลงทุนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน บริเวณจังหวัดบอละแค ในรัฐคะเรนนี ห่างจากชายแดนไทยบ้านห้วยตุ้นนุ่น ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นจุดเชื่อมต่อโดยตรงจากชายแดนไทยไปยังกรุงเนย์ปีดอว์ ซึ่งห่างออกไปเพียง 260 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น-แม่แจ๊ะ-ผาซอง ในเขตบอละแค–เขตลอยก่อ –เมืองตองอู– เมืองหลวงเนปีดอว์

received_10205441231086125

จุดแรกที่เรือพาเราเข้าสู่รัฐคะเรนนี คือเมืองผาซอง หมู่บ้านการค้าริมแม่น้ำสาละวิน อยู่ในเขตควบคุมของกองทัพพม่า พื้นที่รอบๆ มีกลุ่มกองกำลังคะเรนนี 2 กลุ่ม คือดาวแดง (KNPLF) และดาวขาว ที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพพม่าควบคุมอยู่ด้วย

บริเวณนี้โค้งน้ำสาละวินมีพื้นที่ราบกว้าง มีหมู่บ้านหลายแห่งตั้งอยู่สองฟากฝั่ง

ผาซอง สำหรับผู้มาเยือนดูเหมือนเป็นเพียงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกล มากกว่าจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าชายแดน

ผาซอง เคยรุ่งเรืองในยุคสัมปทานไม้สาละวิน แต่เมื่อหมดยุคทำไม้ก็ยังคงมีการค้าขาย และส่งออกสินค้าต่างๆ ทั้งทางฝั่งไทยและพม่า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย

เมื่อขึ้นฝั่งถึงผาซอง เราก็พบว่าในหมู่บ้านเต็มไปด้วยร้านค้า แม้เมืองจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีรถโดยสาร รถรับส่งสินค้าเข้าออกตลอดเวลา ผู้คนสัญจรเข้ามาซื้อของค้าขายจำนวนมาก และเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังเมืองลอยก่อซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐคะเรนนี

ที่นี่มีท่ารถโดยสารทั้งรถทัวร์ (เก่าหน่อย) รถตู้ รถรับจ้างเหมาไปเมืองลอยก่อ เมืองตองอู และเมืองเนย์ปีดอว์

ตรงนี้ยังเคยเป็นเส้นทางผ่านทัพของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
received_10205441235526236

 

ที่ผาซองมีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล มีศูนย์บัญชาการทหารพม่า และกองบัญชาการของกองกำลังดาวแดง และดาวขาว

สำหรับกองกำลังดาวแดง กองทัพพม่าได้แต่งตั้งให้เป็นกองกำลังป้องกันชายแดน (BGF) ดูแลในพื้นที่รัฐคะเรนนี ตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปัจจุบันกลุ่มดาวแดงได้ให้กลุ่มทุนเข้าไปสัมปทานทำไม้ในเขตพื้นที่ควบคุม ภาพที่เราเห็นเมื่อเข้าไปยังรัฐคะเรนนีคือกลุ่มทุนไทย จีน และบริษัทพม่าเข้าไปตัดไม้จากป่าสาละวินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ใช้รถบรรทุกไม้ลำเลียง ข้ามแม่น้ำสาละวินด้วยเรือแพขนานยนต์ ไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่ส่งต่อไปยังประเทศจีน

ธุรกิจทำไม้ที่ดำเนินอยู่ทำให้ไม้สักแถบนี้ร่อยหรอลงมาก รวมไปถึงประดู่ ไม้ยาง ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้ส่วนหนึ่งถูกส่งเข้าไทย โดยถูกส่งมายังสบแม่น้ำปาย บรรทุกเข้ามายังชายแดนไทย

เหนือจากจุดบรรจบของแม่น้ำปายที่ไหลลงแม่น้ำสาละวิน เรียกว่า ยวาติ๊ด ณ จุดนั้นคือหัวงานเขื่อนยวาติ๊ด กั้นแม่น้ำสาละวิน ที่รัฐบาลพม่าให้บริษัทจีนทำการศึกษาและพัฒนาโครงการเขื่อน

ในช่วงเช้าๆ ที่ผาซอง ภาพที่เราเห็นคือขบวนรถบรรทุกไม้มาจอดรอขึ้นเรือแพ เพื่อข้ามน้ำสาละวิน

ในขณะที่สงครามในภาคตะวันตกของพม่ายังคงระอุ แต่กลุ่มทุนและผู้มีอำนาจทั้งในพม่าและประเทศเพื่อนบ้านกลับตักตวงผลประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว ปล้นสะดมภ์ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเหล่านี้เพื่อผลประโยชน์ และการเมือง

ตลอดเวลาที่เราล่องเรือเข้าสู่รัฐคะเรนนี เราเห็นจุดตรวจคนเข้าออกอย่างเข้มงวดโดยของกองกำลังหลายฝ่าย ทั้งทหารพม่า กองกำลังดาวแดง กองกำลังดาวขาว และกองกำลังกู้ชาติคะเรนนี KNPP สลับกันไปสองฝั่งน้ำสาละวิน จนถึงเมืองผาซอง ซึ่งแต่ละกองกำลังมีเขตรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง และเราก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของเขตอิทธิพลของกลุ่มนั้นๆ

การเข้ามาในพื้นที่คนภายนอกค่อนข้างเข้ายากหากไม่รู้จักคนแถวนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนพื้นที่ และกลุ่มพ่อค้านายทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ ไม่รู้ใครเป็นใคร

received_10205441233766192

ที่ผาซอง น้ำสาละวินแผ่ออกกว้าง ไม่ค่อยมีแก่งหรือโขดหินเหมือนทางตอนล่าง เห็นชาวบ้านที่ทำเกษตรริมน้ำ และขุดเอาทรายตามริมน้ำสาละวินมาร่อนแร่ โดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ปล่อยน้ำร่อนทรายเพื่อแยกแร่ออกมา

ชาวบ้านบอกว่าที่น่ากังวลคือขณะนี้มีนายทุนจากประเทศจีน ใช้เรือดูดทรายและร่อนแร่ ซึ่งสามารถดูดเอาทรายได้ลึกมาก เรือขุดแร่ในแม่น้ำเพิ่มจำนวนขึ้นเยอะมากในแม่น้ำสาละวินตอนบน โดยเฉพาะในเขตรัฐคะเรนนีและขึ้นไปเขตรัฐฉาน

ช่างต่อเรือรายหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนายทุนจีนลงมาต่อเรือร่อนแร่อีก 11 ลำ แล้วส่งขึ้นไปตอนบน ทำให้ขณะนี้กลุ่มนายทุนจีน เข้ามาลงทุนทำเหมืองแร่ ดูดทรายร่อนแร่ทองคำ แร่เหล็กในพื้นที่ รวมทั้งทำไม้ส่งไปจีนจีนร่วมกับกลุ่มกองกำลังในพื้นที่ซึ่งได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่า

ในขณะที่รัฐบาลพม่ากับกลุ่มกองกำลังก็แบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมอยู่นั้น ชาวบ้านกลับต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้ และรายได้เหล่านี้แทบจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่ ชาวบ้านบางส่วนถูกย้ายหรือถูกบังคับให้ออกจากที่ทำกินของตัวเองเพื่อปูทางให้กับบรรดาบริษัทใหญ่ๆ

ในขณะที่พม่าแสดงต่อชาวโลกว่ากำลังพัฒนากระบวนการสันติภาพ แต่สิ่งที่เราเห็นในรัฐคะเรนนีกลับตรงกันข้าม เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลพม่า และกลุ่มกองกำลัง กลับเป็นการแบ่งสรรการควบคุมพื้นที่ ปูทางไปสู่การผลาญทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ  ไม่ได้ช่วยให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนแต่ประการใด

 

เรื่องและภาพ ชัย ณ คาเรน

——————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.