ดิน น้ำ ป่า ข้าวปลา อาหาร (จบ)

ทางของปลา

– จบ –

 

 

 

ที่คอนพะเพ็ง น้ำตกระบือนามของลาวใต้ เราพบกับคณะทัวร์กลุ่มใหญ่ขนกันมาเต็มคันรถบัส พูดคุยกันด้วยภาษาไทย เขากรูลงมาจากรถแล้วตรงดิ่งไปจุดชมน้ำตก แล้วก็ยกกล้องขึ้นมา บางคนใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพ ผู้คนมากมายคล้ายแย่งกันชมและถ่ายรูปคู่น้ำตก จนแทบจะไม่มีช่องว่าง

 

 

เห็นนักท่องเที่ยวมะรุมมะตุ้มกันโกลาหลแล้วนึกย้อนกลับไปถึงหมู่บ้านท่าพร้าว บนดอนสม หนึ่งในหลายๆหมู่บ้านบนเขตดอน ที่เป็นส่วนหนึ่งของสีพันดอนอันยิ่งใหญ่ หมู่บ้านเล็กๆเงียบๆที่กำลังตกอยู่ในความหวั่นไหว ไม่แน่ใจในอนาคต นั่นเพราะข่าวคราวเรื่องการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง กำลังผลิต 260-380 เมกะวัตต์ หากเกิดขึ้นมาเมื่อใดนั่นหมายถึงว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะเหลือเพียงชื่อ เพราะหมู่บ้านตั้งอยูไม่ไกลจากบริเวณที่จะสร้างเขื่อน

 

 

หมู่บ้านแถบนี้ดำรงชีพด้วยการหาปลาเป็นหลัก ตามความเหมาะสมของระบบนิเวศ อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าเกาะแก่งและบุ่งในเขตสีพันดอนเป็นแหล่งอาหาร ที่ฟูกฟักตัวอ่อน และที่อาศัยของหมู่ปลา หากว่ามีสิ่งใดมากระทบจนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศ ใครจะรับรองได้ว่าปลาที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือจะไม่หดหายไป

 

ตอนนี้ทางการลาวก็แจ้งกับชาวบ้านแล้วว่า นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไปห้ามใช้หลี่ในการจับปลาบริเวณนี้ นั่นแสดงว่าการก่อสร้างเขื่อนกำลังเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

 

หลี่ เป็นวิธีการดักจับปลาที่อพยพผ่านช่องน้ำ เป็นภูมิปัญญาของผู้คนที่มีวิถีอยู่กับแม่น้ำโขงซึ่งสืบทอดองค์ความรู้นี้มาหลายชั่วคน หลายครอบครัวที่ใช้หลี่ในการหาปลาขายมีรายได้มากโขพอเลี้ยงตัวเองได้อย่างสุขสบายเลยทีเดียว หากชาวบ้านแถบนี้ต้องเลิกใช้หลี่ในการหาปลา นอกจากจะขาดรายได้อันงามยังขาดการสืบทอดความรู้ที่สั่งสมมานานอีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ยังมีการระเบิดก้อนหินตรงสายน้ำตกที่เรียกว่าฮูช้างเผือก ใกล้ๆฮูสะโฮงจุดสร้างเขื่อน เพื่อเปิดทางน้ำใหม่ สำหรับเป็นช่องทางให้ปลาว่ายผ่าน

 

 

ความพยายามระเบิดหินเปิดทางสายน้ำนี้ นั่นเพราะต่างก็รู้กันดีว่าฮูสะโฮงเป็นช่องทางเดียวในแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่ปลาจากตนเลสาบใช้เป็นช่องทางผ่านเพื่อขึ้นมาวางไข่ในเขตสีพันดอน ได้อย่างสะดวกดายตลอดปี ขณะที่ฮู หรือช่องทางอื่นนั้นออกจะสูงชัน ถ้าช่วงน้ำแห้งปลาไม่สามารถว่ายผ่านได้เลย

 

 

ปลาที่อพยพมาจากทะเลสาบเขมรและแม่น้ำโขงทางตอนล่าง จะว่ายผ่านช่องทางน้ำหรือ “ฮูน้ำ” ระหว่างดอนต่างๆ เข้าไปในเขตสี่พันดอน ช่องทางน้ำบางจุดมีลักษณะเป็นเหวลึกหรือน้ำตกขนาดใหญ่ เช่น ช่องทางน้ำตกคอนพะเพ็ง ช่องหลี่ผี และบางช่องทางจะมีน้ำไหลผ่านเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ปลาจึงไม่สามารถผ่านไปในทุกช่องทางได้ในแต่ละช่วงของปี

 

 

จึงมีเพียงฮูสะโฮงช่องทางเดียวที่หมู่ปลาสามารถเวิงว่ายเข้าออกได้ตลอดปี เนื่องจากมีน้ำไหลทั้งปีไม่มีขาด ท้องน้ำไม่สูงชันมาก และมีขนาดกว้างที่สุด ฮูสะโฮง ยาวประมาณ 7 กิโลเมตร กว้างประมาณ 150 -200 เมตรในช่วงฤดูฝน เป็นจุดที่เชื่อมแม่น้ำโขงตอนล่างกับเขตสี่พันดอน

 

 

ฮู ในภาษาลาว หมายถึงช่องทางหรือเส้นทางผ่านของสายน้ำ ที่เกิดขึ้นระหว่างดอนหรือเกาะ

 

 

ฮูสะโฮงก็คือช่องทางน้ำช่องหนึ่ง ชื่อเรียกแต่ละฮูแต่ละดอนอาจจะมีที่มาจากหลายประการ ฮูสะโฮง หมายถึงใหญ่โตกว้างขวาง ตามลักษณะทางกายภาพที่กว้างใหญ่ของช่องทางน้ำนี้ ฮูสะโฮงอยู่ระหว่างดอนสะดำกับดอนสะโฮง

 

 

มีรายงานยืนยัน จากผู้ชำนาญการด้านประมงสรุปว่า ในปัจจุบันไม่มีเทคโนโลยีใดที่ช่วยให้ปลาอพยพได้อย่างเป็นผล ทำให้ไม่สามารถบรรเทาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำสายหลักได้ รวมทั้งเขื่อนดอนสะโฮง ที่จะคุกคามต่อการทำประมงในแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน

 

 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 รัฐบาลลาว ได้ลงนามในแผนการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ร่วมกับบริษัท เมกกะเฟริ์ส คอปเปอเรชั่น เบอร์ฮาด ของประเทศมาเลเซีย โดยที่กระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA โดยบริษัทออสเตรเลียพาวเวอร์แอนด์วอเตอร์ หรือ APW ได้เสร็จสิ้นลงอย่างเงียบๆ และรวบรัด โดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะชนแต่อย่างใด

 

 

ตามข้อตกลงดังกล่าว เขื่อนดอนสะโฮงจะเป็นเขื่อนแบบไม่มีอ่างเก็บน้ำ หรือ run of river บริเวณหัวน้ำ จะอยู่ที่บริเวณฮูสะโฮง ในพื้นที่สี่พันดอน เขื่อนดอนสะโฮงจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าระหว่าง 240 ถึง 350 เมกกะวัตต์ โดยไฟฟ้าจะถูกนำไปใช้ทั้งในประเทศลาวเอง และขายให้ประเทศไทย กัมพูชาและเวียตนาม โดยบริษัทผู้สร้าง จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการขายไฟฟ้าเป็นเวลา 30 ปี ก่อนที่จะยกเขื่อนให้กับรัฐบาลลาวโดยไม่คิดมูลค่า เขื่อนมีกำหนดการผลิตไฟฟ้าภายในปี 2556 หรือไม่เกินปี 2559 ที่จะมาถึง

 

 

มีข้อมูลจากการประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ว่าการสร้างเขื่อนฮูสะโฮงจะต้องขนย้ายตะกอนประมาณ 1.9 ล้านคิวบิกเมตรหรือปริมาณเท่ากับรถบรรทุก 95,000 คัน ออกจากท้องน้ำ ในการตักตะกอนออกจะต้องใช้ระเบิด ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะส่งผลกระทบต่อแหล่งอาศัยของปลาและระบบนิเวศของแม่น้ำหรือไม่ หลายคนที่เคยมาเยือนลาวใต้ คงรู้จักโลมาอิรวดีซึ่งมีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ และอาจจะไม่มีเหลือให้เห็นอีกต่อไปหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนฮูสะโฮง

 

 

รวมทั้งน้ำตกคอนพะเพ็ง และน้ำตกสมพะมิดอันเลื่องลือ ก็อาจจะเหลือเพียงภาพถ่ายและความทรงจำ เพราะจะต้องมีการผันน้ำจากบริเวณน้ำตกอันงดงามนี้

 

 

นั่นทำให้ฉันนึกถึงภาพนักท่องเที่ยวที่กรูกันเข้ามารุมชมน้ำตกคอนพะเพ็ง ซ้อนทับกับภาพหลี่และ ชาวบ้านที่พำนักอยู่ใกล้ฮูสะโฮง ในอนาคตภาพทั้งหมดที่ฉันบันทึกไว้ด้วยกล้องดิจิตอล อาจจะมีค่าแก่หลายผู้คนที่นึกไม่ออกว่า

 

 

“สมัยก่อนแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีชาวบ้านอยู่อาศัย และมีน้ำตกงดงามเหลือจะกล่าว ถึงเพียงนี้เลยหรือ…”

 

…………..

โดย จิตติมา  ผลเสวก

ตีพิมพ์ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.