ราวกับลูกไฟลูกเล็ก ๆ มากมาย เกาะอยู่ปลายกิ่งของดงไม้ใหญ่ สีแดงบ้าง ส้มอมแดงบ้าง ทำให้ทั่วทั้งเกาะในยามนี้ดูส่องสว่างไปด้วยดวงอาทิตย์

ช่วงครึ่งแรกของเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี ต้นงิ้วบนดอนซาวต่างแย่งกันออกดอก ทำให้เกาะกลางลำน้ำโขงแห่งนี้มีชีวิตชีวา ขณะที่เด็กเล็ก เด็กน้อย ต่างสะพายถุงย่ามวิ่งเก็บดอกงิ้วที่ล่วงหล่นโดยเฉพาะยามที่ลมแรงกระแทกผ่าน เพื่อหารายได้เสริมตามฤดูกาล จากเกสรของดอกงิ้วที่เอาไปตากแห้งขายได้ราคาดี

ดอนซาวอยู่เยื้อง ๆ กับสามเหลี่ยมทองคำในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เดิมพื้นที่ของลาวแห่งนี้มีตลาดเล็ก ๆ ให้ชาวบ้านในย่านนั้นขายของ แต่ปัจจุบันผืนแผ่นดินแห่งนี้ไม่ใช่ของชาวบ้านลาวอีกต่อไป เพราะที่นี่เป็นส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง ที่รัฐบาลลาวให้สัมปทานพื้นที่กว่า 6 หมื่นไร่ เช่าระยะยาวถึง 99 ปี แก่ “บริษัทดอกงิ้วคำ” ของจ้าวเหว่ย มหาเศรษฐีชาวจีน ที่มีธุรกิจบ่อนคาสิโนและธุรกิจสีเทาต่าง ๆ มากมาย

ก่อนโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้งจะเกิดนั้น เมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสไปร่วมงานบวชป่าบวชน้ำของชาวบ้านในหลายหมู่บ้านที่จะถูกโยกย้าย โดยชาวบ้านในท้องถิ่นพยายามออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการให้สัมปทานครั้งนี้ เพราะเป็นการทำลายชุมชนดั้งเดิมที่อยู่กันมานับร้อย ๆ ปี แต่จู่ ๆ รัฐบาลลาวกลับยกบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาไปให้กับคนจีน แต่สุดท้ายชาวบ้านก็ต้องเป็นฝ่ายสยบยอมต่ออำนาจรัฐและอิทธิพลของพญามังกร

หนึ่งในหมู่บ้านที่ไปลงพื้นที่ครั้งนั้นคือบ้านกว้าน ผมยังจำสีหน้าและแววตาอันแสนทุกข์ระทมของชาวบ้านได้ดี โดยเฉพาะการที่วัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้านต้องถูกย้ายไปไว้ที่อื่น เพราะนักธุรกิจจีนต้องการใช้พื้นที่บริเวณนี้

ผมได้คุยกับผู้เฒ่าลาวคนหนึ่งที่เป็นนักต่อสู้ที่ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองจนชาติลาวหลุดพ้นจากนักล่าอาณานิคม และตัวแกเองก็กลับมาใช้ชีวิตปกติเยี่ยงคนทั่วไป ไม่คิดที่จะฝักใฝ่อำนาจ เพียงแค่เอาใจช่วยให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า แต่วันนี้แกต้องรู้สึกผิดหวังกับแนวทางการพัฒนาของรัฐบาลลาว ที่ใช้อำนาจบังคับชาวบ้านให้ออกจากหมู่บ้านเพื่อนำที่ดินไปตอบสนองต่อความต้องการของนักธุรกิจจีน

โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้งนี้ รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอย่างเต็มเหนี่ยว ทำให้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลลาวจนเกินกว่าที่คนเล็กคนน้อยจะคัดง้างไว้ได้ ประชาชนหลาย 9 หมู่บ้าน ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด เพราะหมู่บ้านที่บริษัทจัดสรรให้ใหม่นั้น ไม่สอดคล้องกับชีวิต โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน ทำให้หนุ่ม-สาวจำนวนมากต้องข้ามมาหางานทำในฝั่งไทยโดยมีชาวบ้านเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้เข้าไปทำงานอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และบางส่วนมีอาชีพขับสามล้อเครื่องพานักแสวงหาจากคาสิโนไปเที่ยวดอนซาว

 

 

 

ขณะที่ดอนซาวซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติอันงดงามกลางลำน้ำโขง กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยนักธุรกิจจีนได้เข้ามายึดครองแบบเบ็ดเสร็จ โดยเริ่มต้นด้วยการทำพนังคอนกรีตรอบเกาะ จนแทบไม่เหลือร่อยรอยของพงหญ้าและโขดหินที่เป็นนิเวศสำคัญของพื้นที่ชุมน้ำแห่งนี้เลย นอกจากนี้เขายังได้จัดรูปแบบการค้าใหม่หมด โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินให้กับชาวจีนรายละ 30 บาท ขณะที่พ่อค้าแม่ขายท้องถิ่นทยอยหดหายไปเกือบหมด

“หนูเองก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่วัน เพราะเขาเก็บค่าที่แพงมาก ตอนนี้ทั้งพ่อค้าจีน แม่ค้าพม่า ขายเต็มไปหมด แต่คนลาวจริง ๆ แทบไม่มีที่ขาย” แม่ค้าสาวลาวคนหนึ่งระบายความอึดอัดทันที่เมื่อผมถามถึงบรรยากาศการค้าขายของพวกเธอและชาวบ้านท้องถิ่นในระหว่างเริ่มงานเทศกาลดอกงิ้วบานปี 2560 “ตอนแรก ๆ เขาก็ให้สิทธิ์แม่ค้าดั้งเดิมขายฟรีไปก่อน แต่ตอนนี้เขาให้ย้ายและเก็บค่าเช่า”

ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้งที่รู้จักดีในเรื่องแหล่งคาสิโนมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนและไทยแห่เข้าไปเล่นการพนันอย่างคับคั่ง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากกลุ่มจ้าวเหว่ยจะมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลลาวแล้ว ยังแผ่อิทธิพลขึ้นมายังฝั่งแดนไทย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ หลายครั้งที่เราพบรถตำรวจไทยนำขบวนพานักท่องเที่ยวจีนจากสนามบินเชียงรายไปส่งยังท่าเรือที่เชียงแสน ขณะที่บริษัทคิงโรมันของจ้าวเหว่ย ยังสามารถเข้ามาเช่าคูหาเปิดหน้าร้านรับลูกค้าอยู่กลางสนามบินเชียงรายได้อย่างเอิกเกริก

เป็นเรื่องที่น่าปวดใจ ที่ดินแดน “สุวรรณโคมคำ” อาณาจักโบราณหนึ่งของพญานาคราชเมืองเชียงแสน วันนี้กำลังถูกพญามักกรเลื้อยรัดจนแทบไม่เหลือรูหายใจ แม้แต่สายน้ำโขงที่เป็น “แม่” ซึ่งให้กำเนิดแหล่งอารยะหลากหลาย ยังถูกทุบทำลายให้กลายเป็นแค่ลำรางขนถ่ายสินค้าและผลิตกระแสไฟฟ้า

รัฐบาลจีนสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่อพยพล่องใต้มาตามลำน้ำโขงเข้าไปปักหลักในดินแดนอดีตเมืองบรรณการ โดยมีทุนขนาดใหญ่และอำนาจเหลือล้นของพญามังกรเป็นเครื่องมือกรุยทาง โดยไม่สนใจวิธีการ และเสียงทักท้วงของคนท้องถิ่น

แม้ปีนี้ดอกงิ้วบนดอนซาวยังเปล่งสีสดและร่วงหล่นให้เด็ก ๆ ลาววิ่งเก็บอยู่เหมือนเดิม แต่ชาวบ้านต่างรับรู้สถานการณ์ได้ดีว่า “ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว” และไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะต้องดำเนินวิถีชีวิตเยี่ยงไร

//////////
โดย ภาสกร จำลองราช

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.